จดทะเบียนสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (ROH)
และ International Business Center (IBC)
ยกระดับธุรกิจสู่ศูนย์กลางแห่งภูมิภาค พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด ลดภาษีเงินได้เหลือ 8%, 5% หรือ 3% บริการครบวงจรโดยผู้เชี่ยวชาญ NYC Plus
(วิเคราะห์โครงสร้างภาษีเบื้องต้นฟรี)
ROH และ IBC คืออะไร?
สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (ROH) และปัจจุบันพัฒนามาเป็น ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC - International Business Center) คือบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการบริหารจัดการ, บริการทางเทคนิค, หรือบริการสนับสนุน แก่วิสาหกิจในเครือ (Affiliated Enterprises) ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ
- หน้าที่หลัก: บริหารงานทั่วไป, จัดซื้อวัตถุดิบ, วิจัยและพัฒนา, ส่งเสริมการตลาด, บริหารงานบุคคล, และบริหารการเงิน (Treasury Center) ให้กับบริษัทลูกในเครือ
- สิทธิประโยชน์หลัก: ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 20% เหลือ 8%, 5%, หรือ 3% (ขึ้นอยู่กับรายจ่ายในประเทศ)
- สิทธิประโยชน์พนักงาน: ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ (Expat) เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราเหมาจ่าย (Flat Rate) เพียง 15%
ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ
เราคือบริษัทที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทข้ามชาติชั้นนำ ในการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย
เลขทะเบียนนิติบุคคล: 0435567000061
ขั้นตอนการจัดตั้ง ROH/IBC อย่างละเอียด (8 ขั้นตอน)
การวิเคราะห์ความเป็นไปได้และวางแผนภาษี (Feasibility & Tax Planning)
ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการประเมินว่าธุรกิจของท่านเข้าข่าย IBC หรือไม่ โดยต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 10 ล้านบาทขึ้นไป และมีรายจ่ายในการดำเนินงานในไทยไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาท/ปี เพื่อรับสิทธิประโยชน์สูงสุด ทีมงาน NYC Plus จะช่วยจำลองโมเดลรายได้และรายจ่าย เพื่อดูความคุ้มค่าในการขอจัดตั้ง
การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด (Company Incorporation)
ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดตามกฎหมายไทย โดยระบุวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจงสำหรับการเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (เช่น ให้บริการบริหารจัดการแก่วิสาหกิจในเครือ) ควบคู่กับการนำเข้าเงินทุนจากต่างประเทศให้ครบตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
การยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างด้าว (Foreign Business License - FBL)
หากผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ การให้บริการแก่วิสาหกิจในเครือถือเป็นธุรกิจบริการบัญชี 3 ซึ่งต้องขออนุญาต (FBL) ก่อน เว้นแต่จะได้รับสิทธิ BOI ทีมงานเราจะดำเนินการเตรียมเอกสารและแผนธุรกิจเพื่อยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ถูกต้อง
การยื่นขออนุมัติเป็นสถานประกอบการ IBC (Revenue Department Application)
ยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อขออนุมัติเป็น "ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC)" เพื่อให้ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลจากรายได้ค่าบริการและค่าสิทธิ (Royalties) ที่ได้รับจากบริษัทในเครือ รวมถึงยกเว้นภาษีเงินปันผล
การจัดทำสัญญาการให้บริการระหว่างกัน (Intercompany Agreements)
ร่างและตรวจสอบสัญญาการให้บริการ (Service Agreement) ระหว่าง ROH/IBC กับบริษัทในเครือ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย Transfer Pricing และเป็นหลักฐานในการรับรู้รายได้ที่สรรพากรยอมรับ
บริการ Visa และ Work Permit สำหรับผู้เชี่ยวชาญ (Expat Services)
ROH/IBC สามารถนำเข้าคนต่างด้าวที่มีความชำนาญการ (Skilled Labor) เข้ามาทำงานได้ง่ายขึ้น เราดูแลกระบวนการขอ Visa และ Work Permit ครบวงจร รวมถึงการขอสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหลือ 15% (Flat Rate) สำหรับพนักงานต่างชาติที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์
การวางระบบบัญชีและรายงานทางการเงิน (Accounting & Reporting)
ธุรกิจ ROH/IBC มีความซับซ้อนทางบัญชีสูง โดยเฉพาะการแยกรายได้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์และไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เรามีทีมบัญชีที่เชี่ยวชาญช่วยวางระบบและจัดทำรายงานเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน TFRS และข้อกำหนดของกรมสรรพากร
การปฏิบัติตามกฎหมายประจำปี (Annual Compliance)
ดูแลต่อเนื่องในการยื่นรายงานประจำปีต่อหน่วยงานต่างๆ เช่น รายงานผลการดำเนินงานต่อ BOI (ถ้ามี), การยื่นแบบแสดงรายการภาษี และการตรวจสอบสถานะการจ้างงาน เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทยังคงคุณสมบัติในการรับสิทธิประโยชน์ในปีต่อๆ ไป
กรณีศึกษา (Case Studies) ความสำเร็จ 10 รายการ
ปัญหา: ต้องการย้ายฐานบริหารจัดการเงินลงทุนใน CLMV มาที่ไทย แต่กังวลเรื่องภาษีซ้ำซ้อน
วิธีการแก้ไข: จดทะเบียน IBC เพื่อทำหน้าที่บริหารเงิน (Treasury Center) และได้รับยกเว้นภาษีจากเงินปันผลที่ได้รับจากบริษัทลูก
ผลลัพธ์: ลดต้นทุนทางภาษีได้อย่างมหาศาล และบริหาร Cash Flow ในภูมิภาคได้คล่องตัวขึ้น
ปัญหา: ต้องการตั้งศูนย์ Support ด้าน IT ให้กับโรงงานในเครือทั่วอาเซียน และดึงดูดวิศวกรญี่ปุ่นเก่งๆ เข้ามา
วิธีการแก้ไข: ตั้ง ROH และใช้สิทธิประโยชน์ภาษีบุคคลธรรมดา 15% เพื่อจูงใจ Talent ต่างชาติ
ผลลัพธ์: สามารถรับสมัครผู้เชี่ยวชาญระดับสูงได้ และคิดค่าบริการ IT Support จากบริษัทลูกได้อย่างถูกต้อง
ปัญหา: ต้องการตั้งทีมจัดซื้อและควบคุมคุณภาพสินค้าในไทย เวียดนาม และกัมพูชา โดยให้ไทยเป็น Head Office
วิธีการแก้ไข: จดทะเบียนเป็น IBC ให้บริการจัดซื้อวัตถุดิบ (Sourcing) แก่บริษัทแม่
ผลลัพธ์: รายได้จากการให้บริการบริษัทแม่ในต่างประเทศได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี
ปัญหา: มีฝ่าย R&D ที่แข็งแกร่งในไทย ต้องการขายสูตรอาหารและเก็บค่า Royalty Fee จากโรงงานในเครือต่างประเทศ
วิธีการแก้ไข: ใช้โครงสร้าง IBC เพื่อรับรายได้ค่าสิทธิ (Royalties) ซึ่งได้รับสิทธิลดอัตราภาษี
ผลลัพธ์: เพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินทางปัญญาที่สร้างในไทย และประหยัดภาษีอย่างถูกกฎหมาย
ปัญหา: ต้องการศูนย์กลางควบคุมการเดินเรือและตู้คอนเทนเนอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
วิธีการแก้ไข: ตั้งสำนักงานปฏิบัติการเพื่อให้บริการบริหารจัดการโลจิสติกส์แก่สาขาต่างๆ
ผลลัพธ์: รวมศูนย์ข้อมูลและการสั่งการไว้ที่เดียว ลดความซ้ำซ้อนของการทำงานในแต่ละประเทศ
ปัญหา: มีทีม Marketing ในไทยที่เก่ง ต้องการให้ดูแลแคมเปญการตลาดให้กับประเทศเพื่อนบ้านด้วย
วิธีการแก้ไข: จดทะเบียน IBC ให้บริการด้านการตลาดและการส่งเสริมการขายแก่บริษัทในเครือ
ผลลัพธ์: สามารถเรียกเก็บค่าบริการ Marketing Fee จากบริษัทลูกในลาว พม่า กัมพูชา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัญหา: ต้องการส่งวิศวกรไทยไปคุมงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ และรับรู้รายได้ที่สำนักงานใหญ่
วิธีการแก้ไข: ตั้ง ROH เพื่อให้บริการทางเทคนิค (Technical Assistance)
ผลลัพธ์: สร้างรายได้เข้าประเทศ และพัฒนาทักษะวิศวกรไทยสู่ระดับสากล
ปัญหา: ต้องการสถานที่ฝึกอบรมช่างเทคนิคจากทั่วเอเชียแปซิฟิก
วิธีการแก้ไข: ใช้ IBC เป็นศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร (Training Service)
ผลลัพธ์: สามารถนำค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมมาหักลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้น
ปัญหา: ซื้อมาขายไปในภูมิภาค (International Trading) กำไรบางส่วนหายไปกับภาษี
วิธีการแก้ไข: ยกระดับเป็น ITC (International Trading Center) ภายใต้ร่ม IBC
ผลลัพธ์: ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการค้าขายสินค้าระหว่างประเทศที่ไม่ได้นำเข้ามาในไทย (Out-Out)
ปัญหา: ต้องการรวมศูนย์งาน Back Office (HR, IT, Finance) ของทุกสาขามาไว้ที่กรุงเทพฯ เพื่อลด Cost
วิธีการแก้ไข: ตั้ง Shared Service Center ภายใต้ IBC
ผลลัพธ์: ลดต้นทุนการดำเนินงานรวมของกลุ่มบริษัทลง 30% และบริหารจัดการได้มาตรฐานเดียวกัน
ทำไมต้องเลือก NYC Plus?
| คุณสมบัติ | NYC Plus (ROH/IBC) | สำนักงานบัญชีทั่วไป | ทำเอง (ยื่นเอง) |
|---|---|---|---|
| ความเชี่ยวชาญกฎหมายภาษีระหว่างประเทศ | เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน | รู้เพียงบัญชีพื้นฐาน | เสี่ยงตีความผิด |
| การวางแผนโครงสร้างเพื่อขอ Incentives | วิเคราะห์เชิงลึก | ทำตามเอกสาร | อาจเสียสิทธิประโยชน์ |
| การเจรจากับ BOI/สรรพากร | มี Connection และประสบการณ์ | น้อย | ยากและซับซ้อน |
| บริการ One-Stop (Visa, Work Permit) | ครบวงจร | อาจไม่มี | ต้องวิ่งหลายที่ |
ข้อควรระวังเรื่องเงื่อนไข!
สิทธิประโยชน์ทางภาษีของ IBC/ROH มีเงื่อนไขที่เข้มงวด เช่น ต้องมีรายจ่ายในประเทศไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาทต่อปี หากปีใดทำไม่ได้ตามเป้า อาจถูกเพิกถอนสิทธิและต้องคืนภาษีย้อนหลัง การวางแผนและการติดตามผล (Monitoring) จึงสำคัญมาก
อัตราค่าบริการ (Pricing)
การลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อผลกำไรระยะยาว
- ค่าที่ปรึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ฟรี! (เบื้องต้น)
- บริการจดทะเบียนจัดตั้ง ROH/IBC 50,000 - 150,000 บาท*
- ขอสิทธิประโยชน์ทางภาษี (สรรพากร) 80,000 - 200,000 บาท
- บริการ Visa & Work Permit (ต่อท่าน) 25,000 - 45,000 บาท
- บริการวางระบบบัญชี IBC ตามขอบเขตงาน
*ราคาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของโครงสร้างบริษัทและจำนวนบริษัทในเครือ
นัดหมายปรึกษาผู้เชี่ยวชาญคำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ROH เป็นรูปแบบเก่า ปัจจุบันรัฐบาลส่งเสริม IBC แทน ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ที่ยืดหยุ่นกว่า แต่หลักการคือเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคเหมือนกัน หากจดใหม่แนะนำเป็น IBC ครับ
ตามเงื่อนไขของ IBC ต้องมีการจ้างงานบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญ (Skilled Labor) อย่างน้อย 10 คน (หรือ 5 คน หากเป็นศูนย์บริหารเงิน) ประจำศูนย์ฯ
รายได้จากการให้บริการบริหารจัดการ, บริการทางเทคนิค, บริการสนับสนุน แก่วิสาหกิจในเครือ และรายได้ค่าสิทธิ (Royalties) ที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือ
หากทำงานใน IBC และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ จะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราเหมาจ่าย 15% (Flat Rate) ซึ่งต่ำกว่าอัตราก้าวหน้าปกติที่สูงสุด 35%
โดยปกติบริษัทแม่หรือบริษัทในเครือควรจะถือหุ้นใน IBC เพื่อให้เข้าข่ายคำนิยาม "วิสาหกิจในเครือ" เพื่อให้บริการระหว่างกันได้อย่างถูกต้อง
ปีนั้นจะไม่ได้รับสิทธิลดอัตราภาษี (ต้องเสีย 20% ตามปกติ) แต่ถ้าปีถัดไปรายจ่ายถึง ก็กลับมาใช้สิทธิได้ใหม่ในส่วนของนิติบุคคล แต่สิทธิพนักงาน 15% อาจได้รับผลกระทบ
ทำได้ครับ แต่รายได้ส่วนนั้นจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ต้องเสียภาษีในอัตราปกติ และต้องแยกบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ชัดเจน
กระบวนการอนุมัติจากกรมสรรพากรใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารและการชี้แจงแผนธุรกิจ
ไม่จำเป็นต้องขอ BOI ก็ได้สิทธิจากสรรพากร แต่ถ้าขอ BOI ด้วย จะได้สิทธิเพิ่มเรื่องการถือครองที่ดินและการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า (Smart Visa) ซึ่งแนะนำให้ทำคู่กัน
Rep Office ห้ามมีรายได้และห้ามทำกำไร เหมาะสำหรับสำรวจตลาด ส่วน ROH/IBC เป็นหน่วยงานที่หารายได้ (Profit Center) จากการให้บริการบริษัทลูก เหมาะสำหรับเป็น Hub บริหารงานจริง
พื้นที่ให้บริการทั่วประเทศไทย
NYC Plus พร้อมให้บริการผ่านเครือข่ายสำนักงานและตัวแทนกว่า 50 แห่ง
NYC Translation & Notary Services Co., Ltd.
61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
แผนที่ Google Map