จดทะเบียนสนธิสัญญาไมตรีไทย-สหรัฐฯ
สิทธิ์ถือหุ้น 100% สำหรับบริษัทอเมริกัน
ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจของคุณในประเทศไทย ดำเนินการโดยทีมทนายความ Notary Public ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง ถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัย
(คลิกเพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรี)
สนธิสัญญาไมตรีไทย-สหรัฐฯ (Treaty of Amity) คืออะไร?
สนธิสัญญาไมตรีฯ (Treaty of Amity) คือข้อตกลงพิเศษระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ที่มอบสิทธิพิเศษทางกฎหมายให้แก่พลเมืองอเมริกันและนิติบุคคลสัญชาติอเมริกัน ให้สามารถเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยได้โดยมีสิทธิประโยชน์เหนือกว่าชาวต่างชาติทั่วไป ดังนี้:
- สิทธิการถือหุ้น 100%: ชาวอเมริกันสามารถเป็นเจ้าของบริษัทในไทยได้ 100% โดยไม่ต้องมีคนไทยถือหุ้นร่วม (Nominee)
- การประกอบธุรกิจ: สามารถประกอบธุรกิจได้เกือบทุกประเภท เทียบเท่าบริษัทไทย (ยกเว้น ธุรกิจสงวน 7 ประเภท เช่น การขนส่งในประเทศ, การค้าที่ดิน)
- การได้รับการคุ้มครอง: ได้รับการปฏิบัติเยี่ยงคนในชาติ (National Treatment)
- ไม่ต้องขอ Foreign Business License (FBL): ใช้เพียงหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ ซึ่งขั้นตอนง่ายและรวดเร็วกว่า
ทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองถูกต้อง
เราคือบริษัทจดทะเบียนถูกต้อง ดำเนินงานโดยทนายความที่มีใบอนุญาตจริง
เลขทะเบียนนิติบุคคล: 0435567000061
ขั้นตอนการจดทะเบียนสนธิสัญญาไมตรีฯ อย่างละเอียด (8 ขั้นตอน)
การตรวจสอบคุณสมบัติและวางแผนโครงสร้าง (Due Diligence & Planning)
ทีมกฎหมายของ NYC Plus จะทำการตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าเข้าข่ายตามสนธิสัญญาฯ (ผู้ถือหุ้นสัญชาติอเมริกันถือครองมากกว่า 50% และกรรมการผู้มีอำนาจลงนามต้องเป็นสัญชาติไทยหรืออเมริกันส่วนใหญ่) เราจะให้คำปรึกษาเรื่องประเภทธุรกิจว่าไม่อยู่ในข้อยกเว้น (เช่น การขนส่งในประเทศ, การค้าที่ดิน) พร้อมวางแผนภาษีและโครงสร้างกรรมการเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต
การเตรียมเอกสารและการรับรอง Notary Public (Documentation)
สำหรับบริษัทแม่ในสหรัฐฯ ที่จะเข้ามาถือหุ้น ต้องมีการเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น Articles of Incorporation, Bylaws, และ Affidavit ระบุรายชื่อกรรมการและผู้ถือหุ้น เอกสารเหล่านี้ต้องผ่านการรับรองโดย Notary Public ในรัฐที่จดทะเบียน และรับรองต่อสถานกงสุลไทย (Legalization) ซึ่ง NYC Plus มีพันธมิตร Notary ทั่วโลกที่พร้อมดำเนินการให้ถูกต้องตามมาตรฐานสากล
การขอหนังสือรับรองจากสถานทูตอเมริกา (Embassy Certification)
เราดำเนินการยื่นคำร้องต่อฝ่ายการพาณิชย์ (Commercial Service) ของสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อขอ "Letter of Certification" ยืนยันสัญชาติของนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ขั้นตอนนี้มีความละเอียดอ่อนสูงในการกรอกแบบฟอร์มและการชี้แจงสถานะ ทีมงานของเราจะประสานงานโดยตรงกับเจ้าหน้าที่สถานทูตเพื่อลดระยะเวลาการรอคอย
การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด (Company Incorporation)
ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) โดยในขั้นตอนการจองชื่อและยื่นจดทะเบียน เราจะระบุวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับที่ขออนุญาตไว้ รวมถึงจัดการประชุมผู้ถือหุ้น (Statutory Meeting) ร่างข้อบังคับบริษัท (Articles of Association) ให้เอื้อต่อการบริหารงานของชาวต่างชาติ และดูแลเรื่องการชำระทุนจดทะเบียนตามกฎหมาย
การยื่นขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ (Foreign Business Certificate)
เมื่อบริษัทจดทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ เราจะนำเอกสารรับรองจากสถานทูตและเอกสารบริษัทไปยื่นต่อกองบริหารการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) เพื่อขอออก "หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจตามสนธิสัญญาไมตรี" ขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเส้นทางการเงินและความถูกต้องของเอกสารอย่างเข้มงวด NYC Plus จะทำหน้าที่ตอบข้อซักถามและชี้แจงแทนลูกค้าจนกว่าจะได้รับอนุมัติ
การนำเงินทุนขั้นต่ำเข้าประเทศ (Minimum Capital Importation)
กฎหมายกำหนดให้บริษัทต่างด้าวต้องนำเงินทุนขั้นต่ำ (Minimum Capital) เข้ามาในราชอาณาจักร ตามระยะเวลาที่กำหนด (25% ใน 3 เดือนแรก และครบ 100% ภายใน 3 ปี หรือตามเงื่อนไขที่ระบุในหนังสือรับรอง) เราจะให้คำแนะนำในการโอนเงินจากต่างประเทศให้ถูกต้องตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย และการขอใบรับรองการนำเงินเข้า (Credit Advice) เพื่อใช้เป็นหลักฐาน
การจดทะเบียนภาษีและประกันสังคม (Tax & Social Security)
บริการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภ.พ.20 หากบริษัทมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือต้องการนำภาษีซื้อมาหักลบ และการขึ้นทะเบียนนายจ้าง/ลูกจ้างกับสำนักงานประกันสังคม รวมถึงการให้คำปรึกษาเรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) เพื่อให้ธุรกิจเริ่มต้นได้อย่างถูกต้องโปร่งใส
บริการ Visa และ Work Permit (Business Visa & Work Permit)
ขั้นตอนสุดท้ายแต่สำคัญที่สุด คือการขอวีซ่าทำงาน (Non-Immigrant B) และใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ให้กับกรรมการและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ ข้อดีของบริษัทสนธิสัญญาไมตรีฯ คือความน่าเชื่อถือที่สูงกว่า ทำให้การพิจารณา Work Permit มักจะราบรื่นกว่าบริษัททั่วไป เราดูแลตั้งแต่การเตรียมเอกสาร ยื่นเรื่อง จนถึงการพาไปรายงานตัวที่ตม. และกระทรวงแรงงาน
กรณีศึกษา (Case Studies) ความสำเร็จของลูกค้า 10 รายการ
ปัญหา (Pain Point): ลูกค้าต้องการขยายฐานการผลิตซอฟต์แวร์มายังประเทศไทย แต่กังวลเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และไม่ต้องการให้คนไทยถือหุ้น 51% เพื่อรักษาอำนาจการบริหารและ Codebase ที่เป็นความลับ
วิธีการแก้ไขของ NYC Plus: เราแนะนำให้จดทะเบียนภายใต้สนธิสัญญาไมตรีฯ โดยให้บริษัทแม่ที่สหรัฐฯ ถือหุ้น 99.9% พร้อมทั้งจดแจ้งลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในไทยควบคู่กัน และร่างสัญญาจ้างงาน (NDA) ที่รัดกุมสำหรับโปรแกรมเมอร์ไทย
ผลลัพธ์: บริษัทได้รับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจภายใน 45 วัน สามารถจ้างทีมงานไทยได้กว่า 50 คน โดยที่อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดอยู่ที่สำนักงานใหญ่ 100%
ปัญหา: ต้องการเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ (ICONSIAM, Central World) แต่ติดปัญหาเรื่องการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจร้านอาหารสำหรับต่างชาติ ซึ่งปกติต้องขอ FBL ที่ใช้เวลานานมาก
วิธีการแก้ไข: ใช้สิทธิสนธิสัญญาไมตรีฯ จดทะเบียนบริษัท NYC Plus ช่วยประสานงานเรื่องสัญญาเช่าพื้นที่ การขอใบอนุญาตสาธารณสุข และใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ให้ถูกต้องตามระเบียบ
ผลลัพธ์: สามารถเปิดสาขาแรกได้ทันตามกำหนด Grand Opening และขยายสาขาต่อเนื่อง โดยเจ้าของสิทธิ์แฟรนไชส์ยังคงควบคุมมาตรฐาน Quality Control ได้ 100%
ปัญหา: บริษัทวิศวกรรมจาก Texas ต้องการเข้าประมูลงานระบบพลังงานในไทย แต่ TOR กำหนดให้ผู้ยื่นซองต้องเป็นนิติบุคคลไทย หรือนิติบุคคลต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง หากใช้ Nominee จะมีความเสี่ยงสูงในการถูกตรวจสอบย้อนหลัง
วิธีการแก้ไข: ดำเนินการจดทะเบียนสนธิสัญญาไมตรีฯ เพื่อให้ได้สถานะนิติบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมาย และขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (นิติบุคคล) ควบคู่กันไป
ผลลัพธ์: บริษัทมีคุณสมบัติครบถ้วนในการเข้าประมูลงานภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่ สร้างความเชื่อถือให้กับคู่ค้า และสามารถโอนเงินค่าจ้างกลับบริษัทแม่ได้สะดวก
ปัญหา: ผู้ประกอบการชาวอเมริกันต้องการนำเข้าสินค้า Gadget เข้ามาขายในไทยผ่านช่องทาง Online และ Marketplace (Shopee/Lazada) แต่ติดปัญหาเรื่องการเปิดบัญชีร้านค้า Official Mall ที่ต้องใช้เอกสารบริษัท
วิธีการแก้ไข: จดทะเบียนบริษัทจำกัดภายใต้สนธิสัญญาไมตรีฯ พร้อมจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อให้สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปได้ ซึ่งจำเป็นมากสำหรับการขายบน Platform ใหญ่
ผลลัพธ์: สามารถเปิดร้านค้า Official Store ได้ ยอดขายเติบโตอย่างรวดเร็ว และสามารถนำเข้าสินค้าผ่านศุลกากรได้อย่างถูกต้องโดยใช้ชื่อบริษัทตนเอง
ปัญหา: เอเจนซี่จาก LA ต้องการตั้ง Hub ในไทยเพื่อดูแลลูกค้าโซนเอเชีย แต่ไม่ต้องการหาพาร์ทเนอร์คนไทยมาถือหุ้น 51% เพราะกังวลเรื่องการแบ่งผลกำไรและการแทรกแซงการบริหาร
วิธีการแก้ไข: ใช้โครงสร้าง Treaty of Amity ถือหุ้น 100% โดยกรรมการเป็นชาวอเมริกัน 1 คน บริหารงานเบ็ดเสร็จ NYC Plus ช่วยดูแลเรื่องการขอ Work Permit ให้ Creative Director ชาวต่างชาติ
ผลลัพธ์: ตั้งบริษัทได้สำเร็จภายใน 1 เดือนครึ่ง มีความคล่องตัวสูงในการรับงานข้ามประเทศ และรับชำระเงินสกุล USD ได้ง่าย
ปัญหา: ต้องการเปิดโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ แต่ธุรกิจการศึกษาเป็นธุรกิจที่มีกฎระเบียบซับซ้อน ทั้งจากกระทรวงศึกษาธิการและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
วิธีการแก้ไข: จดทะเบียนบริษัทเพื่อประกอบกิจการโรงเรียน โดยใช้สิทธิสนธิสัญญาไมตรีฯ ในฝั่งของนิติบุคคลผู้รับใบอนุญาต ทำให้ชาวอเมริกันเป็นเจ้าของกิจการได้เต็มตัว
ผลลัพธ์: สามารถขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบได้สำเร็จ โดยผู้บริหารชาวอเมริกันสามารถนั่งตำแหน่งบริหารและขอ Work Permit ในตำแหน่งผู้จัดการ/ครูใหญ่ได้
ปัญหา: นักลงทุนอเมริกันต้องการรับซื้อผลไม้ไทยไปแปรรูปและส่งออกกลับไปยัง Walmart สหรัฐฯ ต้องการความชัดเจนเรื่องแหล่งที่มาของเงินทุนและโครงสร้างภาษี
วิธีการแก้ไข: จดทะเบียนบริษัท Amity และขอใบอนุญาตตั้งโรงงาน (Factory License) ขนาดเล็ก NYC Plus แนะนำเรื่องการขอ BOI ควบคู่ไปในบางส่วนงานเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด
ผลลัพธ์: ธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น ได้รับความเชื่อถือจากเกษตรกรไทยและคู่ค้าในสหรัฐฯ สามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Refund) จากการส่งออกได้อย่างถูกต้อง
ปัญหา: นักลงทุนต้องการตั้งบริษัทในไทยเพื่อใช้เป็นฐานในการเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) โดยต้องการให้ไทยเป็นสำนักงานใหญ่ (Regional HQ)
วิธีการแก้ไข: ตั้งบริษัท Holding สัญชาติอเมริกันในไทยด้วยสนธิสัญญาไมตรีฯ เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการเคลื่อนย้ายเงินทุน และใช้ประโยชน์จากอนุสัญญาภาษีซ้อน
ผลลัพธ์: เป็น Hub ทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ สามารถบริหารจัดการเงินลงทุนในภูมิภาคได้จากกรุงเทพฯ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง
ปัญหา: สถาปัตยกรรมเป็นวิชาชีพสงวน แต่การออกแบบภายใน (Interior) ในบางลักษณะสามารถทำได้หากจดทะเบียนถูกต้อง ลูกค้ากังวลเรื่องขอบเขตงานที่ทำได้
วิธีการแก้ไข: NYC Plus ให้คำปรึกษาและร่างวัตถุประสงค์บริษัทให้ครอบคลุมงานออกแบบและให้คำปรึกษา (Design Consultancy) ซึ่งสามารถทำได้ภายใต้ Amity โดยไม่ขัดต่อกฎหมายวิชาชีพ
ผลลัพธ์: บริษัทสามารถรับงานออกแบบตกแต่งโรงแรมและออฟฟิศเกรด A ในไทยได้ โดยทีมดีไซเนอร์หลักอยู่ที่นิวยอร์ก ทำงานร่วมกับทีมไทย
ปัญหา: Startup ด้าน Fintech ต้องการเข้ามาทำตลาดในไทย แต่ติดเงื่อนไขการระดมทุนที่นักลงทุน VC ต้องการเห็นโครงสร้างความเป็นเจ้าของที่ชัดเจน ไม่ต้องการ Nominee
วิธีการแก้ไข: ใช้โครงสร้าง Treaty of Amity ถือหุ้น 100% ทำให้ Cap Table ของบริษัทสะอาด (Clean Cap Table) ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนสากลให้ความสำคัญมาก
ผลลัพธ์: สามารถระดมทุนรอบ Series A ได้สำเร็จ เนื่องจากนักลงทุนมั่นใจในโครงสร้างกฎหมายที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
ทำไมต้องเลือก NYC Plus?
| คุณสมบัติ | NYC Plus | ฟรีแลนซ์ทั่วไป | ใช้ Nominee (ผิดกฎหมาย) |
|---|---|---|---|
| ความถูกต้องทางกฎหมาย 100% | ใช่ | ไม่แน่ใจ | ไม่ (เสี่ยงคุก) |
| ดำเนินการโดยทนายความที่มีใบอนุญาต | ใช่ (6 ท่าน) | อาจไม่มี | ไม่มี |
| มีสำนักงานและสาขาจริง | 50+ แห่งทั่วไทย | ไม่มี (ทำงานที่บ้าน) | ไม่มีตัวตน |
| บริการ One-Stop (Visa, Work Permit, แปล) | ครบวงจร | ต้องจ้างแยก | - |
ข้อควรระวังสำคัญ!
การใช้คนไทยถือหุ้นแทน (Nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายต่างด้าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ 100,000 - 1,000,000 บาท และอาจถูกสั่งปิดกิจการทันที การจดทะเบียนสนธิสัญญาไมตรีฯ คือทางออกที่ถูกต้อง ขาวสะอาด และยั่งยืนที่สุดสำหรับนักลงทุนอเมริกัน
อัตราค่าบริการ (Pricing)
โปร่งใส ชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
- รับรองทนาย Notary Public 1,500 - 8,000 บาท
- แปลเอกสารไทย-อังกฤษ (ไม่รวมรับรอง) 500 - 1,200 บาท
- แปลภาษาอื่นๆ (เริ่มต้น) 800 - 2,500 บาท
- ค่าธรรมเนียมกงสุล (ต่อชุด) 200 - 800 บาท
- บริการนำเอกสารรับรองกงสุล (ต่อท่าน) 2,000 - 5,000 บาท
- ค่าธรรมเนียมสถานทูต (กรณีต้องใช้) 1,800 - 2,600 บาท
- จัดส่งเอกสารทั่วโลก 2,500 บาท
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) - 10 คำถามยอดนิยม
ไม่ได้ครับ สิทธิประโยชน์ของสนธิสัญญาไมตรีฯ ครอบคลุมเฉพาะการประกอบธุรกิจและการถือหุ้น 100% เท่านั้น ไม่รวมถึงสิทธิในการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่บริษัทสามารถเช่าที่ดินระยะยาว (Leasehold) หรือซื้ออาคารชุด (Condominium) ได้ตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด
โดยปกติกระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ แบ่งเป็น: การขอหนังสือรับรองจากสถานทูต (1-2 สัปดาห์) และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (3-4 สัปดาห์) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร
ตามกฎหมายต้องนำเงินทุนขั้นต่ำ 2 ล้านบาท เข้ามาในราชอาณาจักร หรือหากเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง กฎหมายกำหนดให้มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 25% ของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปี 3 ปีแรก แต่ไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาทสำหรับธุรกิจบริการบางประเภท โดยมีระยะเวลานำเข้าแบ่งเป็นงวดๆ
จำเป็นครับ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามส่วนใหญ่ (เกินกึ่งหนึ่ง) ต้องมีสัญชาติอเมริกัน หรือ สัญชาติไทย หากมีกรรมการสัญชาติที่ 3 (เช่น อังกฤษ, ญี่ปุ่น) เข้ามาร่วม จะต้องไม่มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทแต่เพียงผู้เดียว มิฉะนั้นจะผิดเงื่อนไขสนธิสัญญา
เกือบทุกประเภทครับ ยกเว้นธุรกิจสงวน 7 ประเภท ได้แก่: 1. การสื่อสารโทรคมนาคม 2. การขนส่งภายในประเทศ 3. การรับฝากเงิน (ธนาคาร) 4. การค้าที่ดิน 5. การแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ 6. การค้าของเก่า 7. ธุรกิจหนังสือพิมพ์
เสียภาษีในอัตราเดียวกันกับบริษัทไทยครับ คือภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% ของกำไรสุทธิ ไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีเหมือน BOI แต่ข้อดีคือสามารถหักค่าใช้จ่ายและดำเนินการทุกอย่างได้ถูกต้องตามกฎหมายไทย
ได้ครับ สามารถจ้างพนักงานสัญชาติอื่นๆ ได้ตามปกติ โดยต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบเรื่อง Work Permit คือ ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาทต่อต่างชาติ 1 คน และอัตราส่วนพนักงานไทยต่อต่างชาติ 4:1 (เว้นแต่จะได้รับสิทธิพิเศษอื่นๆ)
หากจดแบบบริษัทไทย (คู่สมรสถือหุ้น 51%) จะทำธุรกิจได้ง่ายและเร็วกว่า แต่คู่สมรสไทยต้องเป็นผู้ลงทุนจริง (ห้ามเป็น Nominee) และสามีอเมริกันจะไม่มีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จ แต่ถ้าจดแบบสนธิสัญญาไมตรีฯ สามีอเมริกันจะเป็นเจ้าของ 100% และมีอำนาจควบคุมเต็มที่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการเรื่องการบริหารและกรรมสิทธิ์
หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจตามสนธิสัญญาไมตรีฯ ไม่มีวันหมดอายุครับ ตราบใดที่บริษัทยังคงรักษาสถานะความเป็น "บริษัทอเมริกัน" (ผู้ถือหุ้นและกรรมการเป็นไปตามเกณฑ์) และปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างถูกต้อง
ค่าใช้จ่ายรวมค่าธรรมเนียมรัฐบาลและค่าบริการวิชาชีพ จะเริ่มต้นที่ประมาณ 35,000 - 80,000 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของโครงสร้างผู้ถือหุ้น (บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล) และทุนจดทะเบียน แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินราคาที่แน่นอนครับ
พื้นที่ให้บริการทั่วประเทศไทย
NYC Plus พร้อมให้บริการผ่านเครือข่ายสำนักงานและตัวแทนกว่า 50 แห่ง
NYC Translation & Notary Services Co., Ltd.
61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
แผนที่ Google Map