ความแม่นยำ
QA สองชั้นทุกเอกสาร เทียบทาน term ทางกฎหมาย/การแพทย์/วิศวกรรม ก่อนปิดงาน
ก่อตั้งปี 2010 โดยทีมนักกฎหมายและนักแปลที่เคยร่วมงานกับสถานทูตและสำนักกฎหมายระดับนานาชาติNYC Legal & Notary Service Co., Ltd. ให้บริการแปลรับรอง วีซ่า และที่ปรึกษากฎหมายแบบครบวงจร ด้วยมาตรฐานเดียวกับสำนักงานต่างประเทศ แต่เข้าใจบริบทไทยอย่างลึกซึ้ง
เริ่มจากการเห็นปัญหาที่ลูกค้าต้องวิ่งสามสำนักงาน — สำนักแปล สำนักกฎหมาย และเอเจนซี่วีซ่า — เพื่อยื่นเอกสารเพียงชุดเดียว เราจึงรวมทุกบริการเข้าด้วยกันภายใต้ทีมเดียวที่สื่อสารกันได้ ผลคือเอกสารที่ผ่านการตรวจสอบทางกฎหมาย แปลด้วยศัพท์ที่ถูกต้อง และยื่นตรงตามระเบียบสถานทูต ในรอบเดียว ไม่มี revision ไม่มีเสียเวลา ไม่มีค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน
วันนี้ลูกค้าของเรามีตั้งแต่นักศึกษาที่ขอวีซ่าครั้งแรก ไปจนถึงบริษัทมหาชน ที่ต้องการคำแปลสัญญาข้ามชาติมูลค่าหลายร้อยล้านบาท — ทุกคนได้รับมาตรฐานเดียวกัน
QA สองชั้นทุกเอกสาร เทียบทาน term ทางกฎหมาย/การแพทย์/วิศวกรรม ก่อนปิดงาน
NDA มาตรฐานองค์กร เก็บไฟล์เข้ารหัส AES-256 ทำลายต้นฉบับตามนโยบาย PDPA
ระบบ tracking real-time แจ้งทุกขั้นตอน ส่งงานตรงเวลา 99.2% จากสถิติ 3 ปีย้อนหลัง
ประกันความผิดพลาดทางวิชาชีพ คุ้มครองสูงสุด ฿10M ต่อกรณี
ส่งเอกสารผ่าน LINE/อีเมล หรืออัปโหลดออนไลน์
เสนอราคา + timeline ภายใน 2 ชั่วโมง
จ่ายงานให้นักแปล/ทนายที่ตรงสาขา
ตรวจโดย senior reviewer + ตราประทับ
EMS / รับเอง / ยื่นแทนที่หน่วยงาน
Bar of Thailand · LL.M. Harvard
ATA Certified · ISO 17100 Lead
ICCRC · 12 yrs experience
Notarial Services Attorney
ทำงานกับสำนักงานหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศ ที่นี่คือสำนักงานเดียวที่ส่งงานตรงเวลาและเอกสารผ่านในรอบแรกเสมอ
About the Institute
สถาบันภาษาเอ็นวายซี (NYC Legal & Language Institute) ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบโจทย์ช่องว่างที่ผู้ใช้บริการเอกสารข้ามพรมแดนต้องเผชิญมาโดยตลอด นั่นคือความไม่ต่อเนื่องระหว่างงานแปลกับงานรับรองทางกฎหมาย ทุกวันนี้ลูกค้าจำนวนมากยังต้องวิ่งระหว่างศูนย์แปลเอกสาร สำนักงานทนายความ กรมการกงสุล และสถานทูต โดยเสียเวลาและค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนจากการที่แต่ละหน่วยงานไม่ได้ทำงานร่วมกัน สถาบันของเราจึงออกแบบกระบวนการให้จบครบในจุดเดียว โดยผสานทีมนักแปลรับรอง ทนายความ Notarial Services Attorney และผู้ประสานงานภาครัฐไว้ในสายการผลิตเดียวกัน
ก่อนหน้าที่สถาบันภาษาเอ็นวายซีจะถือกำเนิด ทีมผู้ก่อตั้งทำงานอยู่ในสายกฎหมายระหว่างประเทศและงานแปลรับรองมาไม่ต่ำกว่าสิบห้าปี ประสบการณ์ที่สั่งสมทำให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ปัญหาของลูกค้าไม่ใช่แค่ 'แปลไม่ตรง' หรือ 'ทนายไม่ว่าง' แต่คือการขาดผู้ประสานงานที่มองภาพรวมของโครงการเอกสารทั้งชุด ตั้งแต่ต้นทางในไทย ผ่านกงสุล/สถานทูต ไปจนถึงหน่วยงานปลายทางในต่างประเทศ ปรัชญา Concierge Legal & Language ของเราจึงหมายถึงการมีผู้จัดการโครงการ (Case Manager) หนึ่งคนดูแลตั้งแต่การเริ่มประเมินเอกสาร ไปจนถึงวันที่ลูกค้าได้เอกสารฉบับสุดท้ายในมือ ลูกค้าจะไม่ต้องอธิบายเคสของตนซ้ำกับหลายคน และทุกความเปลี่ยนแปลงระหว่างทาง เช่น การถูกส่งกลับให้แก้ไข การเลื่อนคิว หรือการขอเอกสารเพิ่ม จะถูกจัดการโดยผู้ประสานงานคนเดิม
ทีมงานของสถาบันประกอบด้วยนักแปลรับรองที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ นักแปล NAATI จากออสเตรเลีย ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) และผู้เชี่ยวชาญด้าน Apostille สำหรับประเทศภาคี Hague Convention การมีทุกทักษะภายใต้หลังคาเดียวกัน ทำให้เราสามารถออกแบบขั้นตอนงานได้อย่างยืดหยุ่น เช่น เอกสารที่ต้องแปลไทย-อังกฤษ แล้วรับรองโดยทนาย ตามด้วยประทับตรากงสุลและสถานทูตปลายทาง สามารถเดินได้แบบขนาน (parallel workflow) แทนที่จะเดินทีละสถานี ผลลัพธ์คือช่วยลดระยะเวลารวมของโครงการเมื่อเทียบกับการเดินเรื่องทีละขั้นด้วยตนเอง (ระยะเวลาจริงขึ้นกับประเภทเอกสารและคิวของหน่วยงาน)
เอกสารทุกฉบับที่ออกจากสถาบันจะผ่านกระบวนการ Two-Level QA อย่างเข้มงวด ระดับที่หนึ่งคือการตรวจโดยนักแปลรับรองที่ไม่ใช่คนเดียวกับผู้แปลต้นฉบับ เพื่อจับข้อผิดพลาดเชิงภาษาและคำศัพท์เฉพาะทาง ระดับที่สองคือการตรวจโดยทนายความหรือหัวหน้าทีม Certification เพื่อตรวจสอบว่าเอกสารเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง เช่น รูปแบบการจัดหน้า การใช้คำสาบานที่ตรงกับกฎของประเทศนั้น ๆ และการมีองค์ประกอบครบตามที่กงสุลกำหนด (ลายเซ็น ตราประทับ เลขทะเบียน เลขหน้า) ระบบนี้ช่วยลดการถูกตีกลับจากสถานทูตและกรมการกงสุลอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากภาษาหลักอย่างไทย-อังกฤษที่เราให้บริการเต็มรูปแบบ สถาบันยังมีเครือข่ายนักแปลรับรองอีกกว่า 50 ภาษา ครอบคลุมภาษายุโรป (ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน อิตาลี รัสเซีย) ภาษาเอเชีย (จีนกลาง ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลย์ พม่า เขมร ลาว) ภาษาตะวันออกกลาง (อาหรับ ฮีบรู ตุรกี) และภาษาอื่น ๆ ที่หาผู้แปลรับรองได้ยากในตลาดไทย เช่น สวาฮีลี อาเซอร์ไบจัน อูรดู เครือข่ายนี้ทำให้เราสามารถรับงานเอกสารสำหรับการย้ายถิ่น การจดทะเบียนสมรสข้ามชาติ การเรียนต่อ และการทำธุรกิจกับทุกภูมิภาคของโลก
เอกสารส่วนบุคคลและเอกสารทางธุรกิจของลูกค้าจะถูกจัดเก็บภายใต้ระบบ Zero-Trust ที่มีการเข้ารหัสทั้ง at-rest และ in-transit เอกสารต้นฉบับที่ลูกค้าส่งเข้ามาจะถูกทำสำเนาดิจิทัลและจัดเก็บในเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในประเทศไทย พร้อม audit log ที่บันทึกทุกการเข้าถึง สถาบันไม่มีนโยบายส่งเอกสารต่อให้บุคคลภายนอกโดยไม่มีคำยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร และปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด สำหรับลูกค้าองค์กร เรายังสามารถลงนามในสัญญา NDA เพิ่มเติมและจัดหมวดหมู่เอกสารตามระดับความลับที่ลูกค้ากำหนด
ทุกบริการของสถาบันภาษาเอ็นวายซีทำงานภายใต้กรอบมาตรฐานเดียวกัน: เอกสารทุกฉบับผ่านการตรวจสอบสองชั้น โดยผู้แปลรับรอง (Certified Translator) และทนายความหรือ Notarial Services Attorney ที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ เพื่อให้เอกสารมีน้ำหนักทางกฎหมายและใช้ได้จริงกับหน่วยงานต้นทางและปลายทาง หากคุณต้องการปรึกษาเบื้องต้นก่อนตัดสินใจ ทีมงานยินดีประเมินสถานการณ์ให้ฟรีผ่าน LINE Official หรือโทรศัพท์ในเวลาทำการ พร้อมประเมินระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และเอกสารประกอบที่จำเป็นให้ครบถ้วนตั้งแต่ครั้งแรกที่ติดต่อ
NYC+ ให้บริการ Concierge วีซ่าและเอกสารในไทยครบวงจร — Notary Public / แปลรับรอง / MFA Legalization / วีซ่า / DTV / LTR / Elite / Apostille ทีมทนายและนักแปลขึ้นทะเบียนจริง รองรับเอกสารสำหรับประเทศปลายทางทั่วโลก ตอบกลับภายในเวลาทำการ
ส่งเอกสาร/คำถามผ่าน LINE หรือฟอร์ม — ทีมประเมินและติดต่อกลับในเวลาทำการ
ทีมส่งใบเสนอราคาและ checklist พร้อมกำหนดวันรับงาน
แปล/รับรอง/ยื่นสถานทูต ครบวงจร ส่งกลับพร้อม tracking
งานแปลแต่ละแบบใช้คนละมาตรฐาน เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย, Sworn Translator สำหรับบางสถานทูตในยุโรป และนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงยุติธรรมสำหรับงานศาลไทย
วิธีตรวจสอบ: แจ้งชื่อหน่วยงานผู้รับให้ผู้ให้บริการยืนยันมาตรฐานที่ต้องใช้
ผู้ให้บริการควรระบุชื่อผู้รับรองหรือผู้แปลที่รับผิดชอบงานของคุณ พร้อมเลขทะเบียนหรือหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนไว้
วิธีตรวจสอบ: ขอชื่อ-เลขทะเบียน แล้วตรวจกับเว็บไซต์ของหน่วยงานต้นทางก่อนตัดสินใจ
วิธีรับรองที่ถูกต้องขึ้นกับประเทศปลายทางและหน่วยงานผู้รับ ไม่ใช่ชนิดเอกสารเพียงอย่างเดียว การเลือกผิดขั้นตอนคือสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
วิธีตรวจสอบ: ถามผู้ให้บริการว่าเอกสารจะผ่านกี่ขั้น และแต่ละขั้นอยู่ที่หน่วยงานใด
งานแปลและงานรับรองควรผ่านผู้ตรวจทานคนที่สอง โดยเฉพาะการสะกดชื่อ วันเดือนปี และเลขเอกสารที่ต้องตรงกับพาสปอร์ต
วิธีตรวจสอบ: ขอดูขั้นตอน QC เป็นลายลักษณ์อักษร หรือขอไฟล์ร่างให้ตรวจก่อนพิมพ์จริง
กรอบเวลาที่เชื่อถือได้ต้องแยกเป็น เวลาแปล / เวลารับรองหน่วยงานราชการ / เวลาขนส่ง เพราะขั้นที่อยู่กับหน่วยงานราชการควบคุมไม่ได้
วิธีตรวจสอบ: ขอไทม์ไลน์รายขั้น และถามว่าอะไรคือสมมติฐานที่อาจทำให้ล่าช้า
ผู้ให้บริการที่ทำงานตรงไปตรงมาจะระบุชัดว่ากรณีใดแก้ไขให้โดยไม่คิดเพิ่ม และกรณีใดอยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น การเปลี่ยนระเบียบของหน่วยงานปลายทาง
วิธีตรวจสอบ: ขอเงื่อนไขการแก้ไขงานเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนชำระเงิน
ต้องใช้เอกสารแปลและรับรองประกอบคำร้องที่สถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองปลายทาง
สิ่งที่ต้องเตรียม: พาสปอร์ต เอกสารต้นฉบับ และชื่อหน่วยงานผู้รับ
สถาบันการศึกษาต่างประเทศขอเอกสารการศึกษาฉบับแปลและรับรองตามรูปแบบที่กำหนด
สิ่งที่ต้องเตรียม: ทรานสคริปต์ ใบปริญญาบัตร และหนังสือตอบรับ (ถ้ามี)
ใช้ประกอบการจดทะเบียนสมรส การรับรองบุตร หรือการยื่นวีซ่าติดตามครอบครัว
สิ่งที่ต้องเตรียม: ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หรือใบสำคัญการหย่า
ใช้กับงานจดทะเบียน สัญญา หรือการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศ
สิ่งที่ต้องเตรียม: หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และหนังสือมอบอำนาจ
ส่วนใหญ่ 1–3 วันทำการสำหรับ Notary/แปลรับรอง และ 5–10 วันทำการสำหรับ MFA Legalization + สถานทูต (ระยะเวลาโดยประมาณ ขึ้นกับคิวและดุลพินิจของหน่วยงาน)
ประเมินรายเคส เพราะขึ้นกับประเภทเอกสาร จำนวนหน้า ภาษา ประเทศปลายทาง และความเร่งด่วน — สอบถามและขอใบเสนอราคาได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ส่วนค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศ
รับ — มีบริการ Same-Day / Rush ตามคิวที่ว่างและกรอบเวลาที่หน่วยงานราชการเปิดรับ
ได้ — รับเป็นผู้แทนโดยมีหนังสือมอบอำนาจ ยื่นกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางแทนลูกค้า
รองรับเอกสารสำหรับประเทศปลายทางทั่วโลก ทั้งกลุ่ม EU, สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, จีน, ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง ตามข้อกำหนดของสถานทูตแต่ละแห่ง
อนุสัญญา Hague Apostille จะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (อ้างอิง HCCH) หลังจากนั้นเอกสารที่ใช้ระหว่างรัฐภาคีจะใช้ตรา Apostille ใบเดียว ไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังใช้นิติกรณ์กงสุลตามเดิม

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล