คู่มือเตรียมเอกสารและขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทและขอใบอนุญาต
การจัดตั้งบริษัทในไทยเริ่มจากจองชื่อ จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ แล้วจดทะเบียนจัดตั้งกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จากนั้นจึงขึ้นทะเบียนภาษี ประกันสังคม และใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจ วัตถุประสงค์ที่จดต้องครอบคลุมงานจริงและสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติมีผลต่อใบอนุญาต ระยะเวลาโดยประมาณ 7–30 วันทำการ
ระยะเวลารวมโดยประมาณ: ประมาณ 7–30 วันทำการ
เอกสารที่ต้องเตรียม
รายชื่อบริษัทสำรองอย่างน้อยสามชื่อ ต้องมีเสมอ
ลดโอกาสถูกปฏิเสธเพราะชื่อซ้ำหรือใกล้เคียง
สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ถือหุ้นและกรรมการ ต้องมีเสมอ
ต้องยังไม่หมดอายุและสะกดชื่อตรงกันทุกฉบับ
หลักฐานที่ตั้งสำนักงาน ต้องมีเสมอ
สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่พร้อมทะเบียนบ้าน
โครงสร้างผู้ถือหุ้นและทุนจดทะเบียน ต้องมีเสมอ
สัดส่วนต่างชาติมีผลต่อใบอนุญาตและเงื่อนไขการจ้างงาน
วัตถุประสงค์ของบริษัท ต้องมีเสมอ
ควรครอบคลุมกิจกรรมที่จะทำจริงตั้งแต่ต้นเพื่อลดการแก้ไขภายหลัง
แผนผังและภาพถ่ายสถานประกอบการ แล้วแต่กรณี
จำเป็นสำหรับใบอนุญาตเฉพาะ เช่น อาหารหรือสถานบริการ
เอกสารประกอบใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจ แล้วแต่กรณี
ต่างกันตามประเภทกิจการและหน่วยงานผู้ออก
ขั้นตอนดำเนินการ
1. จองชื่อนิติบุคคล
ยื่นจองชื่อและตรวจความใกล้เคียงกับชื่อที่มีอยู่แล้ว
ระยะเวลา: ประมาณ 1–3 วันทำการ
2. จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิและเอกสารจัดตั้ง
กำหนดวัตถุประสงค์ ทุน กรรมการ และอำนาจลงนามให้ชัดเจน
ระยะเวลา: ประมาณ 2–5 วันทำการ
3. จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพร้อมชำระค่าธรรมเนียมราชการ
ระยะเวลา: ประมาณ 1–3 วันทำการ
4. ขึ้นทะเบียนภาษีและประกันสังคม
ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี จดภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเข้าเกณฑ์ และขึ้นทะเบียนนายจ้าง
ระยะเวลา: ประมาณ 3–10 วันทำการ
5. ขอใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจ
ยื่นตามหน่วยงานที่กำกับกิจการนั้น พร้อมเอกสารสถานประกอบการ
ระยะเวลา: ประมาณ 7–30 วันทำการ
6. วางระบบบัญชีและปฏิทินยื่นแบบ
กำหนดผู้รับผิดชอบและกำหนดส่งรายเดือนหรือรายปีเพื่อลดค่าปรับ
ระยะเวลา: ประมาณ 1–5 วันทำการ
คำแนะนำก่อนเริ่มเคส
- จองชื่อนิติบุคคลและตรวจความซ้ำก่อนจัดทำเอกสารทั้งชุด เพื่อลดการแก้ไขย้อนหลัง
- ออกแบบวัตถุประสงค์ของบริษัทให้ครอบคลุมกิจกรรมที่จะทำจริง เพราะกระทบการขอใบอนุญาตเฉพาะทางภายหลัง
- ผู้ถือหุ้นต่างชาติควรตรวจข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวก่อนวางโครงสร้าง
- เตรียมที่ตั้งสำนักงานพร้อมหลักฐานความยินยอมของเจ้าของสถานที่ ซึ่งเป็นเอกสารที่มักถูกลืม
- หากวางแผนขอส่งเสริมการลงทุน ควรตรวจประเภทกิจการที่ได้รับการส่งเสริมก่อนจดทะเบียน
- จัดทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นตั้งแต่ต้น เพื่อลดข้อพิพาทเรื่องอำนาจบริหารในอนาคต
ข้อควรระวัง
- การใช้ผู้ถือหุ้นไทยแทนโดยไม่มีการลงทุนจริง (nominee) เป็นความผิดตามกฎหมาย
- โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ไม่สอดคล้องกับใบอนุญาตที่จะขอ ทำให้ต้องแก้ไขทะเบียนภายหลังและเสียเวลา
- ใบอนุญาตเฉพาะทางแต่ละประเภทมีเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้ขอและสถานที่ ต้องตรวจก่อนเช่าพื้นที่
- การเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือที่ตั้งโดยไม่จดทะเบียนแก้ไขภายในกำหนด มีโทษปรับ
- เอกสารของผู้ถือหุ้น/กรรมการชาวต่างชาติมักต้องผ่านการรับรองและแปลตามระเบียบ
- การไม่นำส่งงบการเงินตามกำหนด ส่งผลต่อสถานะนิติบุคคลและมีบทลงโทษ
- การจดเครื่องหมายการค้าช้ากว่าการเปิดตัวแบรนด์ เสี่ยงถูกผู้อื่นยื่นก่อน
- การประเมินสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจากข้อมูลไม่เป็นทางการ ทำให้วางแผนภาษีคลาดเคลื่อน
แหล่งอ้างอิงราชการ
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) — การจดทะเบียนนิติบุคคล การแก้ไขทะเบียน และการนำส่งงบการเงิน
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) — ประเภทกิจการที่ได้รับการส่งเสริมและสิทธิประโยชน์
- กรมทรัพย์สินทางปัญญา — การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร และแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์
ตรวจทานเนื้อหาล่าสุด: 2026-08-04
ไม่อยากยุ่งยาก ให้เราดำเนินการให้ทั้งหมด
- ถ้าไม่อยากแก้ไขวัตถุประสงค์ภายหลังจนเสียเวลา เราออกแบบโครงสร้างและวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมงานจริงตั้งแต่ต้น
- เราดูแลต่อเนื่องตั้งแต่จดทะเบียน ขึ้นทะเบียนภาษี จนถึงใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจ
- มีปฏิทินกำหนดยื่นแบบและแจ้งเตือนล่วงหน้า ลดความเสี่ยงค่าปรับ
ส่งรายละเอียดเคสของคุณมาก่อนได้ ทีมงานจะสรุปเอกสารที่ต้องใช้และกรอบเวลาให้ทราบก่อนเริ่มงานจริง

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ
ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- สำนักงานศาลยุติธรรม(เปิดในแท็บใหม่)ใช้ยืนยัน: เขตอำนาจศาลและกระบวนพิจารณาคดีแพ่ง/อาญา
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบกฎหมายไทย(เปิดในแท็บใหม่)ใช้ยืนยัน: ตัวบทกฎหมายฉบับปัจจุบันที่ใช้อ้างอิงในเนื้อหา
- สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์(เปิดในแท็บใหม่)ใช้ยืนยัน: สถานะใบอนุญาตว่าความของทนายความ