LICENSED NOTARIAL SERVICES ATTORNEYS × 6
ทีมทนาย Notary Public 6 ท่าน · รับรองโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

คลังคำถามเอกสารนิติบุคคลสำหรับใช้ต่างประเทศ (ฉบับเต็ม)

ครอบคลุมชุดเอกสารบริษัทที่ปลายทางขอบ่อย ใครต้องลงนาม ต้องรับรองตราประทับขั้นใด และอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ

แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · ประเทศไทยเริ่มใช้ Apostille 28 กุมภาพันธ์ 2570

1,040 questions · page 8 of 26

จดทะเบียนบริษัทที่จังหวัดสงขลา ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ชุดเอกสารหลักคือ แบบจองชื่อนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ รายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการและผู้ถือหุ้น แผนที่และหลักฐานที่ตั้งสำนักงานในสงขลา เช่น สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ ยื่นต่อสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดหรือผ่านระบบ e-Registration ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจดทะเบียนแล้วจึงขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและพิจารณาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเข้าเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนด

บริษัทในสงขลาต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทฉบับแปลไปใช้ต่างประเทศ ทำอย่างไร

เริ่มจากคัดหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ผู้รับปลายทางมักกำหนดว่าออกไม่เกิน 3–6 เดือน) จากนั้นจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษให้ชื่อบริษัท ชื่อกรรมการ และอำนาจลงนามตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร แล้วรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และขอ Apostille หากประเทศปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญา (มีผลกับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) หรือรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางหากไม่ใช่ภาคี ควรทำสำเนารับรองสำรองไว้หลายชุด เพราะหลายหน่วยงานเก็บตัวจริงไว้

ชาวต่างชาติถือหุ้นในบริษัทที่ตั้งในสงขลา มีข้อควรระวังอะไร

ประเด็นหลักคือสัดส่วนการถือหุ้นและประเภทธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งบางกิจการต้องขอใบอนุญาตหรือใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือการส่งเสริมการลงทุน เอกสารของผู้ถือหุ้นต่างชาติ เช่น หนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองบริษัทแม่ ต้องผ่านการรับรองจากประเทศต้นทางและแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปลก่อนยื่น นอกจากนี้ควรวางแผนเรื่องที่ตั้งสำนักงานจริงในสงขลา และเอกสารจ้างงาน เพราะเชื่อมกับการขอใบอนุญาตทำงานในขั้นถัดไป

เปลี่ยนแปลงกรรมการหรือที่อยู่บริษัทในสงขลา ต้องแจ้งภายในกี่วัน

การเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน เช่น กรรมการ อำนาจลงนาม ที่ตั้งสำนักงาน หรือทุนจดทะเบียน ต้องจัดประชุมและจัดทำรายงานการประชุมตามข้อบังคับ แล้วยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดสำหรับรายการนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปนับจากวันที่มติมีผล หากใช้เอกสารชุดนี้กับธนาคารหรือคู่ค้าต่างประเทศ ควรคัดหนังสือรับรองฉบับใหม่หลังจดทะเบียนเสร็จ แล้วจึงเริ่มขั้นตอนแปลและรับรอง เพื่อให้ข้อมูลบนคำแปลตรงกับทะเบียนล่าสุด

จดทะเบียนบริษัทที่จังหวัดสตูล ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ชุดเอกสารหลักคือ แบบจองชื่อนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ รายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการและผู้ถือหุ้น แผนที่และหลักฐานที่ตั้งสำนักงานในสตูล เช่น สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ ยื่นต่อสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดหรือผ่านระบบ e-Registration ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจดทะเบียนแล้วจึงขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและพิจารณาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเข้าเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนด

บริษัทในสตูลต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทฉบับแปลไปใช้ต่างประเทศ ทำอย่างไร

เริ่มจากคัดหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ผู้รับปลายทางมักกำหนดว่าออกไม่เกิน 3–6 เดือน) จากนั้นจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษให้ชื่อบริษัท ชื่อกรรมการ และอำนาจลงนามตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร แล้วรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และขอ Apostille หากประเทศปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญา (มีผลกับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) หรือรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางหากไม่ใช่ภาคี ควรทำสำเนารับรองสำรองไว้หลายชุด เพราะหลายหน่วยงานเก็บตัวจริงไว้

ชาวต่างชาติถือหุ้นในบริษัทที่ตั้งในสตูล มีข้อควรระวังอะไร

ประเด็นหลักคือสัดส่วนการถือหุ้นและประเภทธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งบางกิจการต้องขอใบอนุญาตหรือใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือการส่งเสริมการลงทุน เอกสารของผู้ถือหุ้นต่างชาติ เช่น หนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองบริษัทแม่ ต้องผ่านการรับรองจากประเทศต้นทางและแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปลก่อนยื่น นอกจากนี้ควรวางแผนเรื่องที่ตั้งสำนักงานจริงในสตูล และเอกสารจ้างงาน เพราะเชื่อมกับการขอใบอนุญาตทำงานในขั้นถัดไป

เปลี่ยนแปลงกรรมการหรือที่อยู่บริษัทในสตูล ต้องแจ้งภายในกี่วัน

การเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน เช่น กรรมการ อำนาจลงนาม ที่ตั้งสำนักงาน หรือทุนจดทะเบียน ต้องจัดประชุมและจัดทำรายงานการประชุมตามข้อบังคับ แล้วยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดสำหรับรายการนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปนับจากวันที่มติมีผล หากใช้เอกสารชุดนี้กับธนาคารหรือคู่ค้าต่างประเทศ ควรคัดหนังสือรับรองฉบับใหม่หลังจดทะเบียนเสร็จ แล้วจึงเริ่มขั้นตอนแปลและรับรอง เพื่อให้ข้อมูลบนคำแปลตรงกับทะเบียนล่าสุด

จดทะเบียนบริษัทที่จังหวัดตรัง ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ชุดเอกสารหลักคือ แบบจองชื่อนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ รายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการและผู้ถือหุ้น แผนที่และหลักฐานที่ตั้งสำนักงานในตรัง เช่น สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ ยื่นต่อสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดหรือผ่านระบบ e-Registration ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจดทะเบียนแล้วจึงขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและพิจารณาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเข้าเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนด

บริษัทในตรังต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทฉบับแปลไปใช้ต่างประเทศ ทำอย่างไร

เริ่มจากคัดหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ผู้รับปลายทางมักกำหนดว่าออกไม่เกิน 3–6 เดือน) จากนั้นจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษให้ชื่อบริษัท ชื่อกรรมการ และอำนาจลงนามตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร แล้วรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และขอ Apostille หากประเทศปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญา (มีผลกับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) หรือรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางหากไม่ใช่ภาคี ควรทำสำเนารับรองสำรองไว้หลายชุด เพราะหลายหน่วยงานเก็บตัวจริงไว้

ชาวต่างชาติถือหุ้นในบริษัทที่ตั้งในตรัง มีข้อควรระวังอะไร

ประเด็นหลักคือสัดส่วนการถือหุ้นและประเภทธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งบางกิจการต้องขอใบอนุญาตหรือใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือการส่งเสริมการลงทุน เอกสารของผู้ถือหุ้นต่างชาติ เช่น หนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองบริษัทแม่ ต้องผ่านการรับรองจากประเทศต้นทางและแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปลก่อนยื่น นอกจากนี้ควรวางแผนเรื่องที่ตั้งสำนักงานจริงในตรัง และเอกสารจ้างงาน เพราะเชื่อมกับการขอใบอนุญาตทำงานในขั้นถัดไป

เปลี่ยนแปลงกรรมการหรือที่อยู่บริษัทในตรัง ต้องแจ้งภายในกี่วัน

การเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน เช่น กรรมการ อำนาจลงนาม ที่ตั้งสำนักงาน หรือทุนจดทะเบียน ต้องจัดประชุมและจัดทำรายงานการประชุมตามข้อบังคับ แล้วยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดสำหรับรายการนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปนับจากวันที่มติมีผล หากใช้เอกสารชุดนี้กับธนาคารหรือคู่ค้าต่างประเทศ ควรคัดหนังสือรับรองฉบับใหม่หลังจดทะเบียนเสร็จ แล้วจึงเริ่มขั้นตอนแปลและรับรอง เพื่อให้ข้อมูลบนคำแปลตรงกับทะเบียนล่าสุด

จดทะเบียนบริษัทที่จังหวัดพัทลุง ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ชุดเอกสารหลักคือ แบบจองชื่อนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ รายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการและผู้ถือหุ้น แผนที่และหลักฐานที่ตั้งสำนักงานในพัทลุง เช่น สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ ยื่นต่อสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดหรือผ่านระบบ e-Registration ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจดทะเบียนแล้วจึงขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและพิจารณาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเข้าเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนด

บริษัทในพัทลุงต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทฉบับแปลไปใช้ต่างประเทศ ทำอย่างไร

เริ่มจากคัดหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ผู้รับปลายทางมักกำหนดว่าออกไม่เกิน 3–6 เดือน) จากนั้นจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษให้ชื่อบริษัท ชื่อกรรมการ และอำนาจลงนามตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร แล้วรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และขอ Apostille หากประเทศปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญา (มีผลกับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) หรือรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางหากไม่ใช่ภาคี ควรทำสำเนารับรองสำรองไว้หลายชุด เพราะหลายหน่วยงานเก็บตัวจริงไว้

ชาวต่างชาติถือหุ้นในบริษัทที่ตั้งในพัทลุง มีข้อควรระวังอะไร

ประเด็นหลักคือสัดส่วนการถือหุ้นและประเภทธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งบางกิจการต้องขอใบอนุญาตหรือใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือการส่งเสริมการลงทุน เอกสารของผู้ถือหุ้นต่างชาติ เช่น หนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองบริษัทแม่ ต้องผ่านการรับรองจากประเทศต้นทางและแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปลก่อนยื่น นอกจากนี้ควรวางแผนเรื่องที่ตั้งสำนักงานจริงในพัทลุง และเอกสารจ้างงาน เพราะเชื่อมกับการขอใบอนุญาตทำงานในขั้นถัดไป

เปลี่ยนแปลงกรรมการหรือที่อยู่บริษัทในพัทลุง ต้องแจ้งภายในกี่วัน

การเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน เช่น กรรมการ อำนาจลงนาม ที่ตั้งสำนักงาน หรือทุนจดทะเบียน ต้องจัดประชุมและจัดทำรายงานการประชุมตามข้อบังคับ แล้วยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดสำหรับรายการนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปนับจากวันที่มติมีผล หากใช้เอกสารชุดนี้กับธนาคารหรือคู่ค้าต่างประเทศ ควรคัดหนังสือรับรองฉบับใหม่หลังจดทะเบียนเสร็จ แล้วจึงเริ่มขั้นตอนแปลและรับรอง เพื่อให้ข้อมูลบนคำแปลตรงกับทะเบียนล่าสุด

จดทะเบียนบริษัทที่จังหวัดปัตตานี ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ชุดเอกสารหลักคือ แบบจองชื่อนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ รายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการและผู้ถือหุ้น แผนที่และหลักฐานที่ตั้งสำนักงานในปัตตานี เช่น สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ ยื่นต่อสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดหรือผ่านระบบ e-Registration ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจดทะเบียนแล้วจึงขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและพิจารณาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเข้าเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนด

บริษัทในปัตตานีต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทฉบับแปลไปใช้ต่างประเทศ ทำอย่างไร

เริ่มจากคัดหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ผู้รับปลายทางมักกำหนดว่าออกไม่เกิน 3–6 เดือน) จากนั้นจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษให้ชื่อบริษัท ชื่อกรรมการ และอำนาจลงนามตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร แล้วรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และขอ Apostille หากประเทศปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญา (มีผลกับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) หรือรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางหากไม่ใช่ภาคี ควรทำสำเนารับรองสำรองไว้หลายชุด เพราะหลายหน่วยงานเก็บตัวจริงไว้

ชาวต่างชาติถือหุ้นในบริษัทที่ตั้งในปัตตานี มีข้อควรระวังอะไร

ประเด็นหลักคือสัดส่วนการถือหุ้นและประเภทธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งบางกิจการต้องขอใบอนุญาตหรือใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือการส่งเสริมการลงทุน เอกสารของผู้ถือหุ้นต่างชาติ เช่น หนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองบริษัทแม่ ต้องผ่านการรับรองจากประเทศต้นทางและแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปลก่อนยื่น นอกจากนี้ควรวางแผนเรื่องที่ตั้งสำนักงานจริงในปัตตานี และเอกสารจ้างงาน เพราะเชื่อมกับการขอใบอนุญาตทำงานในขั้นถัดไป

เปลี่ยนแปลงกรรมการหรือที่อยู่บริษัทในปัตตานี ต้องแจ้งภายในกี่วัน

การเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน เช่น กรรมการ อำนาจลงนาม ที่ตั้งสำนักงาน หรือทุนจดทะเบียน ต้องจัดประชุมและจัดทำรายงานการประชุมตามข้อบังคับ แล้วยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดสำหรับรายการนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปนับจากวันที่มติมีผล หากใช้เอกสารชุดนี้กับธนาคารหรือคู่ค้าต่างประเทศ ควรคัดหนังสือรับรองฉบับใหม่หลังจดทะเบียนเสร็จ แล้วจึงเริ่มขั้นตอนแปลและรับรอง เพื่อให้ข้อมูลบนคำแปลตรงกับทะเบียนล่าสุด

จดทะเบียนบริษัทที่จังหวัดยะลา ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ชุดเอกสารหลักคือ แบบจองชื่อนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ รายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการและผู้ถือหุ้น แผนที่และหลักฐานที่ตั้งสำนักงานในยะลา เช่น สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ ยื่นต่อสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดหรือผ่านระบบ e-Registration ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจดทะเบียนแล้วจึงขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและพิจารณาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเข้าเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนด

บริษัทในยะลาต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทฉบับแปลไปใช้ต่างประเทศ ทำอย่างไร

เริ่มจากคัดหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ผู้รับปลายทางมักกำหนดว่าออกไม่เกิน 3–6 เดือน) จากนั้นจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษให้ชื่อบริษัท ชื่อกรรมการ และอำนาจลงนามตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร แล้วรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และขอ Apostille หากประเทศปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญา (มีผลกับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) หรือรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางหากไม่ใช่ภาคี ควรทำสำเนารับรองสำรองไว้หลายชุด เพราะหลายหน่วยงานเก็บตัวจริงไว้

ชาวต่างชาติถือหุ้นในบริษัทที่ตั้งในยะลา มีข้อควรระวังอะไร

ประเด็นหลักคือสัดส่วนการถือหุ้นและประเภทธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งบางกิจการต้องขอใบอนุญาตหรือใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือการส่งเสริมการลงทุน เอกสารของผู้ถือหุ้นต่างชาติ เช่น หนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองบริษัทแม่ ต้องผ่านการรับรองจากประเทศต้นทางและแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปลก่อนยื่น นอกจากนี้ควรวางแผนเรื่องที่ตั้งสำนักงานจริงในยะลา และเอกสารจ้างงาน เพราะเชื่อมกับการขอใบอนุญาตทำงานในขั้นถัดไป

เปลี่ยนแปลงกรรมการหรือที่อยู่บริษัทในยะลา ต้องแจ้งภายในกี่วัน

การเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน เช่น กรรมการ อำนาจลงนาม ที่ตั้งสำนักงาน หรือทุนจดทะเบียน ต้องจัดประชุมและจัดทำรายงานการประชุมตามข้อบังคับ แล้วยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดสำหรับรายการนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปนับจากวันที่มติมีผล หากใช้เอกสารชุดนี้กับธนาคารหรือคู่ค้าต่างประเทศ ควรคัดหนังสือรับรองฉบับใหม่หลังจดทะเบียนเสร็จ แล้วจึงเริ่มขั้นตอนแปลและรับรอง เพื่อให้ข้อมูลบนคำแปลตรงกับทะเบียนล่าสุด

จดทะเบียนบริษัทที่จังหวัดนราธิวาส ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ชุดเอกสารหลักคือ แบบจองชื่อนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ รายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการและผู้ถือหุ้น แผนที่และหลักฐานที่ตั้งสำนักงานในนราธิวาส เช่น สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ ยื่นต่อสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดหรือผ่านระบบ e-Registration ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจดทะเบียนแล้วจึงขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและพิจารณาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเข้าเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนด

บริษัทในนราธิวาสต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทฉบับแปลไปใช้ต่างประเทศ ทำอย่างไร

เริ่มจากคัดหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ผู้รับปลายทางมักกำหนดว่าออกไม่เกิน 3–6 เดือน) จากนั้นจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษให้ชื่อบริษัท ชื่อกรรมการ และอำนาจลงนามตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร แล้วรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และขอ Apostille หากประเทศปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญา (มีผลกับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) หรือรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางหากไม่ใช่ภาคี ควรทำสำเนารับรองสำรองไว้หลายชุด เพราะหลายหน่วยงานเก็บตัวจริงไว้

ชาวต่างชาติถือหุ้นในบริษัทที่ตั้งในนราธิวาส มีข้อควรระวังอะไร

ประเด็นหลักคือสัดส่วนการถือหุ้นและประเภทธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งบางกิจการต้องขอใบอนุญาตหรือใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือการส่งเสริมการลงทุน เอกสารของผู้ถือหุ้นต่างชาติ เช่น หนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองบริษัทแม่ ต้องผ่านการรับรองจากประเทศต้นทางและแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปลก่อนยื่น นอกจากนี้ควรวางแผนเรื่องที่ตั้งสำนักงานจริงในนราธิวาส และเอกสารจ้างงาน เพราะเชื่อมกับการขอใบอนุญาตทำงานในขั้นถัดไป

เปลี่ยนแปลงกรรมการหรือที่อยู่บริษัทในนราธิวาส ต้องแจ้งภายในกี่วัน

การเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน เช่น กรรมการ อำนาจลงนาม ที่ตั้งสำนักงาน หรือทุนจดทะเบียน ต้องจัดประชุมและจัดทำรายงานการประชุมตามข้อบังคับ แล้วยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดสำหรับรายการนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปนับจากวันที่มติมีผล หากใช้เอกสารชุดนี้กับธนาคารหรือคู่ค้าต่างประเทศ ควรคัดหนังสือรับรองฉบับใหม่หลังจดทะเบียนเสร็จ แล้วจึงเริ่มขั้นตอนแปลและรับรอง เพื่อให้ข้อมูลบนคำแปลตรงกับทะเบียนล่าสุด

บริษัทจากออสเตรเลียจะตั้งสำนักงานหรือบริษัทลูกในไทย ต้องรับรองเอกสารอย่างไร

เอกสารบริษัทแม่ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุมกรรมการ ต้องผ่านการรับรองจากออสเตรเลียก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจ (DFAT — Department of Foreign Affairs and Trade) ซึ่งไทยรับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจให้ชื่อบริษัทและชื่อผู้มีอำนาจสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้ต้องยื่นใหม่บ่อยที่สุด

บริษัทจากนิวซีแลนด์จะตั้งสำนักงานหรือบริษัทลูกในไทย ต้องรับรองเอกสารอย่างไร

เอกสารบริษัทแม่ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุมกรรมการ ต้องผ่านการรับรองจากนิวซีแลนด์ก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจ (DIA — Department of Internal Affairs) ซึ่งไทยรับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจให้ชื่อบริษัทและชื่อผู้มีอำนาจสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้ต้องยื่นใหม่บ่อยที่สุด

บริษัทจากสหรัฐอเมริกาจะตั้งสำนักงานหรือบริษัทลูกในไทย ต้องรับรองเอกสารอย่างไร

เอกสารบริษัทแม่ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุมกรรมการ ต้องผ่านการรับรองจากสหรัฐอเมริกาก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจ (US Department of State — Office of Authentications) ซึ่งไทยรับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจให้ชื่อบริษัทและชื่อผู้มีอำนาจสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้ต้องยื่นใหม่บ่อยที่สุด

บริษัทจากสหราชอาณาจักรจะตั้งสำนักงานหรือบริษัทลูกในไทย ต้องรับรองเอกสารอย่างไร

เอกสารบริษัทแม่ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุมกรรมการ ต้องผ่านการรับรองจากสหราชอาณาจักรก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจ (FCDO — Legalisation Office) ซึ่งไทยรับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจให้ชื่อบริษัทและชื่อผู้มีอำนาจสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้ต้องยื่นใหม่บ่อยที่สุด

บริษัทจากแคนาดาจะตั้งสำนักงานหรือบริษัทลูกในไทย ต้องรับรองเอกสารอย่างไร

เอกสารบริษัทแม่ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุมกรรมการ ต้องผ่านการรับรองจากแคนาดาก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Global Affairs Canada + Provincial Authorities) ซึ่งไทยรับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจให้ชื่อบริษัทและชื่อผู้มีอำนาจสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้ต้องยื่นใหม่บ่อยที่สุด

บริษัทจากเยอรมนีจะตั้งสำนักงานหรือบริษัทลูกในไทย ต้องรับรองเอกสารอย่างไร

เอกสารบริษัทแม่ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุมกรรมการ ต้องผ่านการรับรองจากเยอรมนีก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Bundesverwaltungsamt / Regierungspräsidien / Landgerichte) ซึ่งไทยรับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจให้ชื่อบริษัทและชื่อผู้มีอำนาจสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้ต้องยื่นใหม่บ่อยที่สุด

บริษัทจากฝรั่งเศสจะตั้งสำนักงานหรือบริษัทลูกในไทย ต้องรับรองเอกสารอย่างไร

เอกสารบริษัทแม่ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุมกรรมการ ต้องผ่านการรับรองจากฝรั่งเศสก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Cour d'Appel) ซึ่งไทยรับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจให้ชื่อบริษัทและชื่อผู้มีอำนาจสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้ต้องยื่นใหม่บ่อยที่สุด

บริษัทจากอิตาลีจะตั้งสำนักงานหรือบริษัทลูกในไทย ต้องรับรองเอกสารอย่างไร

เอกสารบริษัทแม่ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุมกรรมการ ต้องผ่านการรับรองจากอิตาลีก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Procura della Repubblica / Prefettura) ซึ่งไทยรับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจให้ชื่อบริษัทและชื่อผู้มีอำนาจสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้ต้องยื่นใหม่บ่อยที่สุด

บริษัทจากสเปนจะตั้งสำนักงานหรือบริษัทลูกในไทย ต้องรับรองเอกสารอย่างไร

เอกสารบริษัทแม่ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุมกรรมการ ต้องผ่านการรับรองจากสเปนก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Ministerio de Justicia / Colegios Notariales) ซึ่งไทยรับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจให้ชื่อบริษัทและชื่อผู้มีอำนาจสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้ต้องยื่นใหม่บ่อยที่สุด

บริษัทจากเนเธอร์แลนด์จะตั้งสำนักงานหรือบริษัทลูกในไทย ต้องรับรองเอกสารอย่างไร

เอกสารบริษัทแม่ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุมกรรมการ ต้องผ่านการรับรองจากเนเธอร์แลนด์ก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Rechtbank (District Court)) ซึ่งไทยรับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจให้ชื่อบริษัทและชื่อผู้มีอำนาจสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้ต้องยื่นใหม่บ่อยที่สุด

บริษัทจากสวิตเซอร์แลนด์จะตั้งสำนักงานหรือบริษัทลูกในไทย ต้องรับรองเอกสารอย่างไร

เอกสารบริษัทแม่ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุมกรรมการ ต้องผ่านการรับรองจากสวิตเซอร์แลนด์ก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Chancery of each Canton) ซึ่งไทยรับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจให้ชื่อบริษัทและชื่อผู้มีอำนาจสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้ต้องยื่นใหม่บ่อยที่สุด

บริษัทจากสวีเดนจะตั้งสำนักงานหรือบริษัทลูกในไทย ต้องรับรองเอกสารอย่างไร

เอกสารบริษัทแม่ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุมกรรมการ ต้องผ่านการรับรองจากสวีเดนก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Notarius Publicus) ซึ่งไทยรับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจให้ชื่อบริษัทและชื่อผู้มีอำนาจสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้ต้องยื่นใหม่บ่อยที่สุด

Related pages

ผู้ทำบัญชีกำลังตรวจงบการเงินและเอกสารภาษีบนโต๊ะทำงานในสำนักงาน
งานบัญชี–ภาษี ยึดตามกำหนดยื่นของกรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบโดย ทนายอนุตรีย์ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ตรวจสอบล่าสุด: กรกฎาคม 2569 (2026-07-31)