LICENSED NOTARIAL SERVICES ATTORNEYS × 6
ทีมทนาย Notary Public 6 ท่าน · รับรองโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

คลังคำถามวีซ่า รายประเทศและรายประเภท (ฉบับเต็ม)

คำตอบเรียงตามลำดับการยื่นจริง: เอกสารตัวจริง สำเนา คำแปลรับรอง หลักฐานการเงิน และจุดที่สถานทูตมักขอเพิ่ม

แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · ประเทศไทยเริ่มใช้ Apostille 28 กุมภาพันธ์ 2570

1,158 questions · page 25 of 29

คนนามิเบียขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ผู้ถือหนังสือเดินทางนามิเบีย (Namibia) ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าไทยต้องเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือตามที่สถานทูตกำหนด แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่ายตามสเปกล่าสุด หลักฐานที่พักและการเดินทาง และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการเงิน เอกสารที่ออกในนามิเบียและไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษต้องแปลและรับรองก่อน เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่มี Apostille จากนามิเบียจะใช้กับหน่วยงานไทยได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก เงื่อนไขรายประเภทวีซ่าปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสถานทูตไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารจากนามิเบียที่ใช้ต่อวีซ่าหรือขอใบอนุญาตทำงานในไทย ต้องรับรองอย่างไร

หน่วยงานไทย เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานเขต จะรับเอกสารต่างประเทศเมื่อผ่านการรับรองครบสายแล้วเท่านั้น ลำดับคือ ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของนามิเบีย ซึ่งคือ Ministry of Justice (ใช้ได้กับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) จากนั้นเมื่อเอกสารถึงประเทศไทยให้แปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับ ควรเผื่อเวลาทั้งสายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ชื่อในเอกสารนามิเบียสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปนามิเบีย ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาราชการหรือภาษาใช้งานของประเทศปลายทาง จากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย เอกสารที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในนามิเบียได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อที่สถานเอกอัครราชทูตนามิเบียที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ จึงต้องยื่นผ่านสถานทูตในประเทศใกล้เคียงหรือศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมาย) ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ยื่นวีซ่านามิเบียควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารนานแค่ไหน

ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณ 2–3 วันทำการ และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ไม่ต้องรอคิวสถานทูต นอกจากนี้คิวนัดสัมภาษณ์หรือคิวยื่นของศูนย์รับคำร้องในช่วงไฮซีซันอาจเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงควรจองคิวก่อนแล้วจึงไล่ทำเอกสารให้ทัน

เอกสารสำหรับวีซ่านามิเบียมักถูกตีกลับเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหาเอกสาร แต่เป็นรูปแบบ ได้แก่ คำแปลไม่ได้เย็บติดกับสำเนาต้นฉบับและไม่มีตราคาบรอยต่อ ใช้เอกสารที่คัดสำเนาเกินอายุที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน) สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกหน้าเอกสารบางหน้า หรือรับรองไม่ครบสายจนขาดชั้นApostille หรือชั้นกรมการกงสุล ตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง คือ ชื่อตรงหนังสือเดินทาง เอกสารครบทุกหน้า และตราประทับครบทุกชั้น

คนบอตสวานาขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ผู้ถือหนังสือเดินทางบอตสวานา (Botswana) ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าไทยต้องเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือตามที่สถานทูตกำหนด แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่ายตามสเปกล่าสุด หลักฐานที่พักและการเดินทาง และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการเงิน เอกสารที่ออกในบอตสวานาและไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษต้องแปลและรับรองก่อน เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่มี Apostille จากบอตสวานาจะใช้กับหน่วยงานไทยได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก เงื่อนไขรายประเภทวีซ่าปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสถานทูตไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารจากบอตสวานาที่ใช้ต่อวีซ่าหรือขอใบอนุญาตทำงานในไทย ต้องรับรองอย่างไร

หน่วยงานไทย เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานเขต จะรับเอกสารต่างประเทศเมื่อผ่านการรับรองครบสายแล้วเท่านั้น ลำดับคือ ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของบอตสวานา ซึ่งคือ MFA (ใช้ได้กับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) จากนั้นเมื่อเอกสารถึงประเทศไทยให้แปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับ ควรเผื่อเวลาทั้งสายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ชื่อในเอกสารบอตสวานาสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปบอตสวานา ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาราชการหรือภาษาใช้งานของประเทศปลายทาง จากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย เอกสารที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในบอตสวานาได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อที่สถานเอกอัครราชทูตบอตสวานาที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ จึงต้องยื่นผ่านสถานทูตในประเทศใกล้เคียงหรือศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมาย) ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ยื่นวีซ่าบอตสวานาควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารนานแค่ไหน

ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณ 2–3 วันทำการ และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ไม่ต้องรอคิวสถานทูต นอกจากนี้คิวนัดสัมภาษณ์หรือคิวยื่นของศูนย์รับคำร้องในช่วงไฮซีซันอาจเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงควรจองคิวก่อนแล้วจึงไล่ทำเอกสารให้ทัน

เอกสารสำหรับวีซ่าบอตสวานามักถูกตีกลับเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหาเอกสาร แต่เป็นรูปแบบ ได้แก่ คำแปลไม่ได้เย็บติดกับสำเนาต้นฉบับและไม่มีตราคาบรอยต่อ ใช้เอกสารที่คัดสำเนาเกินอายุที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน) สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกหน้าเอกสารบางหน้า หรือรับรองไม่ครบสายจนขาดชั้นApostille หรือชั้นกรมการกงสุล ตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง คือ ชื่อตรงหนังสือเดินทาง เอกสารครบทุกหน้า และตราประทับครบทุกชั้น

คนเลโซโทขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ผู้ถือหนังสือเดินทางเลโซโท (Lesotho) ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าไทยต้องเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือตามที่สถานทูตกำหนด แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่ายตามสเปกล่าสุด หลักฐานที่พักและการเดินทาง และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการเงิน เอกสารที่ออกในเลโซโทและไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษต้องแปลและรับรองก่อน เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่มี Apostille จากเลโซโทจะใช้กับหน่วยงานไทยได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก เงื่อนไขรายประเภทวีซ่าปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสถานทูตไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารจากเลโซโทที่ใช้ต่อวีซ่าหรือขอใบอนุญาตทำงานในไทย ต้องรับรองอย่างไร

หน่วยงานไทย เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานเขต จะรับเอกสารต่างประเทศเมื่อผ่านการรับรองครบสายแล้วเท่านั้น ลำดับคือ ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของเลโซโท ซึ่งคือ MFA (ใช้ได้กับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) จากนั้นเมื่อเอกสารถึงประเทศไทยให้แปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับ ควรเผื่อเวลาทั้งสายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ชื่อในเอกสารเลโซโทสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปเลโซโท ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาราชการหรือภาษาใช้งานของประเทศปลายทาง จากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย เอกสารที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในเลโซโทได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อที่สถานเอกอัครราชทูตเลโซโทที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ จึงต้องยื่นผ่านสถานทูตในประเทศใกล้เคียงหรือศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมาย) ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ยื่นวีซ่าเลโซโทควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารนานแค่ไหน

ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณ 2–3 วันทำการ และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ไม่ต้องรอคิวสถานทูต นอกจากนี้คิวนัดสัมภาษณ์หรือคิวยื่นของศูนย์รับคำร้องในช่วงไฮซีซันอาจเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงควรจองคิวก่อนแล้วจึงไล่ทำเอกสารให้ทัน

เอกสารสำหรับวีซ่าเลโซโทมักถูกตีกลับเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหาเอกสาร แต่เป็นรูปแบบ ได้แก่ คำแปลไม่ได้เย็บติดกับสำเนาต้นฉบับและไม่มีตราคาบรอยต่อ ใช้เอกสารที่คัดสำเนาเกินอายุที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน) สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกหน้าเอกสารบางหน้า หรือรับรองไม่ครบสายจนขาดชั้นApostille หรือชั้นกรมการกงสุล ตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง คือ ชื่อตรงหนังสือเดินทาง เอกสารครบทุกหน้า และตราประทับครบทุกชั้น

คนเอสวาตินีขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ผู้ถือหนังสือเดินทางเอสวาตินี (Eswatini) ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าไทยต้องเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือตามที่สถานทูตกำหนด แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่ายตามสเปกล่าสุด หลักฐานที่พักและการเดินทาง และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการเงิน เอกสารที่ออกในเอสวาตินีและไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษต้องแปลและรับรองก่อน เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่มี Apostille จากเอสวาตินีจะใช้กับหน่วยงานไทยได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก เงื่อนไขรายประเภทวีซ่าปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสถานทูตไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารจากเอสวาตินีที่ใช้ต่อวีซ่าหรือขอใบอนุญาตทำงานในไทย ต้องรับรองอย่างไร

หน่วยงานไทย เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานเขต จะรับเอกสารต่างประเทศเมื่อผ่านการรับรองครบสายแล้วเท่านั้น ลำดับคือ ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของเอสวาตินี ซึ่งคือ MFA (ใช้ได้กับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) จากนั้นเมื่อเอกสารถึงประเทศไทยให้แปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับ ควรเผื่อเวลาทั้งสายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ชื่อในเอกสารเอสวาตินีสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปเอสวาตินี ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาราชการหรือภาษาใช้งานของประเทศปลายทาง จากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย เอกสารที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในเอสวาตินีได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อที่สถานเอกอัครราชทูตเอสวาตินีที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ จึงต้องยื่นผ่านสถานทูตในประเทศใกล้เคียงหรือศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมาย) ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ยื่นวีซ่าเอสวาตินีควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารนานแค่ไหน

ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณ 2–3 วันทำการ และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ไม่ต้องรอคิวสถานทูต นอกจากนี้คิวนัดสัมภาษณ์หรือคิวยื่นของศูนย์รับคำร้องในช่วงไฮซีซันอาจเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงควรจองคิวก่อนแล้วจึงไล่ทำเอกสารให้ทัน

เอกสารสำหรับวีซ่าเอสวาตินีมักถูกตีกลับเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหาเอกสาร แต่เป็นรูปแบบ ได้แก่ คำแปลไม่ได้เย็บติดกับสำเนาต้นฉบับและไม่มีตราคาบรอยต่อ ใช้เอกสารที่คัดสำเนาเกินอายุที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน) สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกหน้าเอกสารบางหน้า หรือรับรองไม่ครบสายจนขาดชั้นApostille หรือชั้นกรมการกงสุล ตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง คือ ชื่อตรงหนังสือเดินทาง เอกสารครบทุกหน้า และตราประทับครบทุกชั้น

คนมาดากัสการ์ขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ผู้ถือหนังสือเดินทางมาดากัสการ์ (Madagascar) ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าไทยต้องเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือตามที่สถานทูตกำหนด แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่ายตามสเปกล่าสุด หลักฐานที่พักและการเดินทาง และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการเงิน เอกสารที่ออกในมาดากัสการ์และไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษต้องแปลและรับรองก่อน เนื่องจากมาดากัสการ์ไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศของมาดากัสการ์แล้วรับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย เงื่อนไขรายประเภทวีซ่าปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสถานทูตไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารจากมาดากัสการ์ที่ใช้ต่อวีซ่าหรือขอใบอนุญาตทำงานในไทย ต้องรับรองอย่างไร

หน่วยงานไทย เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานเขต จะรับเอกสารต่างประเทศเมื่อผ่านการรับรองครบสายแล้วเท่านั้น ลำดับคือ รับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของมาดากัสการ์ แล้วรับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น จากนั้นเมื่อเอกสารถึงประเทศไทยให้แปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับ ควรเผื่อเวลาทั้งสายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ชื่อในเอกสารมาดากัสการ์สะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปมาดากัสการ์ ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาราชการของประเทศปลายทาง (รหัสภาษา: mg, fr) โดยหลายหน่วยงานรับคำแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ ควรยืนยันกับผู้รับก่อนแปล จากนั้นต้องรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตมาดากัสการ์ที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ จึงต้องยื่นผ่านสถานทูตในประเทศใกล้เคียงหรือศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมาย) เพราะมาดากัสการ์ยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ยื่นวีซ่ามาดากัสการ์ควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารนานแค่ไหน

ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณ 2–3 วันทำการ และรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตมาดากัสการ์ที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ จึงต้องยื่นผ่านสถานทูตในประเทศใกล้เคียงหรือศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมาย) ซึ่งมักใช้เวลาเพิ่มอีกหลายวันทำการและหลายแห่งต้องนัดคิวล่วงหน้า นอกจากนี้คิวนัดสัมภาษณ์หรือคิวยื่นของศูนย์รับคำร้องในช่วงไฮซีซันอาจเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงควรจองคิวก่อนแล้วจึงไล่ทำเอกสารให้ทัน

เอกสารสำหรับวีซ่ามาดากัสการ์มักถูกตีกลับเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหาเอกสาร แต่เป็นรูปแบบ ได้แก่ คำแปลไม่ได้เย็บติดกับสำเนาต้นฉบับและไม่มีตราคาบรอยต่อ ใช้เอกสารที่คัดสำเนาเกินอายุที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน) สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกหน้าเอกสารบางหน้า หรือรับรองไม่ครบสายจนขาดชั้นการรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตมาดากัสการ์ที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ จึงต้องยื่นผ่านสถานทูตในประเทศใกล้เคียงหรือศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมาย) ตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง คือ ชื่อตรงหนังสือเดินทาง เอกสารครบทุกหน้า และตราประทับครบทุกชั้น

คนมอริเชียสขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ผู้ถือหนังสือเดินทางมอริเชียส (Mauritius) ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าไทยต้องเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือตามที่สถานทูตกำหนด แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่ายตามสเปกล่าสุด หลักฐานที่พักและการเดินทาง และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการเงิน เอกสารที่ออกในมอริเชียสและไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษต้องแปลและรับรองก่อน เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่มี Apostille จากมอริเชียสจะใช้กับหน่วยงานไทยได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก เงื่อนไขรายประเภทวีซ่าปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสถานทูตไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารจากมอริเชียสที่ใช้ต่อวีซ่าหรือขอใบอนุญาตทำงานในไทย ต้องรับรองอย่างไร

หน่วยงานไทย เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานเขต จะรับเอกสารต่างประเทศเมื่อผ่านการรับรองครบสายแล้วเท่านั้น ลำดับคือ ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของมอริเชียส ซึ่งคือ PMO (ใช้ได้กับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) จากนั้นเมื่อเอกสารถึงประเทศไทยให้แปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับ ควรเผื่อเวลาทั้งสายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ชื่อในเอกสารมอริเชียสสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปมอริเชียส ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาราชการหรือภาษาใช้งานของประเทศปลายทาง จากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย เอกสารที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในมอริเชียสได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อที่สถานเอกอัครราชทูตมอริเชียสที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ จึงต้องยื่นผ่านสถานทูตในประเทศใกล้เคียงหรือศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมาย) ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ยื่นวีซ่ามอริเชียสควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารนานแค่ไหน

ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณ 2–3 วันทำการ และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ไม่ต้องรอคิวสถานทูต นอกจากนี้คิวนัดสัมภาษณ์หรือคิวยื่นของศูนย์รับคำร้องในช่วงไฮซีซันอาจเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงควรจองคิวก่อนแล้วจึงไล่ทำเอกสารให้ทัน

เอกสารสำหรับวีซ่ามอริเชียสมักถูกตีกลับเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหาเอกสาร แต่เป็นรูปแบบ ได้แก่ คำแปลไม่ได้เย็บติดกับสำเนาต้นฉบับและไม่มีตราคาบรอยต่อ ใช้เอกสารที่คัดสำเนาเกินอายุที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน) สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกหน้าเอกสารบางหน้า หรือรับรองไม่ครบสายจนขาดชั้นApostille หรือชั้นกรมการกงสุล ตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง คือ ชื่อตรงหนังสือเดินทาง เอกสารครบทุกหน้า และตราประทับครบทุกชั้น

คนเซเชลส์ขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ผู้ถือหนังสือเดินทางเซเชลส์ (Seychelles) ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าไทยต้องเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือตามที่สถานทูตกำหนด แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่ายตามสเปกล่าสุด หลักฐานที่พักและการเดินทาง และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการเงิน เอกสารที่ออกในเซเชลส์และไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษต้องแปลและรับรองก่อน เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่มี Apostille จากเซเชลส์จะใช้กับหน่วยงานไทยได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก เงื่อนไขรายประเภทวีซ่าปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสถานทูตไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารจากเซเชลส์ที่ใช้ต่อวีซ่าหรือขอใบอนุญาตทำงานในไทย ต้องรับรองอย่างไร

หน่วยงานไทย เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานเขต จะรับเอกสารต่างประเทศเมื่อผ่านการรับรองครบสายแล้วเท่านั้น ลำดับคือ ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของเซเชลส์ ซึ่งคือ MFA (ใช้ได้กับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) จากนั้นเมื่อเอกสารถึงประเทศไทยให้แปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับ ควรเผื่อเวลาทั้งสายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ชื่อในเอกสารเซเชลส์สะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปเซเชลส์ ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาราชการหรือภาษาใช้งานของประเทศปลายทาง จากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย เอกสารที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในเซเชลส์ได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อที่สถานเอกอัครราชทูตเซเชลส์ที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ จึงต้องยื่นผ่านสถานทูตในประเทศใกล้เคียงหรือศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมาย) ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

Related pages

เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาลูกค้าทางโทรศัพท์เกี่ยวกับขั้นตอนยื่นเอกสาร
ตรวจเช็กลิสต์เอกสารกับเจ้าหน้าที่ก่อนยื่นจริง ช่วยลดโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่ม

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบโดย ทนายปฏิภาณ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ตรวจสอบล่าสุด: กรกฎาคม 2569 (2026-07-31)