LICENSED NOTARIAL SERVICES ATTORNEYS × 6
ทีมทนาย Notary Public 6 ท่าน · รับรองโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

คลังคำถามวีซ่า รายประเทศและรายประเภท (ฉบับเต็ม)

คำตอบเรียงตามลำดับการยื่นจริง: เอกสารตัวจริง สำเนา คำแปลรับรอง หลักฐานการเงิน และจุดที่สถานทูตมักขอเพิ่ม

แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · ประเทศไทยเริ่มใช้ Apostille 28 กุมภาพันธ์ 2570

1,158 questions · page 3 of 29

ชื่อในเอกสารเดนมาร์กสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปเดนมาร์ก ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาราชการของประเทศปลายทาง (รหัสภาษา: da) โดยหลายหน่วยงานรับคำแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ ควรยืนยันกับผู้รับก่อนแปล จากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย เอกสารที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในเดนมาร์กได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อที่สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำกรุงเทพฯ ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ยื่นวีซ่าเดนมาร์กควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารนานแค่ไหน

ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณ 2–3 วันทำการ และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ไม่ต้องรอคิวสถานทูต นอกจากนี้คิวนัดสัมภาษณ์หรือคิวยื่นของศูนย์รับคำร้องในช่วงไฮซีซันอาจเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงควรจองคิวก่อนแล้วจึงไล่ทำเอกสารให้ทัน

เอกสารสำหรับวีซ่าเดนมาร์กมักถูกตีกลับเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหาเอกสาร แต่เป็นรูปแบบ ได้แก่ คำแปลไม่ได้เย็บติดกับสำเนาต้นฉบับและไม่มีตราคาบรอยต่อ ใช้เอกสารที่คัดสำเนาเกินอายุที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน) สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกหน้าเอกสารบางหน้า หรือรับรองไม่ครบสายจนขาดชั้นApostille หรือชั้นกรมการกงสุล ตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง คือ ชื่อตรงหนังสือเดินทาง เอกสารครบทุกหน้า และตราประทับครบทุกชั้น

คนฟินแลนด์ขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ผู้ถือหนังสือเดินทางฟินแลนด์ (Finland) ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าไทยต้องเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือตามที่สถานทูตกำหนด แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่ายตามสเปกล่าสุด หลักฐานที่พักและการเดินทาง และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการเงิน เอกสารที่ออกในฟินแลนด์และไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษต้องแปลและรับรองก่อน เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่มี Apostille จากฟินแลนด์จะใช้กับหน่วยงานไทยได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก เงื่อนไขรายประเภทวีซ่าปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสถานทูตไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารจากฟินแลนด์ที่ใช้ต่อวีซ่าหรือขอใบอนุญาตทำงานในไทย ต้องรับรองอย่างไร

หน่วยงานไทย เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานเขต จะรับเอกสารต่างประเทศเมื่อผ่านการรับรองครบสายแล้วเท่านั้น ลำดับคือ ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของฟินแลนด์ ซึ่งคือ Notarius Publicus (Digital and Population Data Services Agency) (ใช้ได้กับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) จากนั้นเมื่อเอกสารถึงประเทศไทยให้แปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับ ควรเผื่อเวลาทั้งสายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ชื่อในเอกสารฟินแลนด์สะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปฟินแลนด์ ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาราชการของประเทศปลายทาง (รหัสภาษา: fi, sv) โดยหลายหน่วยงานรับคำแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ ควรยืนยันกับผู้รับก่อนแปล จากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย เอกสารที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในฟินแลนด์ได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อที่สถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำกรุงเทพฯ ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ยื่นวีซ่าฟินแลนด์ควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารนานแค่ไหน

ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณ 2–3 วันทำการ และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ไม่ต้องรอคิวสถานทูต นอกจากนี้คิวนัดสัมภาษณ์หรือคิวยื่นของศูนย์รับคำร้องในช่วงไฮซีซันอาจเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงควรจองคิวก่อนแล้วจึงไล่ทำเอกสารให้ทัน

เอกสารสำหรับวีซ่าฟินแลนด์มักถูกตีกลับเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหาเอกสาร แต่เป็นรูปแบบ ได้แก่ คำแปลไม่ได้เย็บติดกับสำเนาต้นฉบับและไม่มีตราคาบรอยต่อ ใช้เอกสารที่คัดสำเนาเกินอายุที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน) สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกหน้าเอกสารบางหน้า หรือรับรองไม่ครบสายจนขาดชั้นApostille หรือชั้นกรมการกงสุล ตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง คือ ชื่อตรงหนังสือเดินทาง เอกสารครบทุกหน้า และตราประทับครบทุกชั้น

คนออสเตรียขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ผู้ถือหนังสือเดินทางออสเตรีย (Austria) ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าไทยต้องเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือตามที่สถานทูตกำหนด แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่ายตามสเปกล่าสุด หลักฐานที่พักและการเดินทาง และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการเงิน เอกสารที่ออกในออสเตรียและไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษต้องแปลและรับรองก่อน เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่มี Apostille จากออสเตรียจะใช้กับหน่วยงานไทยได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก เงื่อนไขรายประเภทวีซ่าปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสถานทูตไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารจากออสเตรียที่ใช้ต่อวีซ่าหรือขอใบอนุญาตทำงานในไทย ต้องรับรองอย่างไร

หน่วยงานไทย เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานเขต จะรับเอกสารต่างประเทศเมื่อผ่านการรับรองครบสายแล้วเท่านั้น ลำดับคือ ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของออสเตรีย ซึ่งคือ Bundesministerium für europäische und internationale Angelegenheiten (ใช้ได้กับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) จากนั้นเมื่อเอกสารถึงประเทศไทยให้แปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับ ควรเผื่อเวลาทั้งสายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ชื่อในเอกสารออสเตรียสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปออสเตรีย ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาราชการของประเทศปลายทาง (รหัสภาษา: de) โดยหลายหน่วยงานรับคำแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ ควรยืนยันกับผู้รับก่อนแปล จากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย เอกสารที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในออสเตรียได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อที่สถานเอกอัครราชทูตออสเตรียประจำกรุงเทพฯ ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ยื่นวีซ่าออสเตรียควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารนานแค่ไหน

ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณ 2–3 วันทำการ และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ไม่ต้องรอคิวสถานทูต นอกจากนี้คิวนัดสัมภาษณ์หรือคิวยื่นของศูนย์รับคำร้องในช่วงไฮซีซันอาจเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงควรจองคิวก่อนแล้วจึงไล่ทำเอกสารให้ทัน

เอกสารสำหรับวีซ่าออสเตรียมักถูกตีกลับเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหาเอกสาร แต่เป็นรูปแบบ ได้แก่ คำแปลไม่ได้เย็บติดกับสำเนาต้นฉบับและไม่มีตราคาบรอยต่อ ใช้เอกสารที่คัดสำเนาเกินอายุที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน) สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกหน้าเอกสารบางหน้า หรือรับรองไม่ครบสายจนขาดชั้นApostille หรือชั้นกรมการกงสุล ตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง คือ ชื่อตรงหนังสือเดินทาง เอกสารครบทุกหน้า และตราประทับครบทุกชั้น

คนเบลเยียมขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ผู้ถือหนังสือเดินทางเบลเยียม (Belgium) ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าไทยต้องเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือตามที่สถานทูตกำหนด แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่ายตามสเปกล่าสุด หลักฐานที่พักและการเดินทาง และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการเงิน เอกสารที่ออกในเบลเยียมและไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษต้องแปลและรับรองก่อน เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่มี Apostille จากเบลเยียมจะใช้กับหน่วยงานไทยได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก เงื่อนไขรายประเภทวีซ่าปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสถานทูตไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารจากเบลเยียมที่ใช้ต่อวีซ่าหรือขอใบอนุญาตทำงานในไทย ต้องรับรองอย่างไร

หน่วยงานไทย เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานเขต จะรับเอกสารต่างประเทศเมื่อผ่านการรับรองครบสายแล้วเท่านั้น ลำดับคือ ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของเบลเยียม ซึ่งคือ FPS Foreign Affairs — Legalisation Office (ใช้ได้กับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) จากนั้นเมื่อเอกสารถึงประเทศไทยให้แปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับ ควรเผื่อเวลาทั้งสายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ชื่อในเอกสารเบลเยียมสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปเบลเยียม ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาราชการของประเทศปลายทาง (รหัสภาษา: nl, fr, de) โดยหลายหน่วยงานรับคำแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ ควรยืนยันกับผู้รับก่อนแปล จากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย เอกสารที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในเบลเยียมได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อที่สถานเอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำกรุงเทพฯ ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ยื่นวีซ่าเบลเยียมควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารนานแค่ไหน

ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณ 2–3 วันทำการ และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ไม่ต้องรอคิวสถานทูต นอกจากนี้คิวนัดสัมภาษณ์หรือคิวยื่นของศูนย์รับคำร้องในช่วงไฮซีซันอาจเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงควรจองคิวก่อนแล้วจึงไล่ทำเอกสารให้ทัน

เอกสารสำหรับวีซ่าเบลเยียมมักถูกตีกลับเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหาเอกสาร แต่เป็นรูปแบบ ได้แก่ คำแปลไม่ได้เย็บติดกับสำเนาต้นฉบับและไม่มีตราคาบรอยต่อ ใช้เอกสารที่คัดสำเนาเกินอายุที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน) สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกหน้าเอกสารบางหน้า หรือรับรองไม่ครบสายจนขาดชั้นApostille หรือชั้นกรมการกงสุล ตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง คือ ชื่อตรงหนังสือเดินทาง เอกสารครบทุกหน้า และตราประทับครบทุกชั้น

คนญี่ปุ่นขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ผู้ถือหนังสือเดินทางญี่ปุ่น (Japan) ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าไทยต้องเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือตามที่สถานทูตกำหนด แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่ายตามสเปกล่าสุด หลักฐานที่พักและการเดินทาง และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการเงิน เอกสารที่ออกในญี่ปุ่นและไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษต้องแปลและรับรองก่อน เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่มี Apostille จากญี่ปุ่นจะใช้กับหน่วยงานไทยได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก เงื่อนไขรายประเภทวีซ่าปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสถานทูตไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารจากญี่ปุ่นที่ใช้ต่อวีซ่าหรือขอใบอนุญาตทำงานในไทย ต้องรับรองอย่างไร

หน่วยงานไทย เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานเขต จะรับเอกสารต่างประเทศเมื่อผ่านการรับรองครบสายแล้วเท่านั้น ลำดับคือ ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของญี่ปุ่น ซึ่งคือ Ministry of Foreign Affairs Japan (Consular Affairs Bureau) (ใช้ได้กับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) จากนั้นเมื่อเอกสารถึงประเทศไทยให้แปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับ ควรเผื่อเวลาทั้งสายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ชื่อในเอกสารญี่ปุ่นสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปญี่ปุ่น ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาราชการของประเทศปลายทาง (รหัสภาษา: ja) โดยหลายหน่วยงานรับคำแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ ควรยืนยันกับผู้รับก่อนแปล จากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย เอกสารที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงเทพฯ ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ยื่นวีซ่าญี่ปุ่นควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารนานแค่ไหน

ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณ 2–3 วันทำการ และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ไม่ต้องรอคิวสถานทูต นอกจากนี้คิวนัดสัมภาษณ์หรือคิวยื่นของศูนย์รับคำร้องในช่วงไฮซีซันอาจเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงควรจองคิวก่อนแล้วจึงไล่ทำเอกสารให้ทัน

เอกสารสำหรับวีซ่าญี่ปุ่นมักถูกตีกลับเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหาเอกสาร แต่เป็นรูปแบบ ได้แก่ คำแปลไม่ได้เย็บติดกับสำเนาต้นฉบับและไม่มีตราคาบรอยต่อ ใช้เอกสารที่คัดสำเนาเกินอายุที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน) สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกหน้าเอกสารบางหน้า หรือรับรองไม่ครบสายจนขาดชั้นApostille หรือชั้นกรมการกงสุล ตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง คือ ชื่อตรงหนังสือเดินทาง เอกสารครบทุกหน้า และตราประทับครบทุกชั้น

คนเกาหลีใต้ขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ผู้ถือหนังสือเดินทางเกาหลีใต้ (South Korea) ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าไทยต้องเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือตามที่สถานทูตกำหนด แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่ายตามสเปกล่าสุด หลักฐานที่พักและการเดินทาง และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการเงิน เอกสารที่ออกในเกาหลีใต้และไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษต้องแปลและรับรองก่อน เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่มี Apostille จากเกาหลีใต้จะใช้กับหน่วยงานไทยได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก เงื่อนไขรายประเภทวีซ่าปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสถานทูตไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารจากเกาหลีใต้ที่ใช้ต่อวีซ่าหรือขอใบอนุญาตทำงานในไทย ต้องรับรองอย่างไร

หน่วยงานไทย เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานเขต จะรับเอกสารต่างประเทศเมื่อผ่านการรับรองครบสายแล้วเท่านั้น ลำดับคือ ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของเกาหลีใต้ ซึ่งคือ MOFA Korea / Ministry of Justice (ใช้ได้กับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) จากนั้นเมื่อเอกสารถึงประเทศไทยให้แปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับ ควรเผื่อเวลาทั้งสายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ชื่อในเอกสารเกาหลีใต้สะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปเกาหลีใต้ ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาราชการของประเทศปลายทาง (รหัสภาษา: ko) โดยหลายหน่วยงานรับคำแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ ควรยืนยันกับผู้รับก่อนแปล จากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย เอกสารที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในเกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อที่สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกรุงเทพฯ ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ยื่นวีซ่าเกาหลีใต้ควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารนานแค่ไหน

ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณ 2–3 วันทำการ และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ไม่ต้องรอคิวสถานทูต นอกจากนี้คิวนัดสัมภาษณ์หรือคิวยื่นของศูนย์รับคำร้องในช่วงไฮซีซันอาจเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงควรจองคิวก่อนแล้วจึงไล่ทำเอกสารให้ทัน

เอกสารสำหรับวีซ่าเกาหลีใต้มักถูกตีกลับเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหาเอกสาร แต่เป็นรูปแบบ ได้แก่ คำแปลไม่ได้เย็บติดกับสำเนาต้นฉบับและไม่มีตราคาบรอยต่อ ใช้เอกสารที่คัดสำเนาเกินอายุที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน) สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกหน้าเอกสารบางหน้า หรือรับรองไม่ครบสายจนขาดชั้นApostille หรือชั้นกรมการกงสุล ตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง คือ ชื่อตรงหนังสือเดินทาง เอกสารครบทุกหน้า และตราประทับครบทุกชั้น

คนจีนขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ผู้ถือหนังสือเดินทางจีน (China) ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าไทยต้องเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือตามที่สถานทูตกำหนด แบบฟอร์มคำร้องพร้อมรูปถ่ายตามสเปกล่าสุด หลักฐานที่พักและการเดินทาง และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการเงิน เอกสารที่ออกในจีนและไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษต้องแปลและรับรองก่อน เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่มี Apostille จากจีนจะใช้กับหน่วยงานไทยได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก เงื่อนไขรายประเภทวีซ่าปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสถานทูตไทยก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารจากจีนที่ใช้ต่อวีซ่าหรือขอใบอนุญาตทำงานในไทย ต้องรับรองอย่างไร

หน่วยงานไทย เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานเขต จะรับเอกสารต่างประเทศเมื่อผ่านการรับรองครบสายแล้วเท่านั้น ลำดับคือ ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของจีน ซึ่งคือ MFA of the PRC + Provincial Foreign Affairs Offices (ใช้ได้กับไทยตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570) จากนั้นเมื่อเอกสารถึงประเทศไทยให้แปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับ ควรเผื่อเวลาทั้งสายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ชื่อในเอกสารจีนสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะมีปัญหากับวีซ่าไทยไหม

มีผลโดยตรง เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบชื่อกับหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลัก หากคำแปลสะกดต่างจากหนังสือเดินทางแม้ตัวอักษรเดียว คำร้องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือถูกตีกลับ วิธีที่ปลอดภัยคือให้ผู้แปลใช้การสะกดตามหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางทุกจุด และหากเคยใช้ชื่อสะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้แนบหลักฐานเชื่อมโยงชื่อ เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำรับรองของผู้แปล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันยื่น

คนไทยขอวีซ่าไปจีน ต้องรับรองเอกสารไทยอย่างไร

เอกสารไทยที่ใช้ประกอบคำร้อง เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองการทำงาน หรือรายการเดินบัญชี โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาราชการของประเทศปลายทาง (รหัสภาษา: zh) โดยหลายหน่วยงานรับคำแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ ควรยืนยันกับผู้รับก่อนแปล จากนั้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย เอกสารที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในจีนได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลแล้วต่อที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงเทพฯ ทั้งนี้รายการเอกสารที่ต้องรับรองขึ้นกับประเภทวีซ่าและประกาศล่าสุดของสถานทูต ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

ยื่นวีซ่าจีนควรเผื่อเวลาเตรียมเอกสารนานแค่ไหน

ควรเริ่มอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณ 2–3 วันทำการ และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ไม่ต้องรอคิวสถานทูต นอกจากนี้คิวนัดสัมภาษณ์หรือคิวยื่นของศูนย์รับคำร้องในช่วงไฮซีซันอาจเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงควรจองคิวก่อนแล้วจึงไล่ทำเอกสารให้ทัน

เอกสารสำหรับวีซ่าจีนมักถูกตีกลับเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหาเอกสาร แต่เป็นรูปแบบ ได้แก่ คำแปลไม่ได้เย็บติดกับสำเนาต้นฉบับและไม่มีตราคาบรอยต่อ ใช้เอกสารที่คัดสำเนาเกินอายุที่ผู้รับกำหนด (หลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน) สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง ตกหน้าเอกสารบางหน้า หรือรับรองไม่ครบสายจนขาดชั้นApostille หรือชั้นกรมการกงสุล ตรวจสามจุดนี้ก่อนยื่นทุกครั้ง คือ ชื่อตรงหนังสือเดินทาง เอกสารครบทุกหน้า และตราประทับครบทุกชั้น

Related pages

เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาลูกค้าทางโทรศัพท์เกี่ยวกับขั้นตอนยื่นเอกสาร
ตรวจเช็กลิสต์เอกสารกับเจ้าหน้าที่ก่อนยื่นจริง ช่วยลดโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่ม

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบโดย ทนายปฏิภาณ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ตรวจสอบล่าสุด: กรกฎาคม 2569 (2026-07-31)