LICENSED NOTARIAL SERVICES ATTORNEYS × 6
ทีมทนาย Notary Public 6 ท่าน · รับรองโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

คลังคำถามจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ (ฉบับเต็ม)

เรียงตามลำดับงานจริงตั้งแต่หนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูต การรับรองกรมการกงสุล จนถึงการจดที่สำนักงานเขต/อำเภอ และการใช้ต่อในต่างประเทศ

แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · ประเทศไทยเริ่มใช้ Apostille 28 กุมภาพันธ์ 2570

1,118 questions · page 2 of 28

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่เดนมาร์ก ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของเดนมาร์ก: da) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับเดนมาร์กได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่เดนมาร์กแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของเดนมาร์กไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry of Foreign Affairs (Legalisation Office)) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนฟินแลนด์ในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวฟินแลนด์ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ฟินแลนด์ ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของฟินแลนด์: fi, sv) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับฟินแลนด์ได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่ฟินแลนด์แล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของฟินแลนด์ไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Notarius Publicus (Digital and Population Data Services Agency)) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนออสเตรียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวออสเตรียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตออสเตรียประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ออสเตรีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของออสเตรีย: de) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับออสเตรียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่ออสเตรียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของออสเตรียไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Bundesministerium für europäische und internationale Angelegenheiten) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเบลเยียมในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวเบลเยียมต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่เบลเยียม ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของเบลเยียม: nl, fr, de) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับเบลเยียมได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่เบลเยียมแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของเบลเยียมไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (FPS Foreign Affairs — Legalisation Office) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนญี่ปุ่นในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวญี่ปุ่นต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ญี่ปุ่น ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของญี่ปุ่น: ja) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับญี่ปุ่นได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่นแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของญี่ปุ่นไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry of Foreign Affairs Japan (Consular Affairs Bureau)) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเกาหลีใต้ในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวเกาหลีใต้ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่เกาหลีใต้ ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของเกาหลีใต้: ko) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับเกาหลีใต้ได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่เกาหลีใต้แล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของเกาหลีใต้ไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (MOFA Korea / Ministry of Justice) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนจีนในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวจีนต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่จีน ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของจีน: zh) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับจีนได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่จีนแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของจีนไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (MFA of the PRC + Provincial Foreign Affairs Offices) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนไต้หวันในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวไต้หวันต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตไต้หวันที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ไต้หวัน ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของไต้หวัน: zh) แล้วรับรองที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตไต้หวันที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย เนื่องจากไต้หวันยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่ไต้หวันแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของไต้หวันไปผ่านการรับรองก่อน โดยรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของไต้หวัน แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนฮ่องกงในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวฮ่องกงต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตฮ่องกงที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ฮ่องกง ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของฮ่องกง: zh, en) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับฮ่องกงได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่ฮ่องกงแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของฮ่องกงไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (High Court of Hong Kong SAR) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนสิงคโปร์ในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวสิงคโปร์ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่สิงคโปร์ ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของสิงคโปร์: en, zh, ms, ta) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับสิงคโปร์ได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่สิงคโปร์แล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของสิงคโปร์ไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Singapore Academy of Law (SAL)) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนมาเลเซียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวมาเลเซียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่มาเลเซีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของมาเลเซีย: ms, en) แล้วรับรองที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำกรุงเทพฯ เนื่องจากมาเลเซียยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่มาเลเซียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของมาเลเซียไปผ่านการรับรองก่อน โดยรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซีย แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนรัสเซียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวรัสเซียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่รัสเซีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของรัสเซีย: ru) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับรัสเซียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่รัสเซียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของรัสเซียไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry of Justice / Regional Notary Chambers) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: ar, en) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (MOFA UAE + Ministry of Justice) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนซาอุดีอาระเบียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวซาอุดีอาระเบียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ซาอุดีอาระเบีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของซาอุดีอาระเบีย: ar) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับซาอุดีอาระเบียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

Related pages

เอกสารราชการ หนังสือเดินทาง และสมุดจดบันทึกขั้นตอนการยื่นเรื่อง
เนื้อหาในหน้านี้เรียบเรียงจากประกาศและระเบียบของหน่วยงานที่อ้างอิงไว้ท้ายหน้า

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบโดย ทนายวราวุธ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ตรวจสอบล่าสุด: กรกฎาคม 2569 (2026-07-31)