Q1. Affirmation, CNI และ Single Status ต่างกันอย่างไร
เป็นชื่อเรียกเอกสารรับรองว่าไม่มีข้อขัดข้องในการสมรสตามระบบของแต่ละประเทศ กลุ่มประเทศคอมมอนเวลธ์มักเรียก Affirmation/Statutory Declaration ยุโรปหลายประเทศเรียก Certificate of No Impediment (CNI) ส่วนบางประเทศออกเป็นหนังสือรับรองสถานภาพโสดจากทะเบียนราษฎร์ สาระคือยืนยันว่าไม่มีการสมรสที่ยังมีผลอยู่
Q2. ทำไมต้องแปลหนังสือรับรองจากสถานทูตเป็นภาษาไทย
เพราะสำนักทะเบียนไทยรับเอกสารภาษาไทย และกรมการกงสุลรับรองคำแปลเพื่อยืนยันว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับที่สถานทูตออกให้ กระบวนการมาตรฐานคือสถานทูตออกเอกสาร → แปลไทย → รับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ → ยื่นสำนักทะเบียน การข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งมักทำให้ถูกตีกลับ
Q3. สถานทูตออกเอกสารเป็นภาษาไทยให้เลยได้ไหม
บางแห่งออกเป็นสองภาษาหรือมีแบบฟอร์มภาษาไทยให้ แต่ส่วนใหญ่ออกเป็นภาษาของประเทศตนหรือภาษาอังกฤษ แม้เอกสารจะมีภาษาไทยอยู่แล้ว กรมการกงสุลก็อาจยังต้องรับรองลายมือชื่อกงสุลก่อน ควรถามสถานทูตให้ชัดว่าเอกสารที่ได้ต้องผ่านขั้นตอนใดต่อ
Q4. ต้องนัดสถานทูตล่วงหน้านานแค่ไหน
ต่างกันมากตามสถานทูตและช่วงฤดูกาล บางแห่งนัดได้ภายในไม่กี่วัน บางแห่งคิวยาวเป็นสัปดาห์ถึงหลายสัปดาห์ ระบบนัดส่วนใหญ่เป็นออนไลน์และปล่อยคิวเป็นรอบ ควรเปิดจองทันทีที่ตัดสินใจ และวางวันจดทะเบียนไว้หลังวันนัดอย่างน้อยหนึ่งถึงสองสัปดาห์
Q5. สถานทูตขอเอกสารอะไรบ้างเพื่อออกหนังสือรับรอง
โดยทั่วไปคือหนังสือเดินทาง หลักฐานสถานภาพปัจจุบัน เช่น ใบหย่าหรือใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิม และข้อมูลของคู่หมั้นฝ่ายไทย บางประเทศขอสูติบัตร ทะเบียนบ้านของประเทศตน หรือหลักฐานถิ่นที่อยู่ รายการที่แน่นอนต้องดูจากหน้าเว็บกงสุลของสถานทูตนั้นในวันที่จะยื่น
Q6. ถ้าประเทศของฉันไม่มีสถานทูตในไทยต้องทำอย่างไร
ให้ตรวจว่ามีสถานทูตที่ดูแลประเทศไทยจากประเทศข้างเคียงหรือมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ในไทยหรือไม่ อีกทางคือให้หน่วยงานในประเทศต้นทางออกเอกสารแล้วรับรองตามระบบของประเทศนั้นก่อนส่งมาไทย จากนั้นแปลและรับรองที่กรมการกงสุล เส้นทางนี้ใช้เวลามากกว่า จึงควรเริ่มล่วงหน้าหลายสัปดาห์
Q7. เอกสารที่ออกจากต่างประเทศต้องผ่านอะไรก่อนใช้ในไทย
โดยทั่วไปต้องผ่านการรับรองในประเทศต้นทางตามระบบของประเทศนั้น แล้วรับรองโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น จากนั้นนำมาแปลไทยและรับรองที่กรมการกงสุลอีกชั้นหนึ่ง เส้นทางนี้เรียกกันว่าห่วงโซ่การรับรอง หากขาดข้อใดข้อหนึ่งสำนักทะเบียนมักไม่รับ
Q8. ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille แล้วเส้นทางนี้จะสั้นลงไหม
ตามข้อมูลสถานะภาคีที่เว็บไซต์ HCCH เผยแพร่ อนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ระบุไว้ในฐานข้อมูลสถานะ ก่อนวันที่มีผลจริงยังต้องใช้ระบบรับรองแบบเดิมทั้งหมด และแม้มีผลแล้ว หน่วยงานปลายทางบางแห่งอาจยังกำหนดขั้นตอนเพิ่ม จึงควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่จะรับเอกสารทุกครั้ง
Q9. ใบหย่าจากต่างประเทศใช้ยืนยันสถานภาพในไทยได้ไหม
ใช้ได้เมื่อผ่านการรับรองครบสาย คือรับรองในประเทศที่ออก รับรองโดยสถานทูตไทยในประเทศนั้น แล้วแปลไทยและรับรองที่กรมการกงสุล บางกรณีสำนักทะเบียนขอหนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูตของผู้นั้นเพิ่มเติมด้วย เพื่อยืนยันว่าไม่มีการสมรสอื่นเกิดขึ้นหลังการหย่า
Q10. คู่สมรสเดิมเสียชีวิต ต้องใช้เอกสารอะไร
ต้องมีมรณบัตรของคู่สมรสเดิมพร้อมการรับรองตามที่มา หากออกในต่างประเทศให้เดินตามห่วงโซ่การรับรองเช่นเดียวกับใบหย่า และควรมีทะเบียนสมรสเดิมประกอบเพื่อแสดงความเชื่อมโยงของบุคคล หากชื่อสะกดไม่ตรงกันควรเตรียมหลักฐานยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน
Q11. ชื่อในหนังสือเดินทางกับในสูติบัตรสะกดไม่ตรงกันทำอย่างไร
ให้จัดทำหนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลเดียวกัน โดยหน่วยงานที่เหมาะสม เช่น สถานทูตของผู้นั้นหรือหน่วยงานทะเบียนของประเทศต้นทาง แล้วแปลและรับรองไปพร้อมกับชุดเอกสารหลัก การแก้ที่ต้นทางดีกว่าอธิบายด้วยวาจาที่เคาน์เตอร์ เพราะนายทะเบียนต้องยึดเอกสารเป็นหลัก
Q12. ต้องใช้สำเนากี่ชุด
จำนวนชุดขึ้นกับสำนักทะเบียนและหน่วยงานที่จะใช้ต่อ แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือเตรียมต้นฉบับหนึ่งชุดและสำเนาลงนามรับรองสำเนาถูกต้องเผื่อไว้อีกหลายชุด พร้อมสแกนเก็บไฟล์ทุกฉบับ เพราะเมื่อยื่นวีซ่าหรือใช้ต่างประเทศภายหลังมักต้องใช้ซ้ำอีกหลายรอบ
Q13. เอกสารที่ออกนานแล้วยังใช้ได้ไหม
ไม่มีอายุตายตัวในกฎหมายไทยเป็นการทั่วไป แต่หน่วยงานผู้รับมักมีแนวปฏิบัติของตนเองว่าเอกสารแสดงสถานภาพควรออกใหม่ไม่นาน หลักการที่ปลอดภัยคือให้เอกสารรับรองสถานภาพเป็นฉบับใหม่ที่สุดในชุด และดำเนินการแปล-รับรอง-จดทะเบียนต่อเนื่องกันโดยไม่ทิ้งช่วงนาน
Q14. สถานทูตให้กรอกข้อมูลคู่หมั้นฝ่ายไทยด้วย ต้องเตรียมอะไร
โดยทั่วไปคือชื่อ-สกุลภาษาไทยและอังกฤษตามบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และสถานภาพสมรสปัจจุบัน ควรถ่ายภาพบัตรและทะเบียนบ้านไว้ให้ชัด และสะกดชื่ออังกฤษให้ตรงกับหนังสือเดินทางไทยเสมอเพื่อกันความไม่สอดคล้องในเอกสารชุดต่อไป
Q15. สถานทูตบางแห่งให้สาบานตน (declaration) หมายความว่าอย่างไร
หมายถึงผู้ยื่นต้องแถลงข้อเท็จจริงเรื่องสถานภาพต่อเจ้าหน้าที่กงสุลและลงนามรับรอง โดยการให้ข้อมูลเท็จมีความผิดตามกฎหมายของประเทศนั้น เอกสารที่ได้จึงมีน้ำหนักเทียบเท่าคำรับรองทางการ ควรตรวจข้อมูลทุกช่องให้ถูกต้องก่อนลงนาม เพราะการแก้ไขภายหลังต้องเริ่มขั้นตอนใหม่
Q16. ถ้าเอกสารสถานทูตออกเป็นภาษาที่ไม่ใช่อังกฤษ
ยังใช้ได้ แต่ต้องแปลเป็นไทยโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปลและผ่านการรับรองที่กรมการกงสุลเช่นเดิม ภาษาที่พบไม่บ่อยอาจใช้เวลาจัดหาผู้แปลนานขึ้น จึงควรแจ้งภาษาต้นฉบับตั้งแต่ต้นเพื่อวางแผนคิวให้สอดคล้องกับวันนัดสำนักทะเบียน
Q17. ต้องแปลหนังสือเดินทางด้วยหรือไม่
หลายสำนักทะเบียนขอสำเนาหนังสือเดินทางพร้อมคำแปลหน้าข้อมูลส่วนบุคคล และบางแห่งขอคำแปลหน้าตราประทับเข้าเมืองด้วย เพื่อให้ข้อมูลในทะเบียนสมรสถูกต้อง แนวปฏิบัติต่างกันไป ควรถามรายการเอกสารที่แน่นอนจากสำนักทะเบียนที่จะไปจดก่อนสั่งแปล
Q18. เอกสารทหารหรือใบรับรองโสดจากที่ทำงานใช้แทนได้ไหม
โดยทั่วไปใช้แทนไม่ได้ เพราะสำนักทะเบียนต้องการเอกสารที่ออกโดยรัฐหรือสถานทูตซึ่งรับรองสถานภาพสมรสตามระบบทะเบียนของประเทศนั้น เอกสารจากนายจ้างเป็นเพียงหลักฐานประกอบ หากประเทศต้นทางไม่มีระบบออกเอกสารนี้ ควรสอบถามสถานทูตว่าออกคำรับรองรูปแบบใดแทนได้
Q19. ยื่นเรื่องที่กรมการกงสุลด้วยตนเองหรือให้ผู้อื่นยื่นแทนได้
โดยทั่วไปให้ผู้รับมอบอำนาจยื่นแทนได้เมื่อมีหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรของผู้มอบครบถ้วน ซึ่งสะดวกสำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ อย่างไรก็ตามรายละเอียดแบบฟอร์มและช่องทางบริการอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจหน้าเว็บของกองสัญชาติและนิติกรณ์ก่อนวันยื่นทุกครั้ง
Q20. ถ้าเอกสารถูกตีกลับต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด มักแก้เฉพาะจุดที่ถูกทักท้วง เช่น คำแปลชื่อเฉพาะ วันที่ หรือการรับรองที่ขาดไปหนึ่งชั้น สิ่งสำคัญคือขอเหตุผลการตีกลับเป็นลายลักษณ์อักษรหรือจดบันทึกให้ครบ แล้วแก้ให้ตรงจุดก่อนยื่นซ้ำ เพื่อไม่ให้เสียคิวรอบใหม่โดยไม่จำเป็น