จดทะเบียนสมรสที่เพชรบูรณ์แล้ว จะใช้ยื่นวีซ่าติดตามคู่สมรสได้ทันทีไหม
ใช้ได้เมื่อเอกสารครบตามที่หน่วยงานผู้พิจารณากำหนด โดยทั่วไปนอกจากใบสำคัญการสมรสแล้ว ยังต้องมีคัดสำเนาทะเบียนสมรส (คร.2) ที่ออกใหม่จากสำนักทะเบียนในพื้นที่เพชรบูรณ์ พร้อมคำแปลที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์ หากยื่นในประเทศไทยเพื่อขออยู่ต่อในฐานะคู่สมรส สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมักขอหลักฐานความสัมพันธ์ประกอบ เช่น ภาพถ่ายร่วมกัน หลักฐานที่อยู่อาศัยร่วมกัน และเอกสารทางการเงินตามหลักเกณฑ์ ส่วนการยื่นที่สถานทูตต่างประเทศจะมีรายการเอกสารเฉพาะของแต่ละประเทศ ควรตรวจรายการอย่างเป็นทางการก่อนแปล เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
บันทึกฐานะแห่งครอบครัวสำหรับคู่ที่จดทะเบียนต่างประเทศแต่มีภูมิลำเนาที่เพชรบูรณ์ ทำอย่างไร
คนไทยที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายต่างประเทศสามารถนำใบทะเบียนสมรสนั้นมาบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตที่ตนมีชื่อในทะเบียนบ้าน ซึ่งกรณีนี้คือสำนักทะเบียนในพื้นที่เพชรบูรณ์ ขั้นตอนคือให้สถานทูตหรือหน่วยงานผู้ออกเอกสารรับรองความถูกต้องตามระบบของประเทศนั้น แปลเป็นภาษาไทย แล้วยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลก่อนนำไปยื่นต่อนายทะเบียน การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในระบบทะเบียนราษฎรของไทย ซึ่งจำเป็นเมื่อจะเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ เปลี่ยนนามสกุล จัดการมรดก หรือทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
หย่าที่เพชรบูรณ์แล้วจะจดทะเบียนสมรสใหม่ ต้องรอเวลาหรือไม่
ฝ่ายชายจดทะเบียนสมรสใหม่ได้ทันทีเมื่อการสมรสเดิมสิ้นสุดโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนฝ่ายหญิงมีข้อจำกัดว่าต้องพ้นกำหนดสามร้อยสิบวันนับแต่การสมรสเดิมสิ้นสุด เว้นแต่มีข้อยกเว้น เช่น คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น สมรสกับคู่สมรสเดิม มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือมีคำสั่งศาลอนุญาต เอกสารที่ต้องนำไปยื่นต่อสำนักทะเบียนในพื้นที่เพชรบูรณ์ คือใบสำคัญการหย่าหรือคำพิพากษาที่ถึงที่สุดพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด หากการหย่าเกิดในต่างประเทศต้องบันทึกฐานะแห่งครอบครัวให้เรียบร้อยก่อน มิฉะนั้นระบบทะเบียนจะยังแสดงสถานะสมรสเดิม (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติที่นครราชสีมา ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ขั้นตอนหลักคือ ฝ่ายชาวต่างชาติขอหนังสือรับรองความเป็นโสดหรือหนังสือรับรองว่ามีคุณสมบัติจดทะเบียนสมรสได้จากสถานทูตหรือสถานกงสุลของตนในประเทศไทย จากนั้นนำไปแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วจึงนำเอกสารชุดนี้พร้อมหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของฝ่ายไทย ไปยื่นจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตในพื้นที่นครราชสีมา นายทะเบียนจะสอบถามความยินยอมของทั้งสองฝ่ายต่อหน้าพยานสองคน หากฝ่ายใดเคยสมรสมาก่อนต้องแสดงใบสำคัญการหย่าหรือใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิมด้วย และควรตรวจการสะกดชื่อในทุกฉบับให้ตรงกันก่อนวันนัด (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
ทะเบียนสมรสที่ออกในนครราชสีมา นำไปใช้ที่ต่างประเทศต้องรับรองขั้นไหน
เอกสารทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสที่ออกโดยสำนักทะเบียนในพื้นที่นครราชสีมา เป็นเอกสารราชการไทย เมื่อจะใช้ต่างประเทศต้องผ่านสองชั้นตามปกติ ชั้นแรกคือแปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนดแล้วยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล ชั้นที่สองคือนำไปประทับรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย เว้นแต่ปลายทางยอมรับ Apostille ซึ่งประเทศไทยจะเริ่มใช้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ทำให้เหลือขั้นตอนเดียว ควรสอบถามหน่วยงานผู้รับเอกสารว่าต้องการฉบับแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาราชการของประเทศนั้น และต้องการเอกสารที่ออกใหม่ภายในกี่เดือน เพราะหลายหน่วยงานจำกัดอายุเอกสาร (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
คู่สมรสอยู่คนละจังหวัด จะจดทะเบียนที่นครราชสีมาได้ไหมหรือต้องกลับภูมิลำเนา
การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยไม่ผูกกับภูมิลำเนา คู่สมรสยื่นคำร้องต่อสำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตใดก็ได้ รวมถึงสำนักทะเบียนในพื้นที่นครราชสีมา โดยไม่ต้องย้ายทะเบียนบ้านมาก่อน สิ่งที่ต้องมีคือคู่สมรสทั้งสองฝ่ายมาแสดงตนพร้อมกัน มีพยานสองคนที่บรรลุนิติภาวะ และเอกสารแสดงตนที่เป็นปัจจุบัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สะดวกเดินทาง กฎหมายเปิดช่องให้จดทะเบียนโดยมอบอำนาจได้ในกรณีจำเป็น ซึ่งต้องทำหนังสือมอบอำนาจตามแบบและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนก่อน จึงควรสอบถามสำนักทะเบียนล่วงหน้าเพราะเป็นกรณียกเว้นที่มีเงื่อนไขเฉพาะ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
ทำสัญญาก่อนสมรสสำหรับคู่ที่จดทะเบียนในนครราชสีมา ต้องทำเมื่อไหร่
สัญญาก่อนสมรสต้องจัดทำและจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสในวันเดียวกับที่จดทะเบียนสมรสเท่านั้น หากจดทะเบียนสมรสไปแล้วจะย้อนกลับมาทำภายหลังไม่ได้ ดังนั้นคู่ที่วางแผนจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนในพื้นที่นครราชสีมา ควรร่างข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินให้เสร็จก่อน แล้วนำไปยื่นพร้อมกันในวันนัด เนื้อหาที่ทำได้คือการกำหนดว่าทรัพย์สินใดเป็นสินส่วนตัวและการจัดการทรัพย์สินระหว่างสมรส แต่ข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีจะตกเป็นโมฆะ หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ ควรจัดทำสองภาษาและตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกข้อ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
จดทะเบียนสมรสที่นครราชสีมาแล้ว จะใช้ยื่นวีซ่าติดตามคู่สมรสได้ทันทีไหม
ใช้ได้เมื่อเอกสารครบตามที่หน่วยงานผู้พิจารณากำหนด โดยทั่วไปนอกจากใบสำคัญการสมรสแล้ว ยังต้องมีคัดสำเนาทะเบียนสมรส (คร.2) ที่ออกใหม่จากสำนักทะเบียนในพื้นที่นครราชสีมา พร้อมคำแปลที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์ หากยื่นในประเทศไทยเพื่อขออยู่ต่อในฐานะคู่สมรส สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมักขอหลักฐานความสัมพันธ์ประกอบ เช่น ภาพถ่ายร่วมกัน หลักฐานที่อยู่อาศัยร่วมกัน และเอกสารทางการเงินตามหลักเกณฑ์ ส่วนการยื่นที่สถานทูตต่างประเทศจะมีรายการเอกสารเฉพาะของแต่ละประเทศ ควรตรวจรายการอย่างเป็นทางการก่อนแปล เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
บันทึกฐานะแห่งครอบครัวสำหรับคู่ที่จดทะเบียนต่างประเทศแต่มีภูมิลำเนาที่นครราชสีมา ทำอย่างไร
คนไทยที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายต่างประเทศสามารถนำใบทะเบียนสมรสนั้นมาบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตที่ตนมีชื่อในทะเบียนบ้าน ซึ่งกรณีนี้คือสำนักทะเบียนในพื้นที่นครราชสีมา ขั้นตอนคือให้สถานทูตหรือหน่วยงานผู้ออกเอกสารรับรองความถูกต้องตามระบบของประเทศนั้น แปลเป็นภาษาไทย แล้วยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลก่อนนำไปยื่นต่อนายทะเบียน การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในระบบทะเบียนราษฎรของไทย ซึ่งจำเป็นเมื่อจะเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ เปลี่ยนนามสกุล จัดการมรดก หรือทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
หย่าที่นครราชสีมาแล้วจะจดทะเบียนสมรสใหม่ ต้องรอเวลาหรือไม่
ฝ่ายชายจดทะเบียนสมรสใหม่ได้ทันทีเมื่อการสมรสเดิมสิ้นสุดโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนฝ่ายหญิงมีข้อจำกัดว่าต้องพ้นกำหนดสามร้อยสิบวันนับแต่การสมรสเดิมสิ้นสุด เว้นแต่มีข้อยกเว้น เช่น คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น สมรสกับคู่สมรสเดิม มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือมีคำสั่งศาลอนุญาต เอกสารที่ต้องนำไปยื่นต่อสำนักทะเบียนในพื้นที่นครราชสีมา คือใบสำคัญการหย่าหรือคำพิพากษาที่ถึงที่สุดพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด หากการหย่าเกิดในต่างประเทศต้องบันทึกฐานะแห่งครอบครัวให้เรียบร้อยก่อน มิฉะนั้นระบบทะเบียนจะยังแสดงสถานะสมรสเดิม (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติที่บุรีรัมย์ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ขั้นตอนหลักคือ ฝ่ายชาวต่างชาติขอหนังสือรับรองความเป็นโสดหรือหนังสือรับรองว่ามีคุณสมบัติจดทะเบียนสมรสได้จากสถานทูตหรือสถานกงสุลของตนในประเทศไทย จากนั้นนำไปแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วจึงนำเอกสารชุดนี้พร้อมหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของฝ่ายไทย ไปยื่นจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตในพื้นที่บุรีรัมย์ นายทะเบียนจะสอบถามความยินยอมของทั้งสองฝ่ายต่อหน้าพยานสองคน หากฝ่ายใดเคยสมรสมาก่อนต้องแสดงใบสำคัญการหย่าหรือใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิมด้วย และควรตรวจการสะกดชื่อในทุกฉบับให้ตรงกันก่อนวันนัด (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
ทะเบียนสมรสที่ออกในบุรีรัมย์ นำไปใช้ที่ต่างประเทศต้องรับรองขั้นไหน
เอกสารทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสที่ออกโดยสำนักทะเบียนในพื้นที่บุรีรัมย์ เป็นเอกสารราชการไทย เมื่อจะใช้ต่างประเทศต้องผ่านสองชั้นตามปกติ ชั้นแรกคือแปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนดแล้วยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล ชั้นที่สองคือนำไปประทับรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย เว้นแต่ปลายทางยอมรับ Apostille ซึ่งประเทศไทยจะเริ่มใช้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ทำให้เหลือขั้นตอนเดียว ควรสอบถามหน่วยงานผู้รับเอกสารว่าต้องการฉบับแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาราชการของประเทศนั้น และต้องการเอกสารที่ออกใหม่ภายในกี่เดือน เพราะหลายหน่วยงานจำกัดอายุเอกสาร (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
คู่สมรสอยู่คนละจังหวัด จะจดทะเบียนที่บุรีรัมย์ได้ไหมหรือต้องกลับภูมิลำเนา
การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยไม่ผูกกับภูมิลำเนา คู่สมรสยื่นคำร้องต่อสำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตใดก็ได้ รวมถึงสำนักทะเบียนในพื้นที่บุรีรัมย์ โดยไม่ต้องย้ายทะเบียนบ้านมาก่อน สิ่งที่ต้องมีคือคู่สมรสทั้งสองฝ่ายมาแสดงตนพร้อมกัน มีพยานสองคนที่บรรลุนิติภาวะ และเอกสารแสดงตนที่เป็นปัจจุบัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สะดวกเดินทาง กฎหมายเปิดช่องให้จดทะเบียนโดยมอบอำนาจได้ในกรณีจำเป็น ซึ่งต้องทำหนังสือมอบอำนาจตามแบบและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนก่อน จึงควรสอบถามสำนักทะเบียนล่วงหน้าเพราะเป็นกรณียกเว้นที่มีเงื่อนไขเฉพาะ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
ทำสัญญาก่อนสมรสสำหรับคู่ที่จดทะเบียนในบุรีรัมย์ ต้องทำเมื่อไหร่
สัญญาก่อนสมรสต้องจัดทำและจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสในวันเดียวกับที่จดทะเบียนสมรสเท่านั้น หากจดทะเบียนสมรสไปแล้วจะย้อนกลับมาทำภายหลังไม่ได้ ดังนั้นคู่ที่วางแผนจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนในพื้นที่บุรีรัมย์ ควรร่างข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินให้เสร็จก่อน แล้วนำไปยื่นพร้อมกันในวันนัด เนื้อหาที่ทำได้คือการกำหนดว่าทรัพย์สินใดเป็นสินส่วนตัวและการจัดการทรัพย์สินระหว่างสมรส แต่ข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีจะตกเป็นโมฆะ หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ ควรจัดทำสองภาษาและตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกข้อ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
จดทะเบียนสมรสที่บุรีรัมย์แล้ว จะใช้ยื่นวีซ่าติดตามคู่สมรสได้ทันทีไหม
ใช้ได้เมื่อเอกสารครบตามที่หน่วยงานผู้พิจารณากำหนด โดยทั่วไปนอกจากใบสำคัญการสมรสแล้ว ยังต้องมีคัดสำเนาทะเบียนสมรส (คร.2) ที่ออกใหม่จากสำนักทะเบียนในพื้นที่บุรีรัมย์ พร้อมคำแปลที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์ หากยื่นในประเทศไทยเพื่อขออยู่ต่อในฐานะคู่สมรส สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมักขอหลักฐานความสัมพันธ์ประกอบ เช่น ภาพถ่ายร่วมกัน หลักฐานที่อยู่อาศัยร่วมกัน และเอกสารทางการเงินตามหลักเกณฑ์ ส่วนการยื่นที่สถานทูตต่างประเทศจะมีรายการเอกสารเฉพาะของแต่ละประเทศ ควรตรวจรายการอย่างเป็นทางการก่อนแปล เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
บันทึกฐานะแห่งครอบครัวสำหรับคู่ที่จดทะเบียนต่างประเทศแต่มีภูมิลำเนาที่บุรีรัมย์ ทำอย่างไร
คนไทยที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายต่างประเทศสามารถนำใบทะเบียนสมรสนั้นมาบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตที่ตนมีชื่อในทะเบียนบ้าน ซึ่งกรณีนี้คือสำนักทะเบียนในพื้นที่บุรีรัมย์ ขั้นตอนคือให้สถานทูตหรือหน่วยงานผู้ออกเอกสารรับรองความถูกต้องตามระบบของประเทศนั้น แปลเป็นภาษาไทย แล้วยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลก่อนนำไปยื่นต่อนายทะเบียน การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในระบบทะเบียนราษฎรของไทย ซึ่งจำเป็นเมื่อจะเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ เปลี่ยนนามสกุล จัดการมรดก หรือทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
หย่าที่บุรีรัมย์แล้วจะจดทะเบียนสมรสใหม่ ต้องรอเวลาหรือไม่
ฝ่ายชายจดทะเบียนสมรสใหม่ได้ทันทีเมื่อการสมรสเดิมสิ้นสุดโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนฝ่ายหญิงมีข้อจำกัดว่าต้องพ้นกำหนดสามร้อยสิบวันนับแต่การสมรสเดิมสิ้นสุด เว้นแต่มีข้อยกเว้น เช่น คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น สมรสกับคู่สมรสเดิม มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือมีคำสั่งศาลอนุญาต เอกสารที่ต้องนำไปยื่นต่อสำนักทะเบียนในพื้นที่บุรีรัมย์ คือใบสำคัญการหย่าหรือคำพิพากษาที่ถึงที่สุดพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด หากการหย่าเกิดในต่างประเทศต้องบันทึกฐานะแห่งครอบครัวให้เรียบร้อยก่อน มิฉะนั้นระบบทะเบียนจะยังแสดงสถานะสมรสเดิม (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติที่สุรินทร์ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ขั้นตอนหลักคือ ฝ่ายชาวต่างชาติขอหนังสือรับรองความเป็นโสดหรือหนังสือรับรองว่ามีคุณสมบัติจดทะเบียนสมรสได้จากสถานทูตหรือสถานกงสุลของตนในประเทศไทย จากนั้นนำไปแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วจึงนำเอกสารชุดนี้พร้อมหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของฝ่ายไทย ไปยื่นจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตในพื้นที่สุรินทร์ นายทะเบียนจะสอบถามความยินยอมของทั้งสองฝ่ายต่อหน้าพยานสองคน หากฝ่ายใดเคยสมรสมาก่อนต้องแสดงใบสำคัญการหย่าหรือใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิมด้วย และควรตรวจการสะกดชื่อในทุกฉบับให้ตรงกันก่อนวันนัด (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
ทะเบียนสมรสที่ออกในสุรินทร์ นำไปใช้ที่ต่างประเทศต้องรับรองขั้นไหน
เอกสารทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสที่ออกโดยสำนักทะเบียนในพื้นที่สุรินทร์ เป็นเอกสารราชการไทย เมื่อจะใช้ต่างประเทศต้องผ่านสองชั้นตามปกติ ชั้นแรกคือแปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนดแล้วยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล ชั้นที่สองคือนำไปประทับรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย เว้นแต่ปลายทางยอมรับ Apostille ซึ่งประเทศไทยจะเริ่มใช้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ทำให้เหลือขั้นตอนเดียว ควรสอบถามหน่วยงานผู้รับเอกสารว่าต้องการฉบับแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาราชการของประเทศนั้น และต้องการเอกสารที่ออกใหม่ภายในกี่เดือน เพราะหลายหน่วยงานจำกัดอายุเอกสาร (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
คู่สมรสอยู่คนละจังหวัด จะจดทะเบียนที่สุรินทร์ได้ไหมหรือต้องกลับภูมิลำเนา
การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยไม่ผูกกับภูมิลำเนา คู่สมรสยื่นคำร้องต่อสำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตใดก็ได้ รวมถึงสำนักทะเบียนในพื้นที่สุรินทร์ โดยไม่ต้องย้ายทะเบียนบ้านมาก่อน สิ่งที่ต้องมีคือคู่สมรสทั้งสองฝ่ายมาแสดงตนพร้อมกัน มีพยานสองคนที่บรรลุนิติภาวะ และเอกสารแสดงตนที่เป็นปัจจุบัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สะดวกเดินทาง กฎหมายเปิดช่องให้จดทะเบียนโดยมอบอำนาจได้ในกรณีจำเป็น ซึ่งต้องทำหนังสือมอบอำนาจตามแบบและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนก่อน จึงควรสอบถามสำนักทะเบียนล่วงหน้าเพราะเป็นกรณียกเว้นที่มีเงื่อนไขเฉพาะ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
ทำสัญญาก่อนสมรสสำหรับคู่ที่จดทะเบียนในสุรินทร์ ต้องทำเมื่อไหร่
สัญญาก่อนสมรสต้องจัดทำและจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสในวันเดียวกับที่จดทะเบียนสมรสเท่านั้น หากจดทะเบียนสมรสไปแล้วจะย้อนกลับมาทำภายหลังไม่ได้ ดังนั้นคู่ที่วางแผนจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนในพื้นที่สุรินทร์ ควรร่างข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินให้เสร็จก่อน แล้วนำไปยื่นพร้อมกันในวันนัด เนื้อหาที่ทำได้คือการกำหนดว่าทรัพย์สินใดเป็นสินส่วนตัวและการจัดการทรัพย์สินระหว่างสมรส แต่ข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีจะตกเป็นโมฆะ หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ ควรจัดทำสองภาษาและตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกข้อ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
จดทะเบียนสมรสที่สุรินทร์แล้ว จะใช้ยื่นวีซ่าติดตามคู่สมรสได้ทันทีไหม
ใช้ได้เมื่อเอกสารครบตามที่หน่วยงานผู้พิจารณากำหนด โดยทั่วไปนอกจากใบสำคัญการสมรสแล้ว ยังต้องมีคัดสำเนาทะเบียนสมรส (คร.2) ที่ออกใหม่จากสำนักทะเบียนในพื้นที่สุรินทร์ พร้อมคำแปลที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์ หากยื่นในประเทศไทยเพื่อขออยู่ต่อในฐานะคู่สมรส สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมักขอหลักฐานความสัมพันธ์ประกอบ เช่น ภาพถ่ายร่วมกัน หลักฐานที่อยู่อาศัยร่วมกัน และเอกสารทางการเงินตามหลักเกณฑ์ ส่วนการยื่นที่สถานทูตต่างประเทศจะมีรายการเอกสารเฉพาะของแต่ละประเทศ ควรตรวจรายการอย่างเป็นทางการก่อนแปล เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
บันทึกฐานะแห่งครอบครัวสำหรับคู่ที่จดทะเบียนต่างประเทศแต่มีภูมิลำเนาที่สุรินทร์ ทำอย่างไร
คนไทยที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายต่างประเทศสามารถนำใบทะเบียนสมรสนั้นมาบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตที่ตนมีชื่อในทะเบียนบ้าน ซึ่งกรณีนี้คือสำนักทะเบียนในพื้นที่สุรินทร์ ขั้นตอนคือให้สถานทูตหรือหน่วยงานผู้ออกเอกสารรับรองความถูกต้องตามระบบของประเทศนั้น แปลเป็นภาษาไทย แล้วยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลก่อนนำไปยื่นต่อนายทะเบียน การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในระบบทะเบียนราษฎรของไทย ซึ่งจำเป็นเมื่อจะเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ เปลี่ยนนามสกุล จัดการมรดก หรือทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
หย่าที่สุรินทร์แล้วจะจดทะเบียนสมรสใหม่ ต้องรอเวลาหรือไม่
ฝ่ายชายจดทะเบียนสมรสใหม่ได้ทันทีเมื่อการสมรสเดิมสิ้นสุดโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนฝ่ายหญิงมีข้อจำกัดว่าต้องพ้นกำหนดสามร้อยสิบวันนับแต่การสมรสเดิมสิ้นสุด เว้นแต่มีข้อยกเว้น เช่น คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น สมรสกับคู่สมรสเดิม มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือมีคำสั่งศาลอนุญาต เอกสารที่ต้องนำไปยื่นต่อสำนักทะเบียนในพื้นที่สุรินทร์ คือใบสำคัญการหย่าหรือคำพิพากษาที่ถึงที่สุดพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด หากการหย่าเกิดในต่างประเทศต้องบันทึกฐานะแห่งครอบครัวให้เรียบร้อยก่อน มิฉะนั้นระบบทะเบียนจะยังแสดงสถานะสมรสเดิม (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติที่ศรีสะเกษ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ขั้นตอนหลักคือ ฝ่ายชาวต่างชาติขอหนังสือรับรองความเป็นโสดหรือหนังสือรับรองว่ามีคุณสมบัติจดทะเบียนสมรสได้จากสถานทูตหรือสถานกงสุลของตนในประเทศไทย จากนั้นนำไปแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วจึงนำเอกสารชุดนี้พร้อมหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของฝ่ายไทย ไปยื่นจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตในพื้นที่ศรีสะเกษ นายทะเบียนจะสอบถามความยินยอมของทั้งสองฝ่ายต่อหน้าพยานสองคน หากฝ่ายใดเคยสมรสมาก่อนต้องแสดงใบสำคัญการหย่าหรือใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิมด้วย และควรตรวจการสะกดชื่อในทุกฉบับให้ตรงกันก่อนวันนัด (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
ทะเบียนสมรสที่ออกในศรีสะเกษ นำไปใช้ที่ต่างประเทศต้องรับรองขั้นไหน
เอกสารทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสที่ออกโดยสำนักทะเบียนในพื้นที่ศรีสะเกษ เป็นเอกสารราชการไทย เมื่อจะใช้ต่างประเทศต้องผ่านสองชั้นตามปกติ ชั้นแรกคือแปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนดแล้วยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล ชั้นที่สองคือนำไปประทับรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย เว้นแต่ปลายทางยอมรับ Apostille ซึ่งประเทศไทยจะเริ่มใช้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ทำให้เหลือขั้นตอนเดียว ควรสอบถามหน่วยงานผู้รับเอกสารว่าต้องการฉบับแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาราชการของประเทศนั้น และต้องการเอกสารที่ออกใหม่ภายในกี่เดือน เพราะหลายหน่วยงานจำกัดอายุเอกสาร (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
คู่สมรสอยู่คนละจังหวัด จะจดทะเบียนที่ศรีสะเกษได้ไหมหรือต้องกลับภูมิลำเนา
การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยไม่ผูกกับภูมิลำเนา คู่สมรสยื่นคำร้องต่อสำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตใดก็ได้ รวมถึงสำนักทะเบียนในพื้นที่ศรีสะเกษ โดยไม่ต้องย้ายทะเบียนบ้านมาก่อน สิ่งที่ต้องมีคือคู่สมรสทั้งสองฝ่ายมาแสดงตนพร้อมกัน มีพยานสองคนที่บรรลุนิติภาวะ และเอกสารแสดงตนที่เป็นปัจจุบัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สะดวกเดินทาง กฎหมายเปิดช่องให้จดทะเบียนโดยมอบอำนาจได้ในกรณีจำเป็น ซึ่งต้องทำหนังสือมอบอำนาจตามแบบและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนก่อน จึงควรสอบถามสำนักทะเบียนล่วงหน้าเพราะเป็นกรณียกเว้นที่มีเงื่อนไขเฉพาะ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
ทำสัญญาก่อนสมรสสำหรับคู่ที่จดทะเบียนในศรีสะเกษ ต้องทำเมื่อไหร่
สัญญาก่อนสมรสต้องจัดทำและจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสในวันเดียวกับที่จดทะเบียนสมรสเท่านั้น หากจดทะเบียนสมรสไปแล้วจะย้อนกลับมาทำภายหลังไม่ได้ ดังนั้นคู่ที่วางแผนจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนในพื้นที่ศรีสะเกษ ควรร่างข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินให้เสร็จก่อน แล้วนำไปยื่นพร้อมกันในวันนัด เนื้อหาที่ทำได้คือการกำหนดว่าทรัพย์สินใดเป็นสินส่วนตัวและการจัดการทรัพย์สินระหว่างสมรส แต่ข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีจะตกเป็นโมฆะ หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ ควรจัดทำสองภาษาและตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกข้อ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
จดทะเบียนสมรสที่ศรีสะเกษแล้ว จะใช้ยื่นวีซ่าติดตามคู่สมรสได้ทันทีไหม
ใช้ได้เมื่อเอกสารครบตามที่หน่วยงานผู้พิจารณากำหนด โดยทั่วไปนอกจากใบสำคัญการสมรสแล้ว ยังต้องมีคัดสำเนาทะเบียนสมรส (คร.2) ที่ออกใหม่จากสำนักทะเบียนในพื้นที่ศรีสะเกษ พร้อมคำแปลที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์ หากยื่นในประเทศไทยเพื่อขออยู่ต่อในฐานะคู่สมรส สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมักขอหลักฐานความสัมพันธ์ประกอบ เช่น ภาพถ่ายร่วมกัน หลักฐานที่อยู่อาศัยร่วมกัน และเอกสารทางการเงินตามหลักเกณฑ์ ส่วนการยื่นที่สถานทูตต่างประเทศจะมีรายการเอกสารเฉพาะของแต่ละประเทศ ควรตรวจรายการอย่างเป็นทางการก่อนแปล เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
บันทึกฐานะแห่งครอบครัวสำหรับคู่ที่จดทะเบียนต่างประเทศแต่มีภูมิลำเนาที่ศรีสะเกษ ทำอย่างไร
คนไทยที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายต่างประเทศสามารถนำใบทะเบียนสมรสนั้นมาบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตที่ตนมีชื่อในทะเบียนบ้าน ซึ่งกรณีนี้คือสำนักทะเบียนในพื้นที่ศรีสะเกษ ขั้นตอนคือให้สถานทูตหรือหน่วยงานผู้ออกเอกสารรับรองความถูกต้องตามระบบของประเทศนั้น แปลเป็นภาษาไทย แล้วยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลก่อนนำไปยื่นต่อนายทะเบียน การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในระบบทะเบียนราษฎรของไทย ซึ่งจำเป็นเมื่อจะเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ เปลี่ยนนามสกุล จัดการมรดก หรือทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
หย่าที่ศรีสะเกษแล้วจะจดทะเบียนสมรสใหม่ ต้องรอเวลาหรือไม่
ฝ่ายชายจดทะเบียนสมรสใหม่ได้ทันทีเมื่อการสมรสเดิมสิ้นสุดโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนฝ่ายหญิงมีข้อจำกัดว่าต้องพ้นกำหนดสามร้อยสิบวันนับแต่การสมรสเดิมสิ้นสุด เว้นแต่มีข้อยกเว้น เช่น คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น สมรสกับคู่สมรสเดิม มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือมีคำสั่งศาลอนุญาต เอกสารที่ต้องนำไปยื่นต่อสำนักทะเบียนในพื้นที่ศรีสะเกษ คือใบสำคัญการหย่าหรือคำพิพากษาที่ถึงที่สุดพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด หากการหย่าเกิดในต่างประเทศต้องบันทึกฐานะแห่งครอบครัวให้เรียบร้อยก่อน มิฉะนั้นระบบทะเบียนจะยังแสดงสถานะสมรสเดิม (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติที่อุบลราชธานี ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ขั้นตอนหลักคือ ฝ่ายชาวต่างชาติขอหนังสือรับรองความเป็นโสดหรือหนังสือรับรองว่ามีคุณสมบัติจดทะเบียนสมรสได้จากสถานทูตหรือสถานกงสุลของตนในประเทศไทย จากนั้นนำไปแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วจึงนำเอกสารชุดนี้พร้อมหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของฝ่ายไทย ไปยื่นจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตในพื้นที่อุบลราชธานี นายทะเบียนจะสอบถามความยินยอมของทั้งสองฝ่ายต่อหน้าพยานสองคน หากฝ่ายใดเคยสมรสมาก่อนต้องแสดงใบสำคัญการหย่าหรือใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิมด้วย และควรตรวจการสะกดชื่อในทุกฉบับให้ตรงกันก่อนวันนัด (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
ทะเบียนสมรสที่ออกในอุบลราชธานี นำไปใช้ที่ต่างประเทศต้องรับรองขั้นไหน
เอกสารทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสที่ออกโดยสำนักทะเบียนในพื้นที่อุบลราชธานี เป็นเอกสารราชการไทย เมื่อจะใช้ต่างประเทศต้องผ่านสองชั้นตามปกติ ชั้นแรกคือแปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนดแล้วยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล ชั้นที่สองคือนำไปประทับรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย เว้นแต่ปลายทางยอมรับ Apostille ซึ่งประเทศไทยจะเริ่มใช้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ทำให้เหลือขั้นตอนเดียว ควรสอบถามหน่วยงานผู้รับเอกสารว่าต้องการฉบับแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาราชการของประเทศนั้น และต้องการเอกสารที่ออกใหม่ภายในกี่เดือน เพราะหลายหน่วยงานจำกัดอายุเอกสาร (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
คู่สมรสอยู่คนละจังหวัด จะจดทะเบียนที่อุบลราชธานีได้ไหมหรือต้องกลับภูมิลำเนา
การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยไม่ผูกกับภูมิลำเนา คู่สมรสยื่นคำร้องต่อสำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตใดก็ได้ รวมถึงสำนักทะเบียนในพื้นที่อุบลราชธานี โดยไม่ต้องย้ายทะเบียนบ้านมาก่อน สิ่งที่ต้องมีคือคู่สมรสทั้งสองฝ่ายมาแสดงตนพร้อมกัน มีพยานสองคนที่บรรลุนิติภาวะ และเอกสารแสดงตนที่เป็นปัจจุบัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สะดวกเดินทาง กฎหมายเปิดช่องให้จดทะเบียนโดยมอบอำนาจได้ในกรณีจำเป็น ซึ่งต้องทำหนังสือมอบอำนาจตามแบบและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนก่อน จึงควรสอบถามสำนักทะเบียนล่วงหน้าเพราะเป็นกรณียกเว้นที่มีเงื่อนไขเฉพาะ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
ทำสัญญาก่อนสมรสสำหรับคู่ที่จดทะเบียนในอุบลราชธานี ต้องทำเมื่อไหร่
สัญญาก่อนสมรสต้องจัดทำและจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสในวันเดียวกับที่จดทะเบียนสมรสเท่านั้น หากจดทะเบียนสมรสไปแล้วจะย้อนกลับมาทำภายหลังไม่ได้ ดังนั้นคู่ที่วางแผนจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนในพื้นที่อุบลราชธานี ควรร่างข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินให้เสร็จก่อน แล้วนำไปยื่นพร้อมกันในวันนัด เนื้อหาที่ทำได้คือการกำหนดว่าทรัพย์สินใดเป็นสินส่วนตัวและการจัดการทรัพย์สินระหว่างสมรส แต่ข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีจะตกเป็นโมฆะ หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ ควรจัดทำสองภาษาและตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกข้อ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
จดทะเบียนสมรสที่อุบลราชธานีแล้ว จะใช้ยื่นวีซ่าติดตามคู่สมรสได้ทันทีไหม
ใช้ได้เมื่อเอกสารครบตามที่หน่วยงานผู้พิจารณากำหนด โดยทั่วไปนอกจากใบสำคัญการสมรสแล้ว ยังต้องมีคัดสำเนาทะเบียนสมรส (คร.2) ที่ออกใหม่จากสำนักทะเบียนในพื้นที่อุบลราชธานี พร้อมคำแปลที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์ หากยื่นในประเทศไทยเพื่อขออยู่ต่อในฐานะคู่สมรส สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมักขอหลักฐานความสัมพันธ์ประกอบ เช่น ภาพถ่ายร่วมกัน หลักฐานที่อยู่อาศัยร่วมกัน และเอกสารทางการเงินตามหลักเกณฑ์ ส่วนการยื่นที่สถานทูตต่างประเทศจะมีรายการเอกสารเฉพาะของแต่ละประเทศ ควรตรวจรายการอย่างเป็นทางการก่อนแปล เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
บันทึกฐานะแห่งครอบครัวสำหรับคู่ที่จดทะเบียนต่างประเทศแต่มีภูมิลำเนาที่อุบลราชธานี ทำอย่างไร
คนไทยที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายต่างประเทศสามารถนำใบทะเบียนสมรสนั้นมาบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตที่ตนมีชื่อในทะเบียนบ้าน ซึ่งกรณีนี้คือสำนักทะเบียนในพื้นที่อุบลราชธานี ขั้นตอนคือให้สถานทูตหรือหน่วยงานผู้ออกเอกสารรับรองความถูกต้องตามระบบของประเทศนั้น แปลเป็นภาษาไทย แล้วยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลก่อนนำไปยื่นต่อนายทะเบียน การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในระบบทะเบียนราษฎรของไทย ซึ่งจำเป็นเมื่อจะเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ เปลี่ยนนามสกุล จัดการมรดก หรือทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
หย่าที่อุบลราชธานีแล้วจะจดทะเบียนสมรสใหม่ ต้องรอเวลาหรือไม่
ฝ่ายชายจดทะเบียนสมรสใหม่ได้ทันทีเมื่อการสมรสเดิมสิ้นสุดโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนฝ่ายหญิงมีข้อจำกัดว่าต้องพ้นกำหนดสามร้อยสิบวันนับแต่การสมรสเดิมสิ้นสุด เว้นแต่มีข้อยกเว้น เช่น คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น สมรสกับคู่สมรสเดิม มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือมีคำสั่งศาลอนุญาต เอกสารที่ต้องนำไปยื่นต่อสำนักทะเบียนในพื้นที่อุบลราชธานี คือใบสำคัญการหย่าหรือคำพิพากษาที่ถึงที่สุดพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด หากการหย่าเกิดในต่างประเทศต้องบันทึกฐานะแห่งครอบครัวให้เรียบร้อยก่อน มิฉะนั้นระบบทะเบียนจะยังแสดงสถานะสมรสเดิม (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติที่ยโสธร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ขั้นตอนหลักคือ ฝ่ายชาวต่างชาติขอหนังสือรับรองความเป็นโสดหรือหนังสือรับรองว่ามีคุณสมบัติจดทะเบียนสมรสได้จากสถานทูตหรือสถานกงสุลของตนในประเทศไทย จากนั้นนำไปแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วจึงนำเอกสารชุดนี้พร้อมหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของฝ่ายไทย ไปยื่นจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตในพื้นที่ยโสธร นายทะเบียนจะสอบถามความยินยอมของทั้งสองฝ่ายต่อหน้าพยานสองคน หากฝ่ายใดเคยสมรสมาก่อนต้องแสดงใบสำคัญการหย่าหรือใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิมด้วย และควรตรวจการสะกดชื่อในทุกฉบับให้ตรงกันก่อนวันนัด (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)
ทะเบียนสมรสที่ออกในยโสธร นำไปใช้ที่ต่างประเทศต้องรับรองขั้นไหน
เอกสารทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสที่ออกโดยสำนักทะเบียนในพื้นที่ยโสธร เป็นเอกสารราชการไทย เมื่อจะใช้ต่างประเทศต้องผ่านสองชั้นตามปกติ ชั้นแรกคือแปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนดแล้วยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล ชั้นที่สองคือนำไปประทับรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย เว้นแต่ปลายทางยอมรับ Apostille ซึ่งประเทศไทยจะเริ่มใช้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ทำให้เหลือขั้นตอนเดียว ควรสอบถามหน่วยงานผู้รับเอกสารว่าต้องการฉบับแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาราชการของประเทศนั้น และต้องการเอกสารที่ออกใหม่ภายในกี่เดือน เพราะหลายหน่วยงานจำกัดอายุเอกสาร (อ้างอิง: กรมการปกครอง · กรมการกงสุล)