คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนจาเมกาในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวจาเมกาต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตจาเมกาที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่จาเมกา ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของจาเมกา: en) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับจาเมกาได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่จาเมกาแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของจาเมกาไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (MFA) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนตรินิแดดและโตเบโกในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวตรินิแดดและโตเบโกต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตตรินิแดดและโตเบโกที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ตรินิแดดและโตเบโก ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของตรินิแดดและโตเบโก: en) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับตรินิแดดและโตเบโกได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่ตรินิแดดและโตเบโกแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของตรินิแดดและโตเบโกไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (MFA) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเฮติในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวเฮติต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเฮติที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่เฮติ ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของเฮติ: fr, ht) แล้วรับรองที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตเฮติที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย เนื่องจากเฮติยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่เฮติแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของเฮติไปผ่านการรับรองก่อน โดยรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของเฮติ แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนบาฮามาสในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวบาฮามาสต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตบาฮามาสที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่บาฮามาส ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของบาฮามาส: en) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับบาฮามาสได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่บาฮามาสแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของบาฮามาสไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (MFA) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนบาร์เบโดสในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวบาร์เบโดสต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตบาร์เบโดสที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่บาร์เบโดส ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของบาร์เบโดส: en) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับบาร์เบโดสได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่บาร์เบโดสแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของบาร์เบโดสไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (MFA) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเบลีซในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวเบลีซต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเบลีซที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่เบลีซ ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของเบลีซ: en) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับเบลีซได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่เบลีซแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของเบลีซไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (MFA) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนซูรินามในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวซูรินามต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตซูรินามที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ซูรินาม ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของซูรินาม: nl) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับซูรินามได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่ซูรินามแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของซูรินามไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (MFA) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนกายอานาในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวกายอานาต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตกายอานาที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่กายอานา ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของกายอานา: en) แล้วรับรองที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตกายอานาที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย เนื่องจากกายอานายังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่กายอานาแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของกายอานาไปผ่านการรับรองก่อน โดยรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของกายอานา แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเวียดนามในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวเวียดนามต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่เวียดนาม ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของเวียดนาม: vi) แล้วรับรองที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำกรุงเทพฯ เนื่องจากเวียดนามยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่เวียดนามแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของเวียดนามไปผ่านการรับรองก่อน โดยรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของเวียดนาม แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนอินโดนีเซียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวอินโดนีเซียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่อินโดนีเซีย ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของอินโดนีเซีย: id) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับอินโดนีเซียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่อินโดนีเซียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของอินโดนีเซียไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry of Law and Human Rights) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนฟิลิปปินส์ในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวฟิลิปปินส์ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ฟิลิปปินส์ ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของฟิลิปปินส์: fil, en) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับฟิลิปปินส์ได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่ฟิลิปปินส์แล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของฟิลิปปินส์ไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (DFA Philippines) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนกัมพูชาในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวกัมพูชาต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่กัมพูชา ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของกัมพูชา: km) แล้วรับรองที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำกรุงเทพฯ เนื่องจากกัมพูชายังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่กัมพูชาแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของกัมพูชาไปผ่านการรับรองก่อน โดยรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนลาวในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวลาวต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตลาวประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ลาว ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของลาว: lo) แล้วรับรองที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตลาวประจำกรุงเทพฯ เนื่องจากลาวยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่ลาวแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของลาวไปผ่านการรับรองก่อน โดยรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของลาว แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเมียนมาในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวเมียนมาต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง