LICENSED NOTARIAL SERVICES ATTORNEYS × 6
ทีมทนาย Notary Public 6 ท่าน · รับรองโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
เอกสารยื่นวีซ่าสำหรับคนไทยเดินทางต่างประเทศ

วีซ่าเกาหลี E-7 (Specialist): เอกสารที่ต้องแปลเกาหลีและ Notary

ขั้นตอน E-7 ตั้งแต่หานายจ้าง จนถึงยื่นสถานทูต พร้อมค่าใช้จ่ายและระยะเวลาที่ใช้จริง

ตรวจสอบโดย ทีมบรรณาธิการ NYC Legal & Notary ฝ่ายเนื้อหาและมาตรฐานเอกสาร
ตรวจสอบล่าสุด: 2026-07-01

ภาพรวม วีซ่าเกาหลี E-7 และผู้ที่เกี่ยวข้อง

วีซ่าเกาหลี E-7 เป็นเรื่องที่ คนไทยสายเทคโนโลยี/ครีเอทีฟที่จะไปเกาหลี ต้องเข้าใจให้ตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางตั้งแต่ต้น เพราะงานเอกสารข้ามประเทศไม่ได้วัดกันที่ความสวยงามของคำแปลหรือความเร็วในการเดินเรื่อง แต่วัดกันที่ “รูปแบบการรับรองตรงกับที่ปลายทางกำหนดหรือไม่” หากเลือกรูปแบบผิดตั้งแต่ขั้นตอนแรก ขั้นตอนที่เหลือทั้งสายจะต้องทำใหม่ทั้งหมด เกณฑ์วีซ่าเปลี่ยนแปลงได้ตลอดและแตกต่างกันตามสัญชาติผู้ยื่นและประเภทวีซ่า จึงต้องยึดเช็คลิสต์ฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการเป็นหลักเสมอ และควรตรวจว่าเอกสารสนับสนุนต้องเป็นฉบับแปลรับรองหรือฉบับที่ผ่านนิติกรณ์เพิ่มเติมหรือไม่ สำหรับกรณี “ทำงานเฉพาะทางในเกาหลี” หน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องได้แก่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องวีซ่าของประเทศปลายทาง และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้น ซึ่งแต่ละแห่งมีขอบเขตการรับรองของตนเองและไม่รับรองแทนกัน NYC LEGAL & NOTARY SERVICE CO., LTD. เป็นสำนักงานที่ให้บริการด้าน visa-consult-thai-outbound โดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความ ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบเลขที่ใบอนุญาตของทนายผู้รับรองได้จากหน้า /verify-lawyer-license ของเว็บไซต์นี้ ซึ่งเป็นการยืนยันที่ตรวจสอบซ้ำกับทะเบียนของสภาทนายความได้โดยตรง เราเขียนบทความนี้ในลักษณะคู่มือปฏิบัติ ไม่ใช่บทความโฆษณา จึงจะระบุเฉพาะขั้นตอน เอกสาร และเงื่อนไขที่อ้างอิงได้จากประกาศของหน่วยงานราชการ ส่วนอัตราค่าธรรมเนียมของแต่ละหน่วยงานจะเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงานนั้น จึงแนะนำให้ตรวจสอบจากแหล่งทางการ ณ วันที่ดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราเพื่อขอใบเสนอราคาเป็นรายเคส เนื้อหาต่อจากนี้จะไล่ตั้งแต่โครงสร้างของกระบวนการ เอกสารที่ต้องเตรียม จุดที่มักผิดพลาด ไปจนถึงวิธีวางลำดับเวลาให้ วีซ่าเกาหลี E-7 จบได้ในรอบเดียว โดยไม่ต้องย้อนกลับไปเริ่มใหม่ที่ต้นทาง

เอกสารสนับสนุนที่ต้องแปลและรับรองสำหรับ วีซ่าเกาหลี E-7

โครงสร้างของ วีซ่าเกาหลี E-7 แบ่งได้เป็นสี่ช่วงที่ต่อกันเป็นลูกโซ่ ช่วงที่หนึ่งคือ “ต้นทางเอกสาร” — ต้องได้เอกสารฉบับจริงหรือฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออก เพราะการรับรองชั้นถัดไปทั้งหมดอ้างอิงลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสาร ช่วงที่สองคือ “การแปลและการรับรองความถูกต้องของคำแปล” ซึ่งต้องเลือกให้ตรงกับที่ปลายทางยอมรับ บางกรณีใช้ผู้แปลในประเทศไทยพร้อมคำรับรองของทนายความได้ แต่บางประเทศบังคับให้ใช้ผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนในประเทศนั้นเท่านั้น ช่วงที่สามคือ “นิติกรณ์” โดยกรมการกงสุล ซึ่งรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่หรือผู้แปล ไม่ใช่การรับรองเนื้อหาของเอกสาร และช่วงที่สี่คือ “การรับรองโดยหน่วยงานปลายทาง” เช่น สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้ หรือหน่วยงานทะเบียนของประเทศนั้นโดยตรง เริ่มเตรียมเอกสารตั้งแต่ก่อนเปิดรับนัดหมาย เพราะเอกสารบางรายการมีอายุการใช้งานจำกัดและต้องคัดใหม่หากขั้นตอนก่อนหน้าล่าช้า จุดที่คนส่วนใหญ่พลาดคือมองว่าทั้งสี่ช่วงนี้ทำคู่ขนานกันได้ ความจริงคือทำข้ามลำดับไม่ได้ เพราะแต่ละชั้นรับรองสิ่งที่ชั้นก่อนหน้าทำไว้ ในทางปฏิบัติเราจึงเริ่มจากการยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเสมอ แล้วจึงย้อนกลับมาออกแบบลำดับงานให้ตรงกับข้อกำหนดนั้น วิธีนี้ช่วยลดโอกาสที่จะต้องกลับไปคัดเอกสารใหม่ที่ต้นทาง ซึ่งเป็นความล่าช้าที่แก้ไขได้ยากที่สุดเมื่อเกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะกรณี “ทำงานเฉพาะทางในเกาหลี” ที่ต้องประสานงานหลายหน่วยงานพร้อมกัน

ลำดับเวลาที่ควรวางแผนก่อนยื่น

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับ วีซ่าเกาหลี E-7 ในกรณี ทำงานเฉพาะทางในเกาหลี โดยทั่วไปประกอบด้วย หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือเพียงพอ แบบคำร้องวีซ่าตามช่องทางที่ทางการกำหนด หลักฐานสถานะ (การงาน การเงิน ที่พัก ความสัมพันธ์) และเอกสารสนับสนุนที่ต้องผ่านการแปลและรับรองตามที่ระบุในเช็คลิสต์ทางการ นอกจากตัวเอกสารแล้ว สิ่งที่ควรเตรียมควบคู่กันคือข้อมูลประกอบที่ทำให้กระบวนการเดินได้ต่อเนื่อง ได้แก่ ชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษที่สะกดตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร ชื่อและที่อยู่ของหน่วยงานปลายทางที่จะยื่น รูปแบบคำรับรองหรือถ้อยคำเฉพาะที่ปลายทางกำหนด (หากมี) และกำหนดวันยื่นจริงเพื่อใช้คำนวณลำดับเวลาย้อนกลับ ในกรณีที่เอกสารเคยมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล หรือแก้ไขรายการทางทะเบียน ต้องเตรียมหลักฐานการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย เพื่อให้ปลายทางเชื่อมโยงได้ว่าเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลเดียวกัน ข้อควรระวังที่พบบ่อยคือความสดของเอกสาร หลายหน่วยงานปลายทางกำหนดว่าเอกสารต้องออกไม่เกินระยะเวลาหนึ่งนับถึงวันยื่น หากขั้นตอนรับรองใช้เวลานานกว่าที่ประเมินไว้ เอกสารที่คัดไว้ล่วงหน้ามากเกินไปอาจหมดอายุก่อนถึงปลายทาง ทางที่ปลอดภัยกว่าคือกำหนดวันยื่นให้ชัดก่อน แล้วจึงนับถอยหลังว่าควรคัดเอกสารวันใด NYC LEGAL & NOTARY SERVICE CO., LTD. มีเช็คลิสต์ให้ดาวน์โหลดที่หน้า /checklists สำหรับใช้ทวนก่อนเดินเรื่อง และแนะนำให้ส่งภาพถ่ายเอกสารให้ทีมงานตรวจความครบถ้วนก่อนนัดหมาย เพื่อลดโอกาสที่จะต้องเดินทางซ้ำ ทั้งนี้อัตราค่าธรรมเนียมของแต่ละหน่วยงานให้ยึดตามประกาศทางการของหน่วยงานนั้นเป็นหลัก

ข้อผิดพลาดที่ทำให้คำร้องสะดุด

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ วีซ่าเกาหลี E-7 ถูกตีกลับ ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความยากของกฎหมาย แต่เกิดจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้น ในกลุ่มงานลักษณะนี้ ปัญหาที่พบเป็นประจำได้แก่ ใช้เช็คลิสต์เก่าที่ค้างอยู่ในเว็บบอร์ด กรอกข้อมูลในคำร้องไม่ตรงกับเอกสารแนบ แปลเอกสารการเงินไม่ครบทุกหน้า และยื่นโดยไม่เผื่อเวลาพิจารณาซึ่งควบคุมไม่ได้จากฝั่งผู้ยื่น นอกจากนี้ยังมีข้อผิดพลาดร่วมที่พบได้ในงานเอกสารข้ามประเทศทุกประเภท เช่น การสะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง การไม่รับรองเอกสารครบทุกหน้ารวมถึงหน้าที่มีเพียงตราประทับ การยึดข้อมูลจากเว็บบอร์ดหรือประสบการณ์ของผู้อื่นแทนประกาศทางการฉบับล่าสุด และการวางแผนเวลาโดยไม่เผื่อรอบทำการของหน่วยงานราชการและวันหยุดของทั้งสองประเทศ วิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือการทวนสอบสองชั้น ชั้นแรกคือทวนกับเช็คลิสต์ทางการของหน่วยงานปลายทาง ชั้นที่สองคือให้ผู้ที่ไม่ได้เตรียมเอกสารเป็นคนตรวจซ้ำ เพราะผู้ที่อ่านเอกสารของตัวเองซ้ำหลายรอบมักมองข้ามความไม่สอดคล้องที่ชัดเจน ในทางปฏิบัติ NYC LEGAL & NOTARY SERVICE CO., LTD. ใช้แนวทางตรวจก่อนรับรองเสมอ คือทนายผู้รับรองจะตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และประเภทคำรับรองกับข้อกำหนดปลายทางก่อนลงนาม หากพบว่าข้อกำหนดปลายทางไม่ชัดเจน เราจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อน แทนที่จะเดาแล้วรับรองไปก่อน เพราะการรับรองผิดรูปแบบมีต้นทุนสูงกว่าการรอคำยืนยันหนึ่งถึงสองวันเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเอกสารต้องผ่านหลายชั้น

กรณีใช้งานจริง: ทำงานเฉพาะทางในเกาหลี

ในทางปฏิบัติ กรณี “ทำงานเฉพาะทางในเกาหลี” มักเริ่มจากคำถามเดียวกันคือ ต้องเตรียมอะไรบ้างและเรียงลำดับอย่างไร คำตอบขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเป็นหลัก ตัวอย่างรูปแบบการทำงานที่เราใช้กับงานลักษณะนี้คือ ขั้นแรก ตรวจสอบว่าหน่วยงานปลายทางประกาศเช็คลิสต์ไว้อย่างไร และเช็คลิสต์นั้นปรับปรุงล่าสุดเมื่อใด ขั้นที่สอง ตรวจเอกสารที่ผู้ใช้บริการมีอยู่แล้วว่าอยู่ในรูปแบบที่ใช้ได้หรือต้องคัดใหม่ ขั้นที่สาม กำหนดรูปแบบคำแปลและคำรับรองให้ตรงกับที่ปลายทางระบุ ขั้นที่สี่ วางลำดับการรับรองแต่ละชั้นตามเส้นทางที่กล่าวไว้ข้างต้น และขั้นสุดท้าย ทวนชุดเอกสารทั้งหมดอีกครั้งก่อนยื่น สิ่งที่ทำให้กรณี ทำงานเฉพาะทางในเกาหลี ต่างจากงานทั่วไปคือ เกณฑ์วีซ่าเปลี่ยนแปลงได้ตลอดและแตกต่างกันตามสัญชาติผู้ยื่นและประเภทวีซ่า จึงต้องยึดเช็คลิสต์ฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการเป็นหลักเสมอ และควรตรวจว่าเอกสารสนับสนุนต้องเป็นฉบับแปลรับรองหรือฉบับที่ผ่านนิติกรณ์เพิ่มเติมหรือไม่ ดังนั้นการประเมินเอกสารตั้งแต่ต้นจึงมีน้ำหนักมากกว่าการเร่งขั้นตอนปลายทาง สำหรับ คนไทยสายเทคโนโลยี/ครีเอทีฟที่จะไปเกาหลี ที่กำลังเริ่มต้น เราแนะนำให้จัดทำแฟ้มเดียวที่รวมเอกสารต้นฉบับ คำแปล และหลักฐานการรับรองแต่ละชั้นไว้ด้วยกัน พร้อมบันทึกวันที่ของแต่ละขั้นตอน เพราะเมื่อหน่วยงานปลายทางสอบถามย้อนกลับ ข้อมูลลำดับเวลาคือสิ่งที่ตอบได้เร็วที่สุดและช่วยให้เรื่องเดินต่อได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ หากต้องการให้ทีมงานช่วยประเมินเอกสารเบื้องต้น สามารถส่งภาพถ่ายเอกสารมาให้เราตรวจก่อนได้ผ่านช่องทางติดต่อบนเว็บไซต์

แหล่งข้อมูลทางการที่ควรยึดเป็นหลัก

สรุปแนวทางวางแผน วีซ่าเกาหลี E-7 ให้จบในรอบเดียว: เริ่มจากยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วนับถอยหลังจากวันยื่นจริงเพื่อกำหนดวันคัดเอกสารและวันเข้ารับรองแต่ละชั้น เริ่มเตรียมเอกสารตั้งแต่ก่อนเปิดรับนัดหมาย เพราะเอกสารบางรายการมีอายุการใช้งานจำกัดและต้องคัดใหม่หากขั้นตอนก่อนหน้าล่าช้า ประเด็นที่ต้องระบุให้ถูกต้องเสมอคือสถานะของประเทศไทยต่ออนุสัญญา Apostille — ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961) เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 · ในช่วงก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยยังต้องรับรองตามเส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วจึงรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทาง (ข้อมูล ณ 2026-07-30 · อ้างอิง HCCH) ข้อเท็จจริงนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเอกสาร เพราะหมายความว่าในช่วงเวลาปัจจุบัน เอกสารไทยจำนวนมากยังต้องเดินตามเส้นทาง Legalization ตามเดิม การอ่านข้อมูลเก่าที่ระบุว่าใช้ Apostille ได้แล้วอาจทำให้วางแผนผิดและเสียเวลาทั้งกระบวนการ แหล่งข้อมูลที่ควรยึดเป็นหลักสำหรับงานนี้คือ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (immigration.go.th) และเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานวีซ่าปลายทาง รวมถึงเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานปลายทางโดยตรง NYC LEGAL & NOTARY SERVICE CO., LTD. ให้บริการ visa-consult-thai-outbound โดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ ตรวจสอบเลขที่ใบอนุญาตได้ที่หน้า /verify-lawyer-license และดูขอบเขตบริการพร้อมช่องทางติดต่อได้ที่หน้า /services หากคุณกำลังเตรียม ทำงานเฉพาะทางในเกาหลี และยังไม่แน่ใจว่าเอกสารที่มีอยู่ใช้ได้หรือไม่ ให้ส่งภาพถ่ายเอกสารมาให้ทีมงานตรวจก่อนเริ่มเดินเรื่อง การตรวจก่อนหนึ่งครั้งช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าการแก้ไขหลังถูกตีกลับ และทำให้คุณเห็นภาพรวมของขั้นตอน เอกสาร และกรอบเวลาทั้งหมดตั้งแต่ต้น

อ่านต่อ: ขั้นตอนละเอียด แพ็กเกจบริการ และตารางเปรียบเทียบ

บทความนี้สรุปภาพรวม หากต้องการลงรายละเอียดระดับปฏิบัติ ทีมที่ปรึกษาของเรา (ประสบการณ์งานเอกสารข้ามประเทศมากกว่า 15 ปี) ได้จัดทำคู่มือขั้นตอน รายการเอกสาร และการเปรียบเทียบทางเลือกไว้ในหน้าเหล่านี้

คู่มือขั้นตอน (Playbook)

วีซ่าและใบอนุญาต

ดูขั้นตอนทั้งหมด

แพ็กเกจบริการที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจงานวีซ่าและใบอนุญาต

ดูขอบเขตงานและสิ่งที่ได้รับ

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

ต้องการให้ประเมินเอกสารของคุณก่อนเริ่มเดินเรื่อง? ติดต่อทีมที่ปรึกษา เราจะตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และรูปแบบคำรับรองกับข้อกำหนดปลายทางให้ก่อนลงมือ

คำถามที่พบบ่อย

วีซ่าเกาหลี E-7 ต้องผ่านหน่วยงานใดบ้าง?

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานลักษณะนี้ได้แก่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องวีซ่าของประเทศปลายทาง และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้น โดยแต่ละหน่วยงานรับรองคนละส่วนและต้องทำตามลำดับ

ต้องเตรียมเอกสารอะไรสำหรับ วีซ่าเกาหลี E-7?

โดยทั่วไปคือ หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือเพียงพอ แบบคำร้องวีซ่าตามช่องทางที่ทางการกำหนด หลักฐานสถานะ (การงาน การเงิน ที่พัก ความสัมพันธ์) และเอกสารสนับสนุนที่ต้องผ่านการแปลและรับรองตามที่ระบุในเช็คลิสต์ทางการ ทั้งนี้ให้ยึดเช็คลิสต์ฉบับล่าสุดของหน่วยงานปลายทางเป็นหลัก

วีซ่าเกาหลี E-7 มีค่าใช้จ่ายเท่าไร?

ค่าธรรมเนียมของหน่วยงานราชการเป็นไปตามอัตราที่แต่ละหน่วยงานประกาศ และค่าบริการขึ้นอยู่กับจำนวนเอกสาร ภาษา และรูปแบบคำรับรองที่ปลายทางกำหนด แนะนำให้ส่งภาพถ่ายเอกสารมาให้ประเมินเพื่อขอใบเสนอราคาเป็นรายเคส

ใช้เวลาดำเนินการนานเท่าใด?

ระยะเวลาขึ้นกับรอบทำการของแต่ละหน่วยงานในสายการรับรองและข้อกำหนดของปลายทาง จึงไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขตายตัวได้ เริ่มเตรียมเอกสารตั้งแต่ก่อนเปิดรับนัดหมาย เพราะเอกสารบางรายการมีอายุการใช้งานจำกัดและต้องคัดใหม่หากขั้นตอนก่อนหน้าล่าช้า

ประเทศไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง?

ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961) เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 · ในช่วงก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยยังต้องรับรองตามเส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วจึงรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทาง (ข้อมูล ณ 2026-07-30 · อ้างอิง HCCH)

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุดคืออะไร?

สำหรับงานกลุ่มนี้คือ ใช้เช็คลิสต์เก่าที่ค้างอยู่ในเว็บบอร์ด กรอกข้อมูลในคำร้องไม่ตรงกับเอกสารแนบ แปลเอกสารการเงินไม่ครบทุกหน้า และยื่นโดยไม่เผื่อเวลาพิจารณาซึ่งควบคุมไม่ได้จากฝั่งผู้ยื่น

ตรวจสอบได้อย่างไรว่าผู้รับรองมีใบอนุญาตจริง?

ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารต้องได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความ ตรวจสอบเลขที่ใบอนุญาตของทนายผู้รับรองของเราได้ที่หน้า /verify-lawyer-license และตรวจซ้ำกับทะเบียนของสภาทนายความได้โดยตรง

ควรอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งใด?

ให้ยึด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (immigration.go.th) และเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานวีซ่าปลายทาง และเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานปลายทาง เพราะข้อกำหนดปรับปรุงได้ตลอดเวลา

NYC+ ให้บริการ Concierge วีซ่าและเอกสารในไทยครบวงจร — Notary Public / แปลรับรอง / MFA Legalization / วีซ่า / DTV / LTR / Elite / Apostille ทีมทนายและนักแปลขึ้นทะเบียนจริง รองรับเอกสารสำหรับประเทศปลายทางทั่วโลก ตอบกลับภายในเวลาทำการ

3
ภาษาให้บริการ (ไทย/EN/中文)
28
กลุ่มบริการหลัก
จ–ศ
เวลาทำการ (นัดหมายล่วงหน้าได้)
24h
เป้าหมายเวลาตอบกลับในวันทำการ

ขั้นตอนการใช้บริการ

  1. 1

    ปรึกษาเบื้องต้น

    ส่งเอกสาร/คำถามผ่าน LINE หรือฟอร์ม — ทีมประเมินและติดต่อกลับในเวลาทำการ

  2. 2

    ยืนยันแพ็กเกจ

    ทีมส่งใบเสนอราคาและ checklist พร้อมกำหนดวันรับงาน

  3. 3

    ดำเนินการ + จัดส่ง

    แปล/รับรอง/ยื่นสถานทูต ครบวงจร ส่งกลับพร้อม tracking

เลือกผู้ให้บริการอย่างไรให้เอกสารไม่ถูกตีกลับ

  1. 1

    เลือกชนิดการรับรองให้ตรงกับผู้รับปลายทาง

    งานแปลแต่ละแบบใช้คนละมาตรฐาน เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย, Sworn Translator สำหรับบางสถานทูตในยุโรป และนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงยุติธรรมสำหรับงานศาลไทย

    วิธีตรวจสอบ: แจ้งชื่อหน่วยงานผู้รับให้ผู้ให้บริการยืนยันมาตรฐานที่ต้องใช้

  2. 2

    ตรวจสถานะผู้รับรอง/ผู้แปลได้จริง

    ผู้ให้บริการควรระบุชื่อผู้รับรองหรือผู้แปลที่รับผิดชอบงานของคุณ พร้อมเลขทะเบียนหรือหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนไว้

    วิธีตรวจสอบ: ขอชื่อ-เลขทะเบียน แล้วตรวจกับเว็บไซต์ของหน่วยงานต้นทางก่อนตัดสินใจ

  3. 3

    ระบุปลายทางของเอกสารก่อนเริ่มงาน

    วิธีรับรองที่ถูกต้องขึ้นกับประเทศปลายทางและหน่วยงานผู้รับ ไม่ใช่ชนิดเอกสารเพียงอย่างเดียว การเลือกผิดขั้นตอนคือสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

    วิธีตรวจสอบ: ถามผู้ให้บริการว่าเอกสารจะผ่านกี่ขั้น และแต่ละขั้นอยู่ที่หน่วยงานใด

  4. 4

    มีการตรวจทานสองชั้นก่อนยื่น

    งานแปลและงานรับรองควรผ่านผู้ตรวจทานคนที่สอง โดยเฉพาะการสะกดชื่อ วันเดือนปี และเลขเอกสารที่ต้องตรงกับพาสปอร์ต

    วิธีตรวจสอบ: ขอดูขั้นตอน QC เป็นลายลักษณ์อักษร หรือขอไฟล์ร่างให้ตรวจก่อนพิมพ์จริง

  5. 5

    แจ้งกรอบเวลาแต่ละขั้นแยกกัน

    กรอบเวลาที่เชื่อถือได้ต้องแยกเป็น เวลาแปล / เวลารับรองหน่วยงานราชการ / เวลาขนส่ง เพราะขั้นที่อยู่กับหน่วยงานราชการควบคุมไม่ได้

    วิธีตรวจสอบ: ขอไทม์ไลน์รายขั้น และถามว่าอะไรคือสมมติฐานที่อาจทำให้ล่าช้า

  6. 6

    ระบุขอบเขตความรับผิดชอบเมื่อเอกสารถูกตีกลับ

    ผู้ให้บริการที่ทำงานตรงไปตรงมาจะระบุชัดว่ากรณีใดแก้ไขให้โดยไม่คิดเพิ่ม และกรณีใดอยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น การเปลี่ยนระเบียบของหน่วยงานปลายทาง

    วิธีตรวจสอบ: ขอเงื่อนไขการแก้ไขงานเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนชำระเงิน

ใครควรใช้บริการนี้

ผู้ยื่นวีซ่า / ย้ายถิ่นฐาน

ต้องใช้เอกสารแปลและรับรองประกอบคำร้องที่สถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองปลายทาง

สิ่งที่ต้องเตรียม: พาสปอร์ต เอกสารต้นฉบับ และชื่อหน่วยงานผู้รับ

นักเรียน / ผู้สมัครเรียนต่อ

สถาบันการศึกษาต่างประเทศขอเอกสารการศึกษาฉบับแปลและรับรองตามรูปแบบที่กำหนด

สิ่งที่ต้องเตรียม: ทรานสคริปต์ ใบปริญญาบัตร และหนังสือตอบรับ (ถ้ามี)

คู่สมรส / ครอบครัวข้ามชาติ

ใช้ประกอบการจดทะเบียนสมรส การรับรองบุตร หรือการยื่นวีซ่าติดตามครอบครัว

สิ่งที่ต้องเตรียม: ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หรือใบสำคัญการหย่า

บริษัท / ผู้บริหารต่างชาติ

ใช้กับงานจดทะเบียน สัญญา หรือการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศ

สิ่งที่ต้องเตรียม: หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และหนังสือมอบอำนาจ

คำถามที่พบบ่อย

ใช้เวลากี่วันจึงจะได้เอกสาร?

ส่วนใหญ่ 1–3 วันทำการสำหรับ Notary/แปลรับรอง และ 5–10 วันทำการสำหรับ MFA Legalization + สถานทูต (ระยะเวลาโดยประมาณ ขึ้นกับคิวและดุลพินิจของหน่วยงาน)

ค่าบริการคิดอย่างไร?

ประเมินรายเคส เพราะขึ้นกับประเภทเอกสาร จำนวนหน้า ภาษา ประเทศปลายทาง และความเร่งด่วน — สอบถามและขอใบเสนอราคาได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ส่วนค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศ

รับงานเร่งด่วนไหม?

รับ — มีบริการ Same-Day / Rush ตามคิวที่ว่างและกรอบเวลาที่หน่วยงานราชการเปิดรับ

ยื่นเอกสารแทนได้หรือไม่?

ได้ — รับเป็นผู้แทนโดยมีหนังสือมอบอำนาจ ยื่นกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางแทนลูกค้า

ครอบคลุมประเทศไหนบ้าง?

รองรับเอกสารสำหรับประเทศปลายทางทั่วโลก ทั้งกลุ่ม EU, สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, จีน, ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง ตามข้อกำหนดของสถานทูตแต่ละแห่ง

หลังไทยเข้า Apostille แล้วเปลี่ยนอะไรบ้าง?

อนุสัญญา Hague Apostille จะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (อ้างอิง HCCH) หลังจากนั้นเอกสารที่ใช้ระหว่างรัฐภาคีจะใช้ตรา Apostille ใบเดียว ไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังใช้นิติกรณ์กงสุลตามเดิม

ข้อมูลอ้างอิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • กระทรวงการต่างประเทศ (MFA)(GovernmentOrganization)Wikidata
  • สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์(GovernmentOrganization)
  • Hague Apostille Convention(Law)Wikidata

แหล่งอ้างอิง

หน่วยงานราชการ

เอกสารและกรณีจริงจากเรา

บริการที่เกี่ยวข้อง

เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาลูกค้าทางโทรศัพท์เกี่ยวกับขั้นตอนยื่นเอกสาร
ตรวจเช็กลิสต์เอกสารกับเจ้าหน้าที่ก่อนยื่นจริง ช่วยลดโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่ม

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล