คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนออสเตรเลียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวออสเตรเลียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ออสเตรเลีย ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของออสเตรเลีย: en) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับออสเตรเลียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่ออสเตรเลียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของออสเตรเลียไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (DFAT — Department of Foreign Affairs and Trade) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนนิวซีแลนด์ในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวนิวซีแลนด์ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่นิวซีแลนด์ ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของนิวซีแลนด์: en, mi) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับนิวซีแลนด์ได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่นิวซีแลนด์แล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของนิวซีแลนด์ไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (DIA — Department of Internal Affairs) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวสหรัฐอเมริกาต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่สหรัฐอเมริกา ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของสหรัฐอเมริกา: en) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับสหรัฐอเมริกาได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่สหรัฐอเมริกาแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของสหรัฐอเมริกาไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (US Department of State — Office of Authentications) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนสหราชอาณาจักรในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวสหราชอาณาจักรต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่สหราชอาณาจักร ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของสหราชอาณาจักร: en) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับสหราชอาณาจักรได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่สหราชอาณาจักรแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของสหราชอาณาจักรไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (FCDO — Legalisation Office) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนแคนาดาในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวแคนาดาต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่แคนาดา ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของแคนาดา: en, fr) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับแคนาดาได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่แคนาดาแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของแคนาดาไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Global Affairs Canada + Provincial Authorities) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเยอรมนีในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวเยอรมนีต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่เยอรมนี ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของเยอรมนี: de) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับเยอรมนีได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่เยอรมนีแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของเยอรมนีไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Bundesverwaltungsamt / Regierungspräsidien / Landgerichte) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนฝรั่งเศสในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวฝรั่งเศสต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ฝรั่งเศส ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของฝรั่งเศส: fr) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับฝรั่งเศสได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่ฝรั่งเศสแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของฝรั่งเศสไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Cour d'Appel) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนอิตาลีในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวอิตาลีต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่อิตาลี ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของอิตาลี: it) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับอิตาลีได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่อิตาลีแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของอิตาลีไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Procura della Repubblica / Prefettura) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนสเปนในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวสเปนต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่สเปน ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของสเปน: es) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับสเปนได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่สเปนแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของสเปนไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministerio de Justicia / Colegios Notariales) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเนเธอร์แลนด์ในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวเนเธอร์แลนด์ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่เนเธอร์แลนด์ ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของเนเธอร์แลนด์: nl) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับเนเธอร์แลนด์ได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่เนเธอร์แลนด์แล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของเนเธอร์แลนด์ไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Rechtbank (District Court)) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนสวิตเซอร์แลนด์ในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวสวิตเซอร์แลนด์ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่สวิตเซอร์แลนด์ ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของสวิตเซอร์แลนด์: de, fr, it, rm) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับสวิตเซอร์แลนด์ได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่สวิตเซอร์แลนด์แล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของสวิตเซอร์แลนด์ไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Chancery of each Canton) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนสวีเดนในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวสวีเดนต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่สวีเดน ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของสวีเดน: sv) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับสวีเดนได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่สวีเดนแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของสวีเดนไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Notarius Publicus) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนนอร์เวย์ในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวนอร์เวย์ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง
ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่นอร์เวย์ ต้องรับรองอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของนอร์เวย์: no) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับนอร์เวย์ได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
จดทะเบียนสมรสที่นอร์เวย์แล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร
นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของนอร์เวย์ไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Statsforvalteren (County Governor)) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง
คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเดนมาร์กในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร
ฝ่ายชาวเดนมาร์กต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง