LICENSED NOTARIAL SERVICES ATTORNEYS × 6
ทีมทนาย Notary Public 6 ท่าน · รับรองโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

คลังคำถามจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ (ฉบับเต็ม)

เรียงตามลำดับงานจริงตั้งแต่หนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูต การรับรองกรมการกงสุล จนถึงการจดที่สำนักงานเขต/อำเภอ และการใช้ต่อในต่างประเทศ

แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · ประเทศไทยเริ่มใช้ Apostille 28 กุมภาพันธ์ 2570

1,118 questions · page 4 of 28

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนสโลวีเนียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวสโลวีเนียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตสโลวีเนียที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่สโลวีเนีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของสโลวีเนีย: sl) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับสโลวีเนียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่สโลวีเนียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของสโลวีเนียไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry of Justice) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนโครเอเชียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวโครเอเชียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตโครเอเชียที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่โครเอเชีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของโครเอเชีย: hr) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับโครเอเชียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่โครเอเชียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของโครเอเชียไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Municipal Courts) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเซอร์เบียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวเซอร์เบียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเซอร์เบียที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่เซอร์เบีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของเซอร์เบีย: sr) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับเซอร์เบียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่เซอร์เบียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของเซอร์เบียไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Basic Courts) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา: bs, hr, sr) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Municipal / Cantonal Courts) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนมาซิโดเนียเหนือในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวมาซิโดเนียเหนือต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตมาซิโดเนียเหนือที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่มาซิโดเนียเหนือ ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของมาซิโดเนียเหนือ: mk) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับมาซิโดเนียเหนือได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่มาซิโดเนียเหนือแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของมาซิโดเนียเหนือไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry of Justice) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนมอนเตเนโกรในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวมอนเตเนโกรต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตมอนเตเนโกรที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่มอนเตเนโกร ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของมอนเตเนโกร: cnr) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับมอนเตเนโกรได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่มอนเตเนโกรแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของมอนเตเนโกรไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Basic Courts) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนแอลเบเนียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวแอลเบเนียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตแอลเบเนียที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่แอลเบเนีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของแอลเบเนีย: sq) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับแอลเบเนียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่แอลเบเนียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของแอลเบเนียไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry for Europe and Foreign Affairs) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนโคโซโวในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวโคโซโวต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตโคโซโวที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่โคโซโว ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของโคโซโว: sq, sr) แล้วรับรองที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตโคโซโวที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย เนื่องจากโคโซโวยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่โคโซโวแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของโคโซโวไปผ่านการรับรองก่อน โดยรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของโคโซโว แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนลิทัวเนียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวลิทัวเนียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตลิทัวเนียที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ลิทัวเนีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของลิทัวเนีย: lt) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับลิทัวเนียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่ลิทัวเนียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของลิทัวเนียไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry of Foreign Affairs) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนลัตเวียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวลัตเวียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตลัตเวียที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ลัตเวีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของลัตเวีย: lv) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับลัตเวียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่ลัตเวียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของลัตเวียไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Consular Department, MFA) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเอสโตเนียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวเอสโตเนียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเอสโตเนียที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่เอสโตเนีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของเอสโตเนีย: et) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับเอสโตเนียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่เอสโตเนียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของเอสโตเนียไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Notaries) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเบลารุสในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวเบลารุสต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเบลารุสที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่เบลารุส ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของเบลารุส: be, ru) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับเบลารุสได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่เบลารุสแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของเบลารุสไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry of Foreign Affairs / Justice) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนยูเครนในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวยูเครนต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตยูเครนประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ยูเครน ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของยูเครน: uk) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับยูเครนได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่ยูเครนแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของยูเครนไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (MFA / Ministry of Justice / MoES) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนมอลโดวาในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวมอลโดวาต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตมอลโดวาที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

Related pages

เอกสารราชการ หนังสือเดินทาง และสมุดจดบันทึกขั้นตอนการยื่นเรื่อง
เนื้อหาในหน้านี้เรียบเรียงจากประกาศและระเบียบของหน่วยงานที่อ้างอิงไว้ท้ายหน้า

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบโดย ทนายวราวุธ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ตรวจสอบล่าสุด: กรกฎาคม 2569 (2026-07-31)