LICENSED NOTARIAL SERVICES ATTORNEYS × 6
ทีมทนาย Notary Public 6 ท่าน · รับรองโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

คลังคำถามจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ (ฉบับเต็ม)

เรียงตามลำดับงานจริงตั้งแต่หนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูต การรับรองกรมการกงสุล จนถึงการจดที่สำนักงานเขต/อำเภอ และการใช้ต่อในต่างประเทศ

แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · ประเทศไทยเริ่มใช้ Apostille 28 กุมภาพันธ์ 2570

1,118 questions · page 5 of 28

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่มอลโดวา ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของมอลโดวา: ro) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับมอลโดวาได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่มอลโดวาแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของมอลโดวาไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry of Justice) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนจอร์เจียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวจอร์เจียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตจอร์เจียที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่จอร์เจีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของจอร์เจีย: ka) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับจอร์เจียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่จอร์เจียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของจอร์เจียไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (National Agency of Public Registry) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนอาร์เมเนียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวอาร์เมเนียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตอาร์เมเนียที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่อาร์เมเนีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของอาร์เมเนีย: hy) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับอาร์เมเนียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่อาร์เมเนียแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของอาร์เมเนียไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry of Justice / MFA) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนอาเซอร์ไบจานในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวอาเซอร์ไบจานต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่อาเซอร์ไบจาน ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของอาเซอร์ไบจาน: az) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับอาเซอร์ไบจานได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่อาเซอร์ไบจานแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของอาเซอร์ไบจานไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry of Justice / MFA) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนไอซ์แลนด์ในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวไอซ์แลนด์ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตไอซ์แลนด์ที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ไอซ์แลนด์ ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของไอซ์แลนด์: is) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับไอซ์แลนด์ได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่ไอซ์แลนด์แล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของไอซ์แลนด์ไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry for Foreign Affairs) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนลักเซมเบิร์กในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวลักเซมเบิร์กต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ลักเซมเบิร์ก ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของลักเซมเบิร์ก: lb, fr, de) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับลักเซมเบิร์กได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่ลักเซมเบิร์กแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของลักเซมเบิร์กไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry of Foreign and European Affairs) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนมอลตาในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวมอลตาต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตมอลตาที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่มอลตา ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของมอลตา: mt, en) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับมอลตาได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่มอลตาแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของมอลตาไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Ministry for Foreign Affairs) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนไซปรัสในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวไซปรัสต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตไซปรัสที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ไซปรัส ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของไซปรัส: el, tr) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับไซปรัสได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่ไซปรัสแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของไซปรัสไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (MFA / District Courts) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนนครรัฐวาติกันในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวนครรัฐวาติกันต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตนครรัฐวาติกันประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่นครรัฐวาติกัน ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของนครรัฐวาติกัน: it, la) แล้วรับรองที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตนครรัฐวาติกันประจำกรุงเทพฯ เนื่องจากนครรัฐวาติกันยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่นครรัฐวาติกันแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของนครรัฐวาติกันไปผ่านการรับรองก่อน โดยรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของนครรัฐวาติกัน แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเม็กซิโกในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวเม็กซิโกต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่เม็กซิโก ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของเม็กซิโก: es) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับเม็กซิโกได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่เม็กซิโกแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของเม็กซิโกไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (SRE — Secretaría de Relaciones Exteriores) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนอาร์เจนตินาในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวอาร์เจนตินาต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตอาร์เจนตินาประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่อาร์เจนตินา ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของอาร์เจนตินา: es) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับอาร์เจนตินาได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่อาร์เจนตินาแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของอาร์เจนตินาไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (Colegio de Escribanos + MRE) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนชิลีในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวชิลีต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตชิลีประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่ชิลี ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของชิลี: es) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับชิลีได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่ชิลีแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของชิลีไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (MFA / Ministry of Justice) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนเปรูในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวเปรูต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตเปรูประจำกรุงเทพฯ จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่เปรู ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของเปรู: es) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับเปรูได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

จดทะเบียนสมรสที่เปรูแล้ว จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยได้อย่างไร

นำทะเบียนสมรสที่ออกโดยหน่วยงานของเปรูไปผ่านการรับรองก่อน โดยขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น (MRE Peru) จากนั้นแปลเป็นภาษาไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และการดำเนินการมรดกในภายหลัง

คนไทยจะจดทะเบียนสมรสกับคนโคลอมเบียในประเทศไทย ต้องเตรียมเอกสารอะไร

ฝ่ายชาวโคลอมเบียต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (ยืนยันว่าเป็นโสดหรือหย่าแล้ว) ซึ่งโดยทั่วไปออกหรือรับรองผ่านสถานเอกอัครราชทูตโคลอมเบียที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตพร้อมหนังสือเดินทาง ส่วนฝ่ายไทยใช้บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรับรองเอกสารหลายวันทำการ เพราะแต่ละหน่วยงานมีคิวของตนเอง

ทะเบียนสมรสไทยจะนำไปใช้ที่โคลอมเบีย ต้องรับรองอย่างไร

ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรสจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน จัดทำคำแปลเป็นภาษาที่ปลายทางรับ (ภาษาราชการของโคลอมเบีย: es) แล้วขอ Apostille จากกรมการกงสุล ซึ่งใช้กับโคลอมเบียได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา ก่อนเริ่มควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการรับรองบนต้นฉบับ บนคำแปล หรือทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด

Related pages

เอกสารราชการ หนังสือเดินทาง และสมุดจดบันทึกขั้นตอนการยื่นเรื่อง
เนื้อหาในหน้านี้เรียบเรียงจากประกาศและระเบียบของหน่วยงานที่อ้างอิงไว้ท้ายหน้า

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบโดย ทนายวราวุธ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ตรวจสอบล่าสุด: กรกฎาคม 2569 (2026-07-31)