ต้องการหนังสือรับรองโสด (แบบสถานทูตออก)เป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ ทำได้ไหม
ได้ครับ เรารองรับภาษาปลายทางกว่า 60 ภาษา แนวปฏิบัติคือแปลจากต้นฉบับภาษาไทยตรงไปยังภาษาปลายทางเมื่อมีนักแปลขึ้นทะเบียนในภาษานั้น หรือแปลผ่านฉบับภาษาอังกฤษที่รับรองแล้วเมื่อปลายทางยอมรับเส้นทางสองชั้น ทั้งสองเส้นทางต้องผ่าน สถานทูต → กงสุล MFA เช่นเดิม
แปลและรับรองคำพิพากษาศาล ต้องผ่านหน่วยงานใดบ้าง
คำพิพากษาศาล (Court Judgment) ออกโดยศาล เส้นทางรับรองมาตรฐานคือ ศาล → กงสุล MFA โดยขั้นสุดท้ายจะจำเป็นหรือไม่ขึ้นกับว่าประเทศปลายทางอยู่ในอนุสัญญา Apostille หรือไม่ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง เพราะบางแห่งกำหนดอายุเอกสารไม่เกิน 3–6 เดือน
คำพิพากษาศาล ต้องใช้ต้นฉบับตัวจริงหรือสำเนาก็พอ
ใช้สำเนาที่คัดรับรองจากศาลได้ โดยควรคัดใหม่ให้มีวันที่ล่าสุด เพราะหลายหน่วยงานปลายทางนับอายุเอกสารจากวันคัดรับรอง ไม่ใช่วันที่ออกครั้งแรก
คำพิพากษาศาล ใช้ยื่นเรื่องอะไรได้บ้าง
กรณีที่พบบ่อยคือ Divorce Recognition · Enforcement แต่ละกรณีมักขอเอกสารประกอบเพิ่ม เช่น หนังสือเดินทาง ทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานความสัมพันธ์ ควรแจ้งวัตถุประสงค์ให้ครบตั้งแต่ต้น เพื่อจัดชุดเอกสารและลำดับการรับรองในรอบเดียว ลดค่าเดินทางและระยะเวลารวม
แปลคำพิพากษาศาลเป็นภาษาอังกฤษ ใช้เวลากี่วันจนได้ตรารับรอง
แปลราว 1 วันทำการ รับรองคำแปลที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2 วันทำการ หรือแบบด่วนภายในวันเดียวโดยมีค่าธรรมเนียมตามอัตราราชการ หากต้องรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง ให้เผื่อรอบทำการของสถานทูตนั้นเพิ่มอีก 2–7 วันทำการ รวมทั้งเส้นทาง ศาล → กงสุล MFA
คำพิพากษาศาล ถูกตีกลับบ่อยเพราะอะไร และป้องกันอย่างไร
สาเหตุที่พบบ่อยคือ คัดสำเนาเก่าเกินกำหนดอายุ ตราประทับของศาลไม่ชัด ชื่อสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง และตกหมายเหตุท้ายเอกสาร ป้องกันได้โดยคัดเอกสารใหม่ก่อนยื่นไม่เกิน 3 เดือน ตรวจการสะกดชื่อกับเอกสารเดิมที่ปลายทางเคยรับ และให้ผู้แปลเทียบทีละบรรทัดกับต้นฉบับ
คำพิพากษาศาล ต้องทำ Apostille หรือรับรองสถานทูต
ถ้าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille และยอมรับ Apostille ที่ออกในไทย จะจบที่ขั้นกรมการกงสุลโดยไม่ต้องผ่านสถานทูต แต่ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคีหรือหน่วยงานผู้รับยังกำหนดตราสถานทูต ต้องเดินเส้นทางเต็ม ศาล → กงสุล MFA เราจะตรวจสถานะปลายทางให้ก่อนเริ่มงาน เพื่อไม่ให้เสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน
ต้องการคำพิพากษาศาลเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ ทำได้ไหม
ได้ครับ เรารองรับภาษาปลายทางกว่า 60 ภาษา แนวปฏิบัติคือแปลจากต้นฉบับภาษาไทยตรงไปยังภาษาปลายทางเมื่อมีนักแปลขึ้นทะเบียนในภาษานั้น หรือแปลผ่านฉบับภาษาอังกฤษที่รับรองแล้วเมื่อปลายทางยอมรับเส้นทางสองชั้น ทั้งสองเส้นทางต้องผ่าน ศาล → กงสุล MFA เช่นเดิม
แปลและรับรองพินัยกรรม ต้องผ่านหน่วยงานใดบ้าง
พินัยกรรม (Last Will and Testament) ออกโดยNotary / ศาล เส้นทางรับรองมาตรฐานคือ Notary Public → กงสุล MFA → สถานทูต โดยขั้นสุดท้ายจะจำเป็นหรือไม่ขึ้นกับว่าประเทศปลายทางอยู่ในอนุสัญญา Apostille หรือไม่ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง เพราะบางแห่งกำหนดอายุเอกสารไม่เกิน 3–6 เดือน
พินัยกรรม ต้องใช้ต้นฉบับตัวจริงหรือสำเนาก็พอ
กรณีนี้ต้องใช้ต้นฉบับตัวจริง เพราะNotary / ศาลออกให้เพียงฉบับเดียวหรือมีลายเซ็นสดที่ต้องตรวจสอบ หากต้นฉบับสูญหายต้องขอออกใหม่หรือขอหนังสือรับรองแทนจากหน่วยงานเดิมก่อนเริ่มขั้นตอนแปล
พินัยกรรม ใช้ยื่นเรื่องอะไรได้บ้าง
กรณีที่พบบ่อยคือ Estate Planning แต่ละกรณีมักขอเอกสารประกอบเพิ่ม เช่น หนังสือเดินทาง ทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานความสัมพันธ์ ควรแจ้งวัตถุประสงค์ให้ครบตั้งแต่ต้น เพื่อจัดชุดเอกสารและลำดับการรับรองในรอบเดียว ลดค่าเดินทางและระยะเวลารวม
แปลพินัยกรรมเป็นภาษาอังกฤษ ใช้เวลากี่วันจนได้ตรารับรอง
แปลราว 1 วันทำการ รับรองคำแปลที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2 วันทำการ หรือแบบด่วนภายในวันเดียวโดยมีค่าธรรมเนียมตามอัตราราชการ หากต้องรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง ให้เผื่อรอบทำการของสถานทูตนั้นเพิ่มอีก 2–7 วันทำการ รวมทั้งเส้นทาง Notary Public → กงสุล MFA → สถานทูต
พินัยกรรม ถูกตีกลับบ่อยเพราะอะไร และป้องกันอย่างไร
สาเหตุที่พบบ่อยคือ คัดสำเนาเก่าเกินกำหนดอายุ ตราประทับของNotary / ศาลไม่ชัด ชื่อสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง และตกหมายเหตุท้ายเอกสาร ป้องกันได้โดยคัดเอกสารใหม่ก่อนยื่นไม่เกิน 3 เดือน ตรวจการสะกดชื่อกับเอกสารเดิมที่ปลายทางเคยรับ และให้ผู้แปลเทียบทีละบรรทัดกับต้นฉบับ
พินัยกรรม ต้องทำ Apostille หรือรับรองสถานทูต
ถ้าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille และยอมรับ Apostille ที่ออกในไทย จะจบที่ขั้นกรมการกงสุลโดยไม่ต้องผ่านสถานทูต แต่ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคีหรือหน่วยงานผู้รับยังกำหนดตราสถานทูต ต้องเดินเส้นทางเต็ม Notary Public → กงสุล MFA → สถานทูต เราจะตรวจสถานะปลายทางให้ก่อนเริ่มงาน เพื่อไม่ให้เสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน
ต้องการพินัยกรรมเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ ทำได้ไหม
ได้ครับ เรารองรับภาษาปลายทางกว่า 60 ภาษา แนวปฏิบัติคือแปลจากต้นฉบับภาษาไทยตรงไปยังภาษาปลายทางเมื่อมีนักแปลขึ้นทะเบียนในภาษานั้น หรือแปลผ่านฉบับภาษาอังกฤษที่รับรองแล้วเมื่อปลายทางยอมรับเส้นทางสองชั้น ทั้งสองเส้นทางต้องผ่าน Notary Public → กงสุล MFA → สถานทูต เช่นเดิม
แปลและรับรองหนังสือเชิญ ต้องผ่านหน่วยงานใดบ้าง
หนังสือเชิญ (Invitation Letter) ออกโดยผู้เชิญ (บริษัท/บุคคล) เส้นทางรับรองมาตรฐานคือ Notary Public → กงสุล MFA (บางประเทศ) โดยขั้นสุดท้ายจะจำเป็นหรือไม่ขึ้นกับว่าประเทศปลายทางอยู่ในอนุสัญญา Apostille หรือไม่ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง เพราะบางแห่งกำหนดอายุเอกสารไม่เกิน 3–6 เดือน
หนังสือเชิญ ต้องใช้ต้นฉบับตัวจริงหรือสำเนาก็พอ
กรณีนี้ต้องใช้ต้นฉบับตัวจริง เพราะผู้เชิญ (บริษัท/บุคคล)ออกให้เพียงฉบับเดียวหรือมีลายเซ็นสดที่ต้องตรวจสอบ หากต้นฉบับสูญหายต้องขอออกใหม่หรือขอหนังสือรับรองแทนจากหน่วยงานเดิมก่อนเริ่มขั้นตอนแปล
หนังสือเชิญ ใช้ยื่นเรื่องอะไรได้บ้าง
กรณีที่พบบ่อยคือ Tourist Visa · Business Visa แต่ละกรณีมักขอเอกสารประกอบเพิ่ม เช่น หนังสือเดินทาง ทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานความสัมพันธ์ ควรแจ้งวัตถุประสงค์ให้ครบตั้งแต่ต้น เพื่อจัดชุดเอกสารและลำดับการรับรองในรอบเดียว ลดค่าเดินทางและระยะเวลารวม
แปลหนังสือเชิญเป็นภาษาอังกฤษ ใช้เวลากี่วันจนได้ตรารับรอง
แปลราว 1 วันทำการ รับรองคำแปลที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2 วันทำการ หรือแบบด่วนภายในวันเดียวโดยมีค่าธรรมเนียมตามอัตราราชการ หากต้องรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง ให้เผื่อรอบทำการของสถานทูตนั้นเพิ่มอีก 2–7 วันทำการ รวมทั้งเส้นทาง Notary Public → กงสุล MFA (บางประเทศ)
หนังสือเชิญ ถูกตีกลับบ่อยเพราะอะไร และป้องกันอย่างไร
สาเหตุที่พบบ่อยคือ คัดสำเนาเก่าเกินกำหนดอายุ ตราประทับของผู้เชิญ (บริษัท/บุคคล)ไม่ชัด ชื่อสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง และตกหมายเหตุท้ายเอกสาร ป้องกันได้โดยคัดเอกสารใหม่ก่อนยื่นไม่เกิน 3 เดือน ตรวจการสะกดชื่อกับเอกสารเดิมที่ปลายทางเคยรับ และให้ผู้แปลเทียบทีละบรรทัดกับต้นฉบับ
หนังสือเชิญ ต้องทำ Apostille หรือรับรองสถานทูต
ถ้าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille และยอมรับ Apostille ที่ออกในไทย จะจบที่ขั้นกรมการกงสุลโดยไม่ต้องผ่านสถานทูต แต่ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคีหรือหน่วยงานผู้รับยังกำหนดตราสถานทูต ต้องเดินเส้นทางเต็ม Notary Public → กงสุล MFA (บางประเทศ) เราจะตรวจสถานะปลายทางให้ก่อนเริ่มงาน เพื่อไม่ให้เสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน
ต้องการหนังสือเชิญเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ ทำได้ไหม
ได้ครับ เรารองรับภาษาปลายทางกว่า 60 ภาษา แนวปฏิบัติคือแปลจากต้นฉบับภาษาไทยตรงไปยังภาษาปลายทางเมื่อมีนักแปลขึ้นทะเบียนในภาษานั้น หรือแปลผ่านฉบับภาษาอังกฤษที่รับรองแล้วเมื่อปลายทางยอมรับเส้นทางสองชั้น ทั้งสองเส้นทางต้องผ่าน Notary Public → กงสุล MFA (บางประเทศ) เช่นเดิม
แปลและรับรองหนังสือรับรองการสนับสนุน ต้องผ่านหน่วยงานใดบ้าง
หนังสือรับรองการสนับสนุน (Sponsor Letter) ออกโดยผู้สนับสนุน เส้นทางรับรองมาตรฐานคือ Notary Public → กงสุล MFA โดยขั้นสุดท้ายจะจำเป็นหรือไม่ขึ้นกับว่าประเทศปลายทางอยู่ในอนุสัญญา Apostille หรือไม่ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง เพราะบางแห่งกำหนดอายุเอกสารไม่เกิน 3–6 เดือน
หนังสือรับรองการสนับสนุน ต้องใช้ต้นฉบับตัวจริงหรือสำเนาก็พอ
กรณีนี้ต้องใช้ต้นฉบับตัวจริง เพราะผู้สนับสนุนออกให้เพียงฉบับเดียวหรือมีลายเซ็นสดที่ต้องตรวจสอบ หากต้นฉบับสูญหายต้องขอออกใหม่หรือขอหนังสือรับรองแทนจากหน่วยงานเดิมก่อนเริ่มขั้นตอนแปล
หนังสือรับรองการสนับสนุน ใช้ยื่นเรื่องอะไรได้บ้าง
กรณีที่พบบ่อยคือ Student Visa · Family Visa แต่ละกรณีมักขอเอกสารประกอบเพิ่ม เช่น หนังสือเดินทาง ทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานความสัมพันธ์ ควรแจ้งวัตถุประสงค์ให้ครบตั้งแต่ต้น เพื่อจัดชุดเอกสารและลำดับการรับรองในรอบเดียว ลดค่าเดินทางและระยะเวลารวม
แปลหนังสือรับรองการสนับสนุนเป็นภาษาอังกฤษ ใช้เวลากี่วันจนได้ตรารับรอง
แปลราว 1 วันทำการ รับรองคำแปลที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2 วันทำการ หรือแบบด่วนภายในวันเดียวโดยมีค่าธรรมเนียมตามอัตราราชการ หากต้องรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง ให้เผื่อรอบทำการของสถานทูตนั้นเพิ่มอีก 2–7 วันทำการ รวมทั้งเส้นทาง Notary Public → กงสุล MFA
หนังสือรับรองการสนับสนุน ถูกตีกลับบ่อยเพราะอะไร และป้องกันอย่างไร
สาเหตุที่พบบ่อยคือ คัดสำเนาเก่าเกินกำหนดอายุ ตราประทับของผู้สนับสนุนไม่ชัด ชื่อสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง และตกหมายเหตุท้ายเอกสาร ป้องกันได้โดยคัดเอกสารใหม่ก่อนยื่นไม่เกิน 3 เดือน ตรวจการสะกดชื่อกับเอกสารเดิมที่ปลายทางเคยรับ และให้ผู้แปลเทียบทีละบรรทัดกับต้นฉบับ
หนังสือรับรองการสนับสนุน ต้องทำ Apostille หรือรับรองสถานทูต
ถ้าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille และยอมรับ Apostille ที่ออกในไทย จะจบที่ขั้นกรมการกงสุลโดยไม่ต้องผ่านสถานทูต แต่ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคีหรือหน่วยงานผู้รับยังกำหนดตราสถานทูต ต้องเดินเส้นทางเต็ม Notary Public → กงสุล MFA เราจะตรวจสถานะปลายทางให้ก่อนเริ่มงาน เพื่อไม่ให้เสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน
ต้องการหนังสือรับรองการสนับสนุนเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ ทำได้ไหม
ได้ครับ เรารองรับภาษาปลายทางกว่า 60 ภาษา แนวปฏิบัติคือแปลจากต้นฉบับภาษาไทยตรงไปยังภาษาปลายทางเมื่อมีนักแปลขึ้นทะเบียนในภาษานั้น หรือแปลผ่านฉบับภาษาอังกฤษที่รับรองแล้วเมื่อปลายทางยอมรับเส้นทางสองชั้น ทั้งสองเส้นทางต้องผ่าน Notary Public → กงสุล MFA เช่นเดิม
แปลและรับรองใบขับขี่ ต้องผ่านหน่วยงานใดบ้าง
ใบขับขี่ (Driver's License) ออกโดยกรมการขนส่งทางบก (DLT) เส้นทางรับรองมาตรฐานคือ DLT (คัดสำเนา) → กงสุล MFA โดยขั้นสุดท้ายจะจำเป็นหรือไม่ขึ้นกับว่าประเทศปลายทางอยู่ในอนุสัญญา Apostille หรือไม่ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง เพราะบางแห่งกำหนดอายุเอกสารไม่เกิน 3–6 เดือน
ใบขับขี่ ต้องใช้ต้นฉบับตัวจริงหรือสำเนาก็พอ
ใช้สำเนาที่คัดรับรองจากกรมการขนส่งทางบก (DLT)ได้ โดยควรคัดใหม่ให้มีวันที่ล่าสุด เพราะหลายหน่วยงานปลายทางนับอายุเอกสารจากวันคัดรับรอง ไม่ใช่วันที่ออกครั้งแรก
ใบขับขี่ ใช้ยื่นเรื่องอะไรได้บ้าง
กรณีที่พบบ่อยคือ IDP · แปลงเป็นใบขับขี่ต่างประเทศ แต่ละกรณีมักขอเอกสารประกอบเพิ่ม เช่น หนังสือเดินทาง ทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานความสัมพันธ์ ควรแจ้งวัตถุประสงค์ให้ครบตั้งแต่ต้น เพื่อจัดชุดเอกสารและลำดับการรับรองในรอบเดียว ลดค่าเดินทางและระยะเวลารวม
แปลใบขับขี่เป็นภาษาอังกฤษ ใช้เวลากี่วันจนได้ตรารับรอง
แปลราว 1 วันทำการ รับรองคำแปลที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2 วันทำการ หรือแบบด่วนภายในวันเดียวโดยมีค่าธรรมเนียมตามอัตราราชการ หากต้องรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง ให้เผื่อรอบทำการของสถานทูตนั้นเพิ่มอีก 2–7 วันทำการ รวมทั้งเส้นทาง DLT (คัดสำเนา) → กงสุล MFA
ใบขับขี่ ถูกตีกลับบ่อยเพราะอะไร และป้องกันอย่างไร
สาเหตุที่พบบ่อยคือ คัดสำเนาเก่าเกินกำหนดอายุ ตราประทับของกรมการขนส่งทางบก (DLT)ไม่ชัด ชื่อสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง และตกหมายเหตุท้ายเอกสาร ป้องกันได้โดยคัดเอกสารใหม่ก่อนยื่นไม่เกิน 3 เดือน ตรวจการสะกดชื่อกับเอกสารเดิมที่ปลายทางเคยรับ และให้ผู้แปลเทียบทีละบรรทัดกับต้นฉบับ
ใบขับขี่ ต้องทำ Apostille หรือรับรองสถานทูต
ถ้าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille และยอมรับ Apostille ที่ออกในไทย จะจบที่ขั้นกรมการกงสุลโดยไม่ต้องผ่านสถานทูต แต่ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคีหรือหน่วยงานผู้รับยังกำหนดตราสถานทูต ต้องเดินเส้นทางเต็ม DLT (คัดสำเนา) → กงสุล MFA เราจะตรวจสถานะปลายทางให้ก่อนเริ่มงาน เพื่อไม่ให้เสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน
ต้องการใบขับขี่เป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ ทำได้ไหม
ได้ครับ เรารองรับภาษาปลายทางกว่า 60 ภาษา แนวปฏิบัติคือแปลจากต้นฉบับภาษาไทยตรงไปยังภาษาปลายทางเมื่อมีนักแปลขึ้นทะเบียนในภาษานั้น หรือแปลผ่านฉบับภาษาอังกฤษที่รับรองแล้วเมื่อปลายทางยอมรับเส้นทางสองชั้น ทั้งสองเส้นทางต้องผ่าน DLT (คัดสำเนา) → กงสุล MFA เช่นเดิม
แปลและรับรองสูติบัตรที่ออกในต่างประเทศ ต้องผ่านหน่วยงานใดบ้าง
สูติบัตรที่ออกในต่างประเทศ (Foreign-issued Birth Certificate) ออกโดยสถานทูต/สถานกงสุลไทย เส้นทางรับรองมาตรฐานคือ สถานทูตไทย → กงสุล MFA โดยขั้นสุดท้ายจะจำเป็นหรือไม่ขึ้นกับว่าประเทศปลายทางอยู่ในอนุสัญญา Apostille หรือไม่ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง เพราะบางแห่งกำหนดอายุเอกสารไม่เกิน 3–6 เดือน
สูติบัตรที่ออกในต่างประเทศ ต้องใช้ต้นฉบับตัวจริงหรือสำเนาก็พอ
ใช้สำเนาที่คัดรับรองจากสถานทูต/สถานกงสุลไทยได้ โดยควรคัดใหม่ให้มีวันที่ล่าสุด เพราะหลายหน่วยงานปลายทางนับอายุเอกสารจากวันคัดรับรอง ไม่ใช่วันที่ออกครั้งแรก
สูติบัตรที่ออกในต่างประเทศ ใช้ยื่นเรื่องอะไรได้บ้าง
กรณีที่พบบ่อยคือ รับสัญชาติไทย · ทำบัตร/ทะเบียนบ้าน แต่ละกรณีมักขอเอกสารประกอบเพิ่ม เช่น หนังสือเดินทาง ทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานความสัมพันธ์ ควรแจ้งวัตถุประสงค์ให้ครบตั้งแต่ต้น เพื่อจัดชุดเอกสารและลำดับการรับรองในรอบเดียว ลดค่าเดินทางและระยะเวลารวม
แปลสูติบัตรที่ออกในต่างประเทศเป็นภาษาอังกฤษ ใช้เวลากี่วันจนได้ตรารับรอง
แปลราว 1 วันทำการ รับรองคำแปลที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2 วันทำการ หรือแบบด่วนภายในวันเดียวโดยมีค่าธรรมเนียมตามอัตราราชการ หากต้องรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง ให้เผื่อรอบทำการของสถานทูตนั้นเพิ่มอีก 2–7 วันทำการ รวมทั้งเส้นทาง สถานทูตไทย → กงสุล MFA