การสะกดชื่อ-นามสกุลในอักษรละตินสำหรับคำแปลภาษาอินโดนีเซีย ยึดหลักอะไร
ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางเป็นหลักเสมอ แล้วจึงถอดเสียงเข้าสู่อักษรละตินให้สอดคล้องกับเอกสารเดิมที่เคยยื่นไว้ หากเคยมีคำแปลเดิมที่หน่วยงานปลายทางรับไปแล้ว เราจะใช้การสะกดชุดเดิมเพื่อไม่ให้ระบบทะเบียนมองว่าเป็นคนละบุคคล และแนบตารางเทียบชื่อไว้ท้ายคำแปลเมื่อจำเป็น
แปลจากภาษาอินโดนีเซียเป็นไทยเพื่อใช้ที่อำเภอหรือหน่วยงานไทย ต้องเตรียมอะไร
เอกสารที่ออกจากต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทางก่อน (Apostille หรือกระทรวงการต่างประเทศประเทศนั้น) จากนั้นรับรองที่สถานทูตไทยหรือนำเข้ามารับรองที่กรมการกงสุลไทยพร้อมคำแปลภาษาไทย นายทะเบียนไทยจะดูสามอย่างคือ ตรารับรองครบชั้น คำแปลตรงตามต้นฉบับทุกบรรทัด และชื่อบุคคลตรงกับหนังสือเดินทาง งานภาษาอินโดนีเซียเราจัดคู่ตรวจทานเจ้าของภาษาเสมอเพื่อลดการตีกลับ
คำแปลภาษาอินโดนีเซียมักถูกตีกลับด้วยสาเหตุอะไรมากที่สุด
สามสาเหตุหลักคือ (1) ตัวเลขวันที่และเลขทะเบียนคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ (2) ชื่อสถานที่หรือหน่วยงานถูกแปลอิสระแทนการใช้ชื่อทางการ และ (3) ตกบรรทัดตราประทับหรือหมายเหตุท้ายเอกสาร งานภาษาอินโดนีเซียเพิ่มความเสี่ยงจากอักษรละตินที่ระบบเรียงพิมพ์อาจตัดอักขระผิด เราจึงตรวจ proof สองรอบและเทียบทีละบรรทัดกับต้นฉบับก่อนส่งรับรอง
ใช้คำแปลภาษาอินโดนีเซียสำหรับเรื่องอะไรได้บ้าง
กรณีที่พบบ่อยคือ ธุรกิจ · การค้า ซึ่งแต่ละกรณีต้องการชุดเอกสารต่างกัน เช่น เรื่องวีซ่ามักขอสูติบัตร ทะเบียนบ้าน และหลักฐานการเงิน เรื่องสมรสมักขอหนังสือรับรองความเป็นโสดและทะเบียนหย่า ส่วนงานธุรกิจมักขอหนังสือรับรองบริษัทและงบการเงิน แจ้งวัตถุประสงค์ให้เราทราบตั้งแต่ต้น ทีมงานจะจัดลำดับการรับรองให้ครบชั้นในรอบเดียว
ทำไมค่าแปลภาษาอินโดนีเซียจึงต่างจากภาษาอังกฤษ
ปัจจัยหลักคือจำนวนนักแปลที่ขึ้นทะเบียนในภาษานั้น ความซับซ้อนของอักษรละตินในการเรียงพิมพ์ และปริมาณงานตรวจทานโดยเจ้าของภาษา ภาษาที่มีผู้ให้บริการน้อยจะมีต้นทุนต่อหน้าสูงกว่าเพราะคิวนักแปลจำกัด เราจะสรุปวิธีคิด (รายฉบับหรือรายคำ) และยอดสุทธิรวมค่าธรรมเนียมราชการให้เห็นก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ตรวจสอบคุณภาพคำแปลภาษาอินโดนีเซียก่อนยื่นได้อย่างไร
ตรวจ 5 จุดนี้ก่อนยื่น คือ ชื่อ-นามสกุลตรงหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเป็นรูปแบบที่ปลายทางใช้ ชื่อหน่วยงานผู้ออกใช้ชื่อทางการ เลขที่เอกสารตรงทุกหลัก และมีคำรับรองของผู้แปลพร้อมตราประทับครบหน้า หากพบข้อผิดพลาดที่เกิดจากเรา เราแก้ไขและยื่นรับรองใหม่ให้โดยไม่คิดค่าแปลซ้ำ
แปลเอกสารไทยเป็นภาษาฮินดี เพื่อยื่นหน่วยงานต่างประเทศ ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง
เส้นทางมาตรฐานมี 4 ขั้น คือ (1) คัดสำเนาเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออกให้เป็นฉบับล่าสุด (2) แปลเป็นภาษาฮินดี (हिन्दी) โดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ พร้อมตรวจทานชั้นที่สอง (3) รับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และ (4) รับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง (IN) หากประเทศนั้นอยู่ในอนุสัญญา Apostille และไทยรับรองเส้นทางดังกล่าวแล้ว จะข้ามขั้นสถานทูตได้ ทั้งนี้ควรยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นเสมอ
แปลภาษาฮินดีใช้เวลากี่วัน และงานเร่งทำได้ไหม
เอกสารบุคคลรูปแบบมาตรฐาน 1–3 ฉบับ ใช้เวลาแปลราว 1 วันทำการ เอกสารเรียงความยาว เช่น สัญญาหรือคำพิพากษา คิดตามจำนวนคำต้นฉบับและมักใช้ 2–3 วันทำการ ภาษาฮินดีจัดอยู่ใน Tier A ของคลังนักแปลเรา จึงจัดคิวได้ทันทีเกือบทุกวัน งานเร่งรับได้เมื่อไฟล์สแกนคมชัด 300 dpi และส่งก่อนเที่ยง
เอกสารภาษาฮินดีต้องใช้นักแปลสาบานตน (sworn translator) หรือไม่
ประเทศที่ใช้ภาษาฮินดีส่วนใหญ่ไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนแบบยุโรป จึงยอมรับคำแปลที่ผ่านการรับรองคำแปลโดยกรมการกงสุลไทยและรับรองต่อที่สถานทูต แนวปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานผู้รับต่างกันได้ จึงควรขอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับก่อนเริ่มงาน
การสะกดชื่อ-นามสกุลในอักษรเทวนาครีสำหรับคำแปลภาษาฮินดี ยึดหลักอะไร
ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางเป็นหลักเสมอ แล้วจึงถอดเสียงเข้าสู่อักษรเทวนาครีให้สอดคล้องกับเอกสารเดิมที่เคยยื่นไว้ หากเคยมีคำแปลเดิมที่หน่วยงานปลายทางรับไปแล้ว เราจะใช้การสะกดชุดเดิมเพื่อไม่ให้ระบบทะเบียนมองว่าเป็นคนละบุคคล และแนบตารางเทียบชื่อไว้ท้ายคำแปลเมื่อจำเป็น
แปลจากภาษาฮินดีเป็นไทยเพื่อใช้ที่อำเภอหรือหน่วยงานไทย ต้องเตรียมอะไร
เอกสารที่ออกจากต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทางก่อน (Apostille หรือกระทรวงการต่างประเทศประเทศนั้น) จากนั้นรับรองที่สถานทูตไทยหรือนำเข้ามารับรองที่กรมการกงสุลไทยพร้อมคำแปลภาษาไทย นายทะเบียนไทยจะดูสามอย่างคือ ตรารับรองครบชั้น คำแปลตรงตามต้นฉบับทุกบรรทัด และชื่อบุคคลตรงกับหนังสือเดินทาง งานภาษาฮินดีเราจัดคู่ตรวจทานเจ้าของภาษาเสมอเพื่อลดการตีกลับ
คำแปลภาษาฮินดีมักถูกตีกลับด้วยสาเหตุอะไรมากที่สุด
สามสาเหตุหลักคือ (1) ตัวเลขวันที่และเลขทะเบียนคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ (2) ชื่อสถานที่หรือหน่วยงานถูกแปลอิสระแทนการใช้ชื่อทางการ และ (3) ตกบรรทัดตราประทับหรือหมายเหตุท้ายเอกสาร งานภาษาฮินดีเพิ่มความเสี่ยงจากอักษรเทวนาครีที่ระบบเรียงพิมพ์อาจตัดอักขระผิด เราจึงตรวจ proof สองรอบและเทียบทีละบรรทัดกับต้นฉบับก่อนส่งรับรอง
ใช้คำแปลภาษาฮินดีสำหรับเรื่องอะไรได้บ้าง
กรณีที่พบบ่อยคือ อินเดีย · ธุรกิจ ซึ่งแต่ละกรณีต้องการชุดเอกสารต่างกัน เช่น เรื่องวีซ่ามักขอสูติบัตร ทะเบียนบ้าน และหลักฐานการเงิน เรื่องสมรสมักขอหนังสือรับรองความเป็นโสดและทะเบียนหย่า ส่วนงานธุรกิจมักขอหนังสือรับรองบริษัทและงบการเงิน แจ้งวัตถุประสงค์ให้เราทราบตั้งแต่ต้น ทีมงานจะจัดลำดับการรับรองให้ครบชั้นในรอบเดียว
ทำไมค่าแปลภาษาฮินดีจึงต่างจากภาษาอังกฤษ
ปัจจัยหลักคือจำนวนนักแปลที่ขึ้นทะเบียนในภาษานั้น ความซับซ้อนของอักษรเทวนาครีในการเรียงพิมพ์ และปริมาณงานตรวจทานโดยเจ้าของภาษา ภาษาที่มีผู้ให้บริการน้อยจะมีต้นทุนต่อหน้าสูงกว่าเพราะคิวนักแปลจำกัด เราจะสรุปวิธีคิด (รายฉบับหรือรายคำ) และยอดสุทธิรวมค่าธรรมเนียมราชการให้เห็นก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ตรวจสอบคุณภาพคำแปลภาษาฮินดีก่อนยื่นได้อย่างไร
ตรวจ 5 จุดนี้ก่อนยื่น คือ ชื่อ-นามสกุลตรงหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเป็นรูปแบบที่ปลายทางใช้ ชื่อหน่วยงานผู้ออกใช้ชื่อทางการ เลขที่เอกสารตรงทุกหลัก และมีคำรับรองของผู้แปลพร้อมตราประทับครบหน้า หากพบข้อผิดพลาดที่เกิดจากเรา เราแก้ไขและยื่นรับรองใหม่ให้โดยไม่คิดค่าแปลซ้ำ
แปลเอกสารไทยเป็นภาษามลายู เพื่อยื่นหน่วยงานต่างประเทศ ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง
เส้นทางมาตรฐานมี 4 ขั้น คือ (1) คัดสำเนาเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออกให้เป็นฉบับล่าสุด (2) แปลเป็นภาษามลายู (Bahasa Melayu) โดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ พร้อมตรวจทานชั้นที่สอง (3) รับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และ (4) รับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง (MY, BN, SG) หากประเทศนั้นอยู่ในอนุสัญญา Apostille และไทยรับรองเส้นทางดังกล่าวแล้ว จะข้ามขั้นสถานทูตได้ ทั้งนี้ควรยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นเสมอ
แปลภาษามลายูใช้เวลากี่วัน และงานเร่งทำได้ไหม
เอกสารบุคคลรูปแบบมาตรฐาน 1–3 ฉบับ ใช้เวลาแปลราว 1 วันทำการ เอกสารเรียงความยาว เช่น สัญญาหรือคำพิพากษา คิดตามจำนวนคำต้นฉบับและมักใช้ 2–3 วันทำการ ภาษามลายูจัดอยู่ใน Tier B ของคลังนักแปลเรา จึงจัดคิวได้ภายใน 1 วันทำการหลังยืนยันงาน งานเร่งรับได้เมื่อไฟล์สแกนคมชัด 300 dpi และส่งก่อนเที่ยง
เอกสารภาษามลายูต้องใช้นักแปลสาบานตน (sworn translator) หรือไม่
ประเทศที่ใช้ภาษามลายูส่วนใหญ่ไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนแบบยุโรป จึงยอมรับคำแปลที่ผ่านการรับรองคำแปลโดยกรมการกงสุลไทยและรับรองต่อที่สถานทูต แนวปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานผู้รับต่างกันได้ จึงควรขอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับก่อนเริ่มงาน
การสะกดชื่อ-นามสกุลในอักษรละตินสำหรับคำแปลภาษามลายู ยึดหลักอะไร
ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางเป็นหลักเสมอ แล้วจึงถอดเสียงเข้าสู่อักษรละตินให้สอดคล้องกับเอกสารเดิมที่เคยยื่นไว้ หากเคยมีคำแปลเดิมที่หน่วยงานปลายทางรับไปแล้ว เราจะใช้การสะกดชุดเดิมเพื่อไม่ให้ระบบทะเบียนมองว่าเป็นคนละบุคคล และแนบตารางเทียบชื่อไว้ท้ายคำแปลเมื่อจำเป็น
แปลจากภาษามลายูเป็นไทยเพื่อใช้ที่อำเภอหรือหน่วยงานไทย ต้องเตรียมอะไร
เอกสารที่ออกจากต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทางก่อน (Apostille หรือกระทรวงการต่างประเทศประเทศนั้น) จากนั้นรับรองที่สถานทูตไทยหรือนำเข้ามารับรองที่กรมการกงสุลไทยพร้อมคำแปลภาษาไทย นายทะเบียนไทยจะดูสามอย่างคือ ตรารับรองครบชั้น คำแปลตรงตามต้นฉบับทุกบรรทัด และชื่อบุคคลตรงกับหนังสือเดินทาง งานภาษามลายูเราจัดคู่ตรวจทานเจ้าของภาษาเสมอเพื่อลดการตีกลับ
คำแปลภาษามลายูมักถูกตีกลับด้วยสาเหตุอะไรมากที่สุด
สามสาเหตุหลักคือ (1) ตัวเลขวันที่และเลขทะเบียนคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ (2) ชื่อสถานที่หรือหน่วยงานถูกแปลอิสระแทนการใช้ชื่อทางการ และ (3) ตกบรรทัดตราประทับหรือหมายเหตุท้ายเอกสาร งานภาษามลายูเพิ่มความเสี่ยงจากอักษรละตินที่ระบบเรียงพิมพ์อาจตัดอักขระผิด เราจึงตรวจ proof สองรอบและเทียบทีละบรรทัดกับต้นฉบับก่อนส่งรับรอง
ใช้คำแปลภาษามลายูสำหรับเรื่องอะไรได้บ้าง
กรณีที่พบบ่อยคือ มาเลเซีย · บรูไน ซึ่งแต่ละกรณีต้องการชุดเอกสารต่างกัน เช่น เรื่องวีซ่ามักขอสูติบัตร ทะเบียนบ้าน และหลักฐานการเงิน เรื่องสมรสมักขอหนังสือรับรองความเป็นโสดและทะเบียนหย่า ส่วนงานธุรกิจมักขอหนังสือรับรองบริษัทและงบการเงิน แจ้งวัตถุประสงค์ให้เราทราบตั้งแต่ต้น ทีมงานจะจัดลำดับการรับรองให้ครบชั้นในรอบเดียว
ทำไมค่าแปลภาษามลายูจึงต่างจากภาษาอังกฤษ
ปัจจัยหลักคือจำนวนนักแปลที่ขึ้นทะเบียนในภาษานั้น ความซับซ้อนของอักษรละตินในการเรียงพิมพ์ และปริมาณงานตรวจทานโดยเจ้าของภาษา ภาษาที่มีผู้ให้บริการน้อยจะมีต้นทุนต่อหน้าสูงกว่าเพราะคิวนักแปลจำกัด เราจะสรุปวิธีคิด (รายฉบับหรือรายคำ) และยอดสุทธิรวมค่าธรรมเนียมราชการให้เห็นก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ตรวจสอบคุณภาพคำแปลภาษามลายูก่อนยื่นได้อย่างไร
ตรวจ 5 จุดนี้ก่อนยื่น คือ ชื่อ-นามสกุลตรงหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเป็นรูปแบบที่ปลายทางใช้ ชื่อหน่วยงานผู้ออกใช้ชื่อทางการ เลขที่เอกสารตรงทุกหลัก และมีคำรับรองของผู้แปลพร้อมตราประทับครบหน้า หากพบข้อผิดพลาดที่เกิดจากเรา เราแก้ไขและยื่นรับรองใหม่ให้โดยไม่คิดค่าแปลซ้ำ
แปลเอกสารไทยเป็นภาษาพม่า เพื่อยื่นหน่วยงานต่างประเทศ ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง
เส้นทางมาตรฐานมี 4 ขั้น คือ (1) คัดสำเนาเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออกให้เป็นฉบับล่าสุด (2) แปลเป็นภาษาพม่า (မြန်မာ) โดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ พร้อมตรวจทานชั้นที่สอง (3) รับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และ (4) รับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง (MM) หากประเทศนั้นอยู่ในอนุสัญญา Apostille และไทยรับรองเส้นทางดังกล่าวแล้ว จะข้ามขั้นสถานทูตได้ ทั้งนี้ควรยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นเสมอ
แปลภาษาพม่าใช้เวลากี่วัน และงานเร่งทำได้ไหม
เอกสารบุคคลรูปแบบมาตรฐาน 1–3 ฉบับ ใช้เวลาแปลราว 1 วันทำการ เอกสารเรียงความยาว เช่น สัญญาหรือคำพิพากษา คิดตามจำนวนคำต้นฉบับและมักใช้ 2–3 วันทำการ ภาษาพม่าจัดอยู่ใน Tier B ของคลังนักแปลเรา จึงจัดคิวได้ภายใน 1 วันทำการหลังยืนยันงาน งานเร่งรับได้เมื่อไฟล์สแกนคมชัด 300 dpi และส่งก่อนเที่ยง
เอกสารภาษาพม่าต้องใช้นักแปลสาบานตน (sworn translator) หรือไม่
ประเทศที่ใช้ภาษาพม่าส่วนใหญ่ไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนแบบยุโรป จึงยอมรับคำแปลที่ผ่านการรับรองคำแปลโดยกรมการกงสุลไทยและรับรองต่อที่สถานทูต แนวปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานผู้รับต่างกันได้ จึงควรขอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับก่อนเริ่มงาน
การสะกดชื่อ-นามสกุลในอักษรพม่าสำหรับคำแปลภาษาพม่า ยึดหลักอะไร
ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางเป็นหลักเสมอ แล้วจึงถอดเสียงเข้าสู่อักษรพม่าให้สอดคล้องกับเอกสารเดิมที่เคยยื่นไว้ หากเคยมีคำแปลเดิมที่หน่วยงานปลายทางรับไปแล้ว เราจะใช้การสะกดชุดเดิมเพื่อไม่ให้ระบบทะเบียนมองว่าเป็นคนละบุคคล และแนบตารางเทียบชื่อไว้ท้ายคำแปลเมื่อจำเป็น
แปลจากภาษาพม่าเป็นไทยเพื่อใช้ที่อำเภอหรือหน่วยงานไทย ต้องเตรียมอะไร
เอกสารที่ออกจากต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทางก่อน (Apostille หรือกระทรวงการต่างประเทศประเทศนั้น) จากนั้นรับรองที่สถานทูตไทยหรือนำเข้ามารับรองที่กรมการกงสุลไทยพร้อมคำแปลภาษาไทย นายทะเบียนไทยจะดูสามอย่างคือ ตรารับรองครบชั้น คำแปลตรงตามต้นฉบับทุกบรรทัด และชื่อบุคคลตรงกับหนังสือเดินทาง งานภาษาพม่าเราจัดคู่ตรวจทานเจ้าของภาษาเสมอเพื่อลดการตีกลับ
คำแปลภาษาพม่ามักถูกตีกลับด้วยสาเหตุอะไรมากที่สุด
สามสาเหตุหลักคือ (1) ตัวเลขวันที่และเลขทะเบียนคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ (2) ชื่อสถานที่หรือหน่วยงานถูกแปลอิสระแทนการใช้ชื่อทางการ และ (3) ตกบรรทัดตราประทับหรือหมายเหตุท้ายเอกสาร งานภาษาพม่าเพิ่มความเสี่ยงจากอักษรพม่าที่ระบบเรียงพิมพ์อาจตัดอักขระผิด เราจึงตรวจ proof สองรอบและเทียบทีละบรรทัดกับต้นฉบับก่อนส่งรับรอง
ใช้คำแปลภาษาพม่าสำหรับเรื่องอะไรได้บ้าง
กรณีที่พบบ่อยคือ แรงงาน · ธุรกิจ ซึ่งแต่ละกรณีต้องการชุดเอกสารต่างกัน เช่น เรื่องวีซ่ามักขอสูติบัตร ทะเบียนบ้าน และหลักฐานการเงิน เรื่องสมรสมักขอหนังสือรับรองความเป็นโสดและทะเบียนหย่า ส่วนงานธุรกิจมักขอหนังสือรับรองบริษัทและงบการเงิน แจ้งวัตถุประสงค์ให้เราทราบตั้งแต่ต้น ทีมงานจะจัดลำดับการรับรองให้ครบชั้นในรอบเดียว
ทำไมค่าแปลภาษาพม่าจึงต่างจากภาษาอังกฤษ
ปัจจัยหลักคือจำนวนนักแปลที่ขึ้นทะเบียนในภาษานั้น ความซับซ้อนของอักษรพม่าในการเรียงพิมพ์ และปริมาณงานตรวจทานโดยเจ้าของภาษา ภาษาที่มีผู้ให้บริการน้อยจะมีต้นทุนต่อหน้าสูงกว่าเพราะคิวนักแปลจำกัด เราจะสรุปวิธีคิด (รายฉบับหรือรายคำ) และยอดสุทธิรวมค่าธรรมเนียมราชการให้เห็นก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ตรวจสอบคุณภาพคำแปลภาษาพม่าก่อนยื่นได้อย่างไร
ตรวจ 5 จุดนี้ก่อนยื่น คือ ชื่อ-นามสกุลตรงหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเป็นรูปแบบที่ปลายทางใช้ ชื่อหน่วยงานผู้ออกใช้ชื่อทางการ เลขที่เอกสารตรงทุกหลัก และมีคำรับรองของผู้แปลพร้อมตราประทับครบหน้า หากพบข้อผิดพลาดที่เกิดจากเรา เราแก้ไขและยื่นรับรองใหม่ให้โดยไม่คิดค่าแปลซ้ำ
แปลเอกสารไทยเป็นภาษาเขมร เพื่อยื่นหน่วยงานต่างประเทศ ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง
เส้นทางมาตรฐานมี 4 ขั้น คือ (1) คัดสำเนาเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออกให้เป็นฉบับล่าสุด (2) แปลเป็นภาษาเขมร (ខ្មែរ) โดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ พร้อมตรวจทานชั้นที่สอง (3) รับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และ (4) รับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง (KH) หากประเทศนั้นอยู่ในอนุสัญญา Apostille และไทยรับรองเส้นทางดังกล่าวแล้ว จะข้ามขั้นสถานทูตได้ ทั้งนี้ควรยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับก่อนยื่นเสมอ
แปลภาษาเขมรใช้เวลากี่วัน และงานเร่งทำได้ไหม
เอกสารบุคคลรูปแบบมาตรฐาน 1–3 ฉบับ ใช้เวลาแปลราว 1 วันทำการ เอกสารเรียงความยาว เช่น สัญญาหรือคำพิพากษา คิดตามจำนวนคำต้นฉบับและมักใช้ 2–3 วันทำการ ภาษาเขมรจัดอยู่ใน Tier B ของคลังนักแปลเรา จึงจัดคิวได้ภายใน 1 วันทำการหลังยืนยันงาน งานเร่งรับได้เมื่อไฟล์สแกนคมชัด 300 dpi และส่งก่อนเที่ยง
เอกสารภาษาเขมรต้องใช้นักแปลสาบานตน (sworn translator) หรือไม่
ประเทศที่ใช้ภาษาเขมรส่วนใหญ่ไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนแบบยุโรป จึงยอมรับคำแปลที่ผ่านการรับรองคำแปลโดยกรมการกงสุลไทยและรับรองต่อที่สถานทูต แนวปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานผู้รับต่างกันได้ จึงควรขอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับก่อนเริ่มงาน
การสะกดชื่อ-นามสกุลในอักษรเขมรสำหรับคำแปลภาษาเขมร ยึดหลักอะไร
ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางเป็นหลักเสมอ แล้วจึงถอดเสียงเข้าสู่อักษรเขมรให้สอดคล้องกับเอกสารเดิมที่เคยยื่นไว้ หากเคยมีคำแปลเดิมที่หน่วยงานปลายทางรับไปแล้ว เราจะใช้การสะกดชุดเดิมเพื่อไม่ให้ระบบทะเบียนมองว่าเป็นคนละบุคคล และแนบตารางเทียบชื่อไว้ท้ายคำแปลเมื่อจำเป็น
แปลจากภาษาเขมรเป็นไทยเพื่อใช้ที่อำเภอหรือหน่วยงานไทย ต้องเตรียมอะไร
เอกสารที่ออกจากต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทางก่อน (Apostille หรือกระทรวงการต่างประเทศประเทศนั้น) จากนั้นรับรองที่สถานทูตไทยหรือนำเข้ามารับรองที่กรมการกงสุลไทยพร้อมคำแปลภาษาไทย นายทะเบียนไทยจะดูสามอย่างคือ ตรารับรองครบชั้น คำแปลตรงตามต้นฉบับทุกบรรทัด และชื่อบุคคลตรงกับหนังสือเดินทาง งานภาษาเขมรเราจัดคู่ตรวจทานเจ้าของภาษาเสมอเพื่อลดการตีกลับ
คำแปลภาษาเขมรมักถูกตีกลับด้วยสาเหตุอะไรมากที่สุด
สามสาเหตุหลักคือ (1) ตัวเลขวันที่และเลขทะเบียนคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ (2) ชื่อสถานที่หรือหน่วยงานถูกแปลอิสระแทนการใช้ชื่อทางการ และ (3) ตกบรรทัดตราประทับหรือหมายเหตุท้ายเอกสาร งานภาษาเขมรเพิ่มความเสี่ยงจากอักษรเขมรที่ระบบเรียงพิมพ์อาจตัดอักขระผิด เราจึงตรวจ proof สองรอบและเทียบทีละบรรทัดกับต้นฉบับก่อนส่งรับรอง
ใช้คำแปลภาษาเขมรสำหรับเรื่องอะไรได้บ้าง
กรณีที่พบบ่อยคือ แรงงาน · การค้า ซึ่งแต่ละกรณีต้องการชุดเอกสารต่างกัน เช่น เรื่องวีซ่ามักขอสูติบัตร ทะเบียนบ้าน และหลักฐานการเงิน เรื่องสมรสมักขอหนังสือรับรองความเป็นโสดและทะเบียนหย่า ส่วนงานธุรกิจมักขอหนังสือรับรองบริษัทและงบการเงิน แจ้งวัตถุประสงค์ให้เราทราบตั้งแต่ต้น ทีมงานจะจัดลำดับการรับรองให้ครบชั้นในรอบเดียว