คู่มือเตรียมเอกสารและขั้นตอน Apostille / รับรองกงสุล
Apostille คือการรับรองเอกสารสาธารณะเพื่อใช้ระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญากรุงเฮก ส่วนประเทศนอกอนุสัญญาใช้การรับรองกงสุลแบบสองชั้น ลำดับที่ถูกต้องคือ เอกสารต้นทาง แปลรับรอง กรมการกงสุล แล้วจึงสถานทูตปลายทาง ระยะเวลาโดยประมาณ 3–10 วันทำการ ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบสถานะประเทศปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง
ระยะเวลารวมโดยประมาณ: ประมาณ 3–10 วันทำการ
เอกสารที่ต้องเตรียม
เอกสารต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการ ต้องมีเสมอ
ต้องเป็นฉบับที่ออกใหม่ตามอายุที่ผู้รับกำหนด
คำแปลภาษาอังกฤษที่รับรองแล้ว ต้องมีเสมอ
ต้องแปลก่อนยื่นกรมการกงสุลในกรณีที่ต้นฉบับเป็นภาษาไทย
สำเนาหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร ต้องมีเสมอ
ใช้ตรวจการสะกดชื่อให้ตรงกันตลอดสาย
หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรผู้มอบ แล้วแต่กรณี
จำเป็นเมื่อไม่ได้ยื่นด้วยตนเอง
หนังสือรับรองบริษัท แล้วแต่กรณี
สำหรับเอกสารนิติบุคคล ต้องเป็นฉบับล่าสุดตามอายุที่กำหนด
ข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง ต้องมีเสมอ
ระบุว่าต้องการ Apostille หรือรับรองกงสุลสองชั้น
ขั้นตอนดำเนินการ
1. ตรวจสถานะประเทศปลายทาง
ตรวจว่าประเทศผู้รับอยู่ในอนุสัญญากรุงเฮกหรือไม่ เพื่อเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง
ระยะเวลา: ประมาณ 1 วันทำการ
2. ขอเอกสารต้นทางฉบับใหม่
ขอคัดเอกสารจากหน่วยงานผู้ออกให้อยู่ในอายุที่ผู้รับยอมรับ
ระยะเวลา: ประมาณ 1–3 วันทำการ
3. แปลและรับรองคำแปล
แปลเป็นภาษาที่ผู้รับกำหนด แล้วรับรองคำแปลก่อนยื่นขั้นถัดไป
ระยะเวลา: ประมาณ 1–2 วันทำการ
4. ยื่นกรมการกงสุล
ยื่นเอกสารพร้อมคำแปลเพื่อรับรอง ตามช่องทางและคิวที่หน่วยงานเปิดให้
ระยะเวลา: ประมาณ 2–4 วันทำการ
5. ยื่นสถานทูตปลายทาง
สำหรับประเทศนอกอนุสัญญา ให้นำเอกสารที่ผ่านกงสุลไปรับรองที่สถานทูตต่อ
ระยะเวลา: ประมาณ 1–5 วันทำการ
6. ตรวจรับและจัดส่ง
ตรวจตราประทับ วันที่ และลำดับการรับรอง ก่อนส่งถึงผู้รับปลายทาง
ระยะเวลา: ประมาณ 1 วันทำการ
คำแนะนำก่อนเริ่มเคส
- ตรวจว่าเอกสารต้นฉบับออกโดยหน่วยงานราชการไทยและมีลายมือชื่อผู้มีอำนาจครบถ้วนก่อนนำเข้าชั้นนิติกรณ์
- เอกสารทะเบียนราษฎรควรคัดฉบับใหม่จากสำนักงานเขต/อำเภอ ก่อนแปลและยื่นรับรอง
- ตรวจสอบว่าหน่วยงานปลายทางต้องการรับรองคำแปลอย่างเดียว หรือรับรองลายมือชื่อผู้มีอำนาจของหน่วยงานผู้ออกด้วย
- เตรียมสำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ตของเจ้าของเอกสารและผู้รับมอบอำนาจให้ครบตามระเบียบ
- หากต้องรับรองสถานทูตต่อ ให้ตรวจตารางวันทำการและระบบนัดหมายของสถานทูตนั้นล่วงหน้า
- เผื่อเวลารอบส่งกลับต่างจังหวัด/ต่างประเทศ แยกจากระยะเวลาพิจารณาของหน่วยงาน
ข้อควรระวัง
- ก่อนอนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย (28 กุมภาพันธ์ 2570) เอกสารไทยยังต้องใช้ห่วงโซ่นิติกรณ์เดิม คือ กรมการกงสุล แล้วจึงสถานทูตปลายทาง
- ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาพิจารณาเป็นไปตามประกาศของหน่วยงาน และเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจกับเว็บไซต์ทางการก่อนดำเนินการ
- เอกสารที่ผ่านการแก้ไข ขูด ลบ หรือมีรอยน้ำ มักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นรับเรื่อง
- คำแปลที่ใช้ชื่อสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ทำให้ต้องแก้และยื่นใหม่ทั้งชุด
- เอกสารต่างประเทศต้องผ่านการรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน จึงจะนำเข้าสู่ชั้นรับรองในไทยได้
- หนังสือมอบอำนาจไม่ครบถ้วน ทำให้ผู้แทนยื่นเรื่องแทนไม่ได้
- ยื่นชุดเอกสารไม่ครบตามรายการที่หน่วยงานประกาศ ทำให้ต้องเริ่มคิวใหม่
- คาดหวังว่าจะได้รับเอกสารในวันเดียวเสมอ — รอบบริการขึ้นกับประเภทเอกสารและปริมาณคิวในวันนั้น
แหล่งอ้างอิงราชการ
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — งานนิติกรณ์เอกสาร — ขั้นตอน เอกสารที่ต้องใช้ และช่องทางยื่นรับรองคำแปล/นิติกรณ์
- HCCH — Apostille Convention Status Table — สถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ของไทย (มีผล 28 กุมภาพันธ์ 2570)
- กระทรวงการต่างประเทศ — สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ
ตรวจทานเนื้อหาล่าสุด: 2026-08-04
ไม่อยากยุ่งยาก ให้เราดำเนินการให้ทั้งหมด
- ถ้าไม่อยากยื่นผิดลำดับจนต้องเริ่มใหม่ เราวางเส้นทางรับรองตามประเทศปลายทางให้ก่อนลงมือ
- เราคัดเอกสารต้นทาง แปล และเดินเรื่องกงสุล–สถานทูตต่อเนื่องในคิวเดียว
- แจ้งสถานะทุกช่วง จึงวางแผนวันเดินทางหรือวันยื่นปลายทางได้แม่นยำขึ้น
ส่งรายละเอียดเคสของคุณมาก่อนได้ ทีมงานจะสรุปเอกสารที่ต้องใช้และกรอบเวลาให้ทราบก่อนเริ่มงานจริง

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ
ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ(เปิดในแท็บใหม่)ใช้ยืนยัน: ขั้นตอนและเงื่อนไขการรับรองเอกสาร (นิติกรณ์) ของกระทรวงการต่างประเทศ
- กระทรวงการต่างประเทศ (MFA Thailand)(เปิดในแท็บใหม่)ใช้ยืนยัน: ข้อมูลสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุล และประกาศทางการของกระทรวง
- HCCH — Hague Apostille Convention (สถานะภาคี)(เปิดในแท็บใหม่)ใช้ยืนยัน: สถานะการเข้าเป็นภาคีและวันที่อนุสัญญามีผลบังคับกับประเทศไทย