LICENSED NOTARIAL SERVICES ATTORNEYS × 6
ทีมทนาย Notary Public 6 ท่าน · รับรองโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

คลังคำถาม Apostille และการรับรองเอกสารต่างประเทศ (ฉบับเต็ม)

แยกคำตอบตามสถานะภาคีอนุสัญญาของประเทศปลายทาง ว่าต้องใช้ Apostille หรือเส้นทางกงสุล-สถานทูตแบบเดิม และหน่วยงานใดลงนามในขั้นใด

แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · ประเทศไทยเริ่มใช้ Apostille 28 กุมภาพันธ์ 2570

1,080 questions · page 10 of 27

เอกสารไทยที่จะใช้ในฟิลิปปินส์ ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

ฟิลิปปินส์ (Philippines) เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ค.ศ. 1961 ตั้งแต่ปี 2019 ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายความว่าตั้งแต่วันดังกล่าว เอกสารไทยที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในฟิลิปปินส์ได้โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตอีก ส่วนช่วงก่อนวันนั้นยังต้องใช้เส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตฟิลิปปินส์ประจำกรุงเทพฯ

เอกสารที่ออกในฟิลิปปินส์ จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เอกสารที่ออกในฟิลิปปินส์ให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น ซึ่งคือ DFA Philippines เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ไทยจะรับเอกสารที่มี Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย เช่น สำนักงานเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือศาล

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานฟิลิปปินส์ ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาอังกฤษได้โดยตรง เพราะเป็นภาษาราชการหรือภาษาใช้งานของประเทศ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับฟิลิปปินส์ควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ โดยประมาณ (กรอบเวลาไม่รวมคิว และอาจเปลี่ยนแปลงตามที่หน่วยงานประกาศ โปรดตรวจสอบก่อนยื่นทุกครั้ง) แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ทำให้ประหยัดเวลาช่วงสถานทูตไปทั้งหมด หากอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในกัมพูชา ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

กัมพูชา (Cambodia) ยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารไทยจึงต้องใช้เส้นทาง Legalization เต็มรูปแบบต่อไป แม้อนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก็ตาม ขั้นตอนคือ แปลและรับรองคำแปล (ถ้าต้องใช้ภาษาอื่น) → รับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → รับรองต่อที่สถานทูตกัมพูชาประจำกรุงเทพฯ จึงจะนำไปใช้ในประเทศปลายทางได้

เอกสารที่ออกในกัมพูชา จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เนื่องจากกัมพูชาไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น เมื่อถึงไทยจึงนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับในไทย

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานกัมพูชา ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในกัมพูชาส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: km) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับกัมพูชาควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ โดยประมาณ (กรอบเวลาไม่รวมคิว และอาจเปลี่ยนแปลงตามที่หน่วยงานประกาศ โปรดตรวจสอบก่อนยื่นทุกครั้ง) แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และชั้นรับรองสถานทูตกัมพูชาประจำกรุงเทพฯ ซึ่งมักใช้ 3–15 วันทำการและหลายแห่งต้องนัดคิวล่วงหน้า หากอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในลาว ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

ลาว (Laos) ยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารไทยจึงต้องใช้เส้นทาง Legalization เต็มรูปแบบต่อไป แม้อนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก็ตาม ขั้นตอนคือ แปลและรับรองคำแปล (ถ้าต้องใช้ภาษาอื่น) → รับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → รับรองต่อที่สถานทูตลาวประจำกรุงเทพฯ จึงจะนำไปใช้ในประเทศปลายทางได้

เอกสารที่ออกในลาว จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เนื่องจากลาวไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของลาว แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น เมื่อถึงไทยจึงนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับในไทย

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานลาว ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในลาวส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: lo) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับลาวควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ โดยประมาณ (กรอบเวลาไม่รวมคิว และอาจเปลี่ยนแปลงตามที่หน่วยงานประกาศ โปรดตรวจสอบก่อนยื่นทุกครั้ง) แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และชั้นรับรองสถานทูตลาวประจำกรุงเทพฯ ซึ่งมักใช้ 3–15 วันทำการและหลายแห่งต้องนัดคิวล่วงหน้า หากอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในเมียนมา ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

เมียนมา (Myanmar) ยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารไทยจึงต้องใช้เส้นทาง Legalization เต็มรูปแบบต่อไป แม้อนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก็ตาม ขั้นตอนคือ แปลและรับรองคำแปล (ถ้าต้องใช้ภาษาอื่น) → รับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → รับรองต่อที่สถานทูตเมียนมาประจำกรุงเทพฯ จึงจะนำไปใช้ในประเทศปลายทางได้

เอกสารที่ออกในเมียนมา จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เนื่องจากเมียนมาไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมา แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น เมื่อถึงไทยจึงนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับในไทย

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานเมียนมา ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในเมียนมาส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: my) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับเมียนมาควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ โดยประมาณ (กรอบเวลาไม่รวมคิว และอาจเปลี่ยนแปลงตามที่หน่วยงานประกาศ โปรดตรวจสอบก่อนยื่นทุกครั้ง) แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และชั้นรับรองสถานทูตเมียนมาประจำกรุงเทพฯ ซึ่งมักใช้ 3–15 วันทำการและหลายแห่งต้องนัดคิวล่วงหน้า หากอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในบรูไน ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

บรูไน (Brunei) ยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารไทยจึงต้องใช้เส้นทาง Legalization เต็มรูปแบบต่อไป แม้อนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก็ตาม ขั้นตอนคือ แปลและรับรองคำแปล (ถ้าต้องใช้ภาษาอื่น) → รับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → รับรองต่อที่สถานทูตบรูไนประจำกรุงเทพฯ จึงจะนำไปใช้ในประเทศปลายทางได้

เอกสารที่ออกในบรูไน จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เนื่องจากบรูไนไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของบรูไน แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น เมื่อถึงไทยจึงนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับในไทย

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานบรูไน ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในบรูไนส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: ms) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับบรูไนควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ โดยประมาณ (กรอบเวลาไม่รวมคิว และอาจเปลี่ยนแปลงตามที่หน่วยงานประกาศ โปรดตรวจสอบก่อนยื่นทุกครั้ง) แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และชั้นรับรองสถานทูตบรูไนประจำกรุงเทพฯ ซึ่งมักใช้ 3–15 วันทำการและหลายแห่งต้องนัดคิวล่วงหน้า หากอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในติมอร์-เลสเต ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

ติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) ยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารไทยจึงต้องใช้เส้นทาง Legalization เต็มรูปแบบต่อไป แม้อนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก็ตาม ขั้นตอนคือ แปลและรับรองคำแปล (ถ้าต้องใช้ภาษาอื่น) → รับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → รับรองต่อที่สถานทูตติมอร์-เลสเตที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ) จึงจะนำไปใช้ในประเทศปลายทางได้

เอกสารที่ออกในติมอร์-เลสเต จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เนื่องจากติมอร์-เลสเตไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของติมอร์-เลสเต แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น เมื่อถึงไทยจึงนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับในไทย

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานติมอร์-เลสเต ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในติมอร์-เลสเตส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: pt, tet) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับติมอร์-เลสเตควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ โดยประมาณ (กรอบเวลาไม่รวมคิว และอาจเปลี่ยนแปลงตามที่หน่วยงานประกาศ โปรดตรวจสอบก่อนยื่นทุกครั้ง) แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และชั้นรับรองสถานทูตติมอร์-เลสเตที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ) ซึ่งมักใช้ 3–15 วันทำการและหลายแห่งต้องนัดคิวล่วงหน้า หากอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในปากีสถาน ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

ปากีสถาน (Pakistan) ยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารไทยจึงต้องใช้เส้นทาง Legalization เต็มรูปแบบต่อไป แม้อนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก็ตาม ขั้นตอนคือ แปลและรับรองคำแปล (ถ้าต้องใช้ภาษาอื่น) → รับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → รับรองต่อที่สถานทูตปากีสถานประจำกรุงเทพฯ จึงจะนำไปใช้ในประเทศปลายทางได้

เอกสารที่ออกในปากีสถาน จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เนื่องจากปากีสถานไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น เมื่อถึงไทยจึงนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับในไทย

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานปากีสถาน ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในปากีสถานส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาอังกฤษได้โดยตรง เพราะเป็นภาษาราชการหรือภาษาใช้งานของประเทศ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับปากีสถานควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ โดยประมาณ (กรอบเวลาไม่รวมคิว และอาจเปลี่ยนแปลงตามที่หน่วยงานประกาศ โปรดตรวจสอบก่อนยื่นทุกครั้ง) แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และชั้นรับรองสถานทูตปากีสถานประจำกรุงเทพฯ ซึ่งมักใช้ 3–15 วันทำการและหลายแห่งต้องนัดคิวล่วงหน้า หากอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในบังกลาเทศ ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

บังกลาเทศ (Bangladesh) ยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารไทยจึงต้องใช้เส้นทาง Legalization เต็มรูปแบบต่อไป แม้อนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก็ตาม ขั้นตอนคือ แปลและรับรองคำแปล (ถ้าต้องใช้ภาษาอื่น) → รับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → รับรองต่อที่สถานทูตบังกลาเทศประจำกรุงเทพฯ จึงจะนำไปใช้ในประเทศปลายทางได้

เอกสารที่ออกในบังกลาเทศ จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เนื่องจากบังกลาเทศไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของบังกลาเทศ แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น เมื่อถึงไทยจึงนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับในไทย

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานบังกลาเทศ ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในบังกลาเทศส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: bn) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับบังกลาเทศควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ โดยประมาณ (กรอบเวลาไม่รวมคิว และอาจเปลี่ยนแปลงตามที่หน่วยงานประกาศ โปรดตรวจสอบก่อนยื่นทุกครั้ง) แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และชั้นรับรองสถานทูตบังกลาเทศประจำกรุงเทพฯ ซึ่งมักใช้ 3–15 วันทำการและหลายแห่งต้องนัดคิวล่วงหน้า หากอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในเนปาล ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

เนปาล (Nepal) ยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารไทยจึงต้องใช้เส้นทาง Legalization เต็มรูปแบบต่อไป แม้อนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก็ตาม ขั้นตอนคือ แปลและรับรองคำแปล (ถ้าต้องใช้ภาษาอื่น) → รับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → รับรองต่อที่สถานทูตเนปาลประจำกรุงเทพฯ จึงจะนำไปใช้ในประเทศปลายทางได้

เอกสารที่ออกในเนปาล จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เนื่องจากเนปาลไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของเนปาล แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น เมื่อถึงไทยจึงนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับในไทย

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานเนปาล ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในเนปาลส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: ne) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับเนปาลควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ โดยประมาณ (กรอบเวลาไม่รวมคิว และอาจเปลี่ยนแปลงตามที่หน่วยงานประกาศ โปรดตรวจสอบก่อนยื่นทุกครั้ง) แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และชั้นรับรองสถานทูตเนปาลประจำกรุงเทพฯ ซึ่งมักใช้ 3–15 วันทำการและหลายแห่งต้องนัดคิวล่วงหน้า หากอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในศรีลังกา ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

ศรีลังกา (Sri Lanka) ยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารไทยจึงต้องใช้เส้นทาง Legalization เต็มรูปแบบต่อไป แม้อนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก็ตาม ขั้นตอนคือ แปลและรับรองคำแปล (ถ้าต้องใช้ภาษาอื่น) → รับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → รับรองต่อที่สถานทูตศรีลังกาประจำกรุงเทพฯ จึงจะนำไปใช้ในประเทศปลายทางได้

เอกสารที่ออกในศรีลังกา จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เนื่องจากศรีลังกาไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของศรีลังกา แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ดูแลประเทศนั้น เมื่อถึงไทยจึงนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนยื่นต่อหน่วยงานผู้รับในไทย

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานศรีลังกา ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในศรีลังกาส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: si, ta) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับศรีลังกาควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ โดยประมาณ (กรอบเวลาไม่รวมคิว และอาจเปลี่ยนแปลงตามที่หน่วยงานประกาศ โปรดตรวจสอบก่อนยื่นทุกครั้ง) แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และชั้นรับรองสถานทูตศรีลังกาประจำกรุงเทพฯ ซึ่งมักใช้ 3–15 วันทำการและหลายแห่งต้องนัดคิวล่วงหน้า หากอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

Related pages

อาคารสถานทูตและช่องบริการรับรองเอกสารสำหรับผู้ยื่นคำร้อง
บางประเทศยังต้องผ่านการรับรองของสถานทูต/สถานกงสุลปลายทางเพิ่มอีกขั้น

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบโดย ทนายจิรศักดิ์ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ตรวจสอบล่าสุด: กรกฎาคม 2569 (2026-07-31)