LICENSED NOTARIAL SERVICES ATTORNEYS × 6
ทีมทนาย Notary Public 6 ท่าน · รับรองโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

คลังคำถาม Apostille และการรับรองเอกสารต่างประเทศ (ฉบับเต็ม)

แยกคำตอบตามสถานะภาคีอนุสัญญาของประเทศปลายทาง ว่าต้องใช้ Apostille หรือเส้นทางกงสุล-สถานทูตแบบเดิม และหน่วยงานใดลงนามในขั้นใด

แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · ประเทศไทยเริ่มใช้ Apostille 28 กุมภาพันธ์ 2570

1,080 questions · page 4 of 27

เอกสารไทยที่จะใช้ในตุรกี ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

ตุรกี (Türkiye) เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ค.ศ. 1961 ตั้งแต่ปี 1985 ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายความว่าตั้งแต่วันดังกล่าว เอกสารไทยที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในตุรกีได้โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตอีก ส่วนช่วงก่อนวันนั้นยังต้องใช้เส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตตุรกีประจำกรุงเทพฯ

เอกสารที่ออกในตุรกี จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เอกสารที่ออกในตุรกีให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น ซึ่งคือ Governorates / District Governorships เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ไทยจะรับเอกสารที่มี Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย เช่น สำนักงานเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือศาล

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานตุรกี ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในตุรกีส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: tr) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับตุรกีควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ทำให้ประหยัดเวลาช่วงสถานทูตไปทั้งหมด หากอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในไอร์แลนด์ ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

ไอร์แลนด์ (Ireland) เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ค.ศ. 1961 ตั้งแต่ปี 1999 ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายความว่าตั้งแต่วันดังกล่าว เอกสารไทยที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในไอร์แลนด์ได้โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตอีก ส่วนช่วงก่อนวันนั้นยังต้องใช้เส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตไอร์แลนด์ประจำกรุงเทพฯ

เอกสารที่ออกในไอร์แลนด์ จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เอกสารที่ออกในไอร์แลนด์ให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น ซึ่งคือ DFA — Consular Section เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ไทยจะรับเอกสารที่มี Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย เช่น สำนักงานเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือศาล

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานไอร์แลนด์ ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในไอร์แลนด์ส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาอังกฤษได้โดยตรง เพราะเป็นภาษาราชการหรือภาษาใช้งานของประเทศ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับไอร์แลนด์ควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ทำให้ประหยัดเวลาช่วงสถานทูตไปทั้งหมด หากอยู่ในภูมิภาคยุโรป ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในโปรตุเกส ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

โปรตุเกส (Portugal) เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ค.ศ. 1961 ตั้งแต่ปี 1968 ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายความว่าตั้งแต่วันดังกล่าว เอกสารไทยที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในโปรตุเกสได้โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตอีก ส่วนช่วงก่อนวันนั้นยังต้องใช้เส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตโปรตุเกสประจำกรุงเทพฯ

เอกสารที่ออกในโปรตุเกส จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เอกสารที่ออกในโปรตุเกสให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น ซึ่งคือ Procuradoria-Geral da República เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ไทยจะรับเอกสารที่มี Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย เช่น สำนักงานเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือศาล

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานโปรตุเกส ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในโปรตุเกสส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: pt) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับโปรตุเกสควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ทำให้ประหยัดเวลาช่วงสถานทูตไปทั้งหมด หากอยู่ในภูมิภาคยุโรป ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในกรีซ ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

กรีซ (Greece) เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ค.ศ. 1961 ตั้งแต่ปี 1985 ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายความว่าตั้งแต่วันดังกล่าว เอกสารไทยที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในกรีซได้โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตอีก ส่วนช่วงก่อนวันนั้นยังต้องใช้เส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตกรีซประจำกรุงเทพฯ

เอกสารที่ออกในกรีซ จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เอกสารที่ออกในกรีซให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น ซึ่งคือ Decentralized Administration Offices เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ไทยจะรับเอกสารที่มี Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย เช่น สำนักงานเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือศาล

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานกรีซ ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในกรีซส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: el) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับกรีซควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ทำให้ประหยัดเวลาช่วงสถานทูตไปทั้งหมด หากอยู่ในภูมิภาคยุโรป ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในโปแลนด์ ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

โปแลนด์ (Poland) เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ค.ศ. 1961 ตั้งแต่ปี 2005 ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายความว่าตั้งแต่วันดังกล่าว เอกสารไทยที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในโปแลนด์ได้โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตอีก ส่วนช่วงก่อนวันนั้นยังต้องใช้เส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตโปแลนด์ประจำกรุงเทพฯ

เอกสารที่ออกในโปแลนด์ จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เอกสารที่ออกในโปแลนด์ให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น ซึ่งคือ MSZ — Legalization Division เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ไทยจะรับเอกสารที่มี Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย เช่น สำนักงานเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือศาล

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานโปแลนด์ ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในโปแลนด์ส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: pl) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับโปแลนด์ควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ทำให้ประหยัดเวลาช่วงสถานทูตไปทั้งหมด หากอยู่ในภูมิภาคยุโรป ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในเช็ก ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

เช็ก (Czechia) เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ค.ศ. 1961 ตั้งแต่ปี 1999 ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายความว่าตั้งแต่วันดังกล่าว เอกสารไทยที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในเช็กได้โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตอีก ส่วนช่วงก่อนวันนั้นยังต้องใช้เส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตเช็กประจำกรุงเทพฯ

เอกสารที่ออกในเช็ก จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เอกสารที่ออกในเช็กให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น ซึ่งคือ Ministry of Foreign Affairs / Ministry of Justice เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ไทยจะรับเอกสารที่มี Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย เช่น สำนักงานเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือศาล

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานเช็ก ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในเช็กส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: cs) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับเช็กควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ทำให้ประหยัดเวลาช่วงสถานทูตไปทั้งหมด หากอยู่ในภูมิภาคยุโรป ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในฮังการี ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

ฮังการี (Hungary) เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ค.ศ. 1961 ตั้งแต่ปี 1973 ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายความว่าตั้งแต่วันดังกล่าว เอกสารไทยที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในฮังการีได้โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตอีก ส่วนช่วงก่อนวันนั้นยังต้องใช้เส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตฮังการีประจำกรุงเทพฯ

เอกสารที่ออกในฮังการี จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เอกสารที่ออกในฮังการีให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น ซึ่งคือ Ministry of Foreign Affairs and Trade เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ไทยจะรับเอกสารที่มี Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย เช่น สำนักงานเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือศาล

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานฮังการี ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในฮังการีส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: hu) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับฮังการีควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ทำให้ประหยัดเวลาช่วงสถานทูตไปทั้งหมด หากอยู่ในภูมิภาคยุโรป ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในโรมาเนีย ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

โรมาเนีย (Romania) เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ค.ศ. 1961 ตั้งแต่ปี 2001 ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายความว่าตั้งแต่วันดังกล่าว เอกสารไทยที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในโรมาเนียได้โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตอีก ส่วนช่วงก่อนวันนั้นยังต้องใช้เส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตโรมาเนียประจำกรุงเทพฯ

เอกสารที่ออกในโรมาเนีย จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เอกสารที่ออกในโรมาเนียให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น ซึ่งคือ Prefectures / Chambers of Notaries / Courts เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ไทยจะรับเอกสารที่มี Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย เช่น สำนักงานเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือศาล

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานโรมาเนีย ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในโรมาเนียส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: ro) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับโรมาเนียควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ทำให้ประหยัดเวลาช่วงสถานทูตไปทั้งหมด หากอยู่ในภูมิภาคยุโรป ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในบัลแกเรีย ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

บัลแกเรีย (Bulgaria) เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ค.ศ. 1961 ตั้งแต่ปี 2001 ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายความว่าตั้งแต่วันดังกล่าว เอกสารไทยที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในบัลแกเรียได้โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตอีก ส่วนช่วงก่อนวันนั้นยังต้องใช้เส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตบัลแกเรียที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ)

เอกสารที่ออกในบัลแกเรีย จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เอกสารที่ออกในบัลแกเรียให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น ซึ่งคือ Ministry of Foreign Affairs / Justice เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ไทยจะรับเอกสารที่มี Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย เช่น สำนักงานเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือศาล

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานบัลแกเรีย ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในบัลแกเรียส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: bg) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับบัลแกเรียควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ทำให้ประหยัดเวลาช่วงสถานทูตไปทั้งหมด หากอยู่ในภูมิภาคยุโรป ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

เอกสารไทยที่จะใช้ในสโลวาเกีย ต้องทำ Apostille หรือรับรองกงสุล

สโลวาเกีย (Slovakia) เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ค.ศ. 1961 ตั้งแต่ปี 2002 ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายความว่าตั้งแต่วันดังกล่าว เอกสารไทยที่ได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลจะใช้ในสโลวาเกียได้โดยไม่ต้องรับรองที่สถานทูตอีก ส่วนช่วงก่อนวันนั้นยังต้องใช้เส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตสโลวาเกียที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ)

เอกสารที่ออกในสโลวาเกีย จะนำมาใช้ในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

เอกสารที่ออกในสโลวาเกียให้ขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้น ซึ่งคือ Ministry of Foreign and European Affairs เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ไทยจะรับเอกสารที่มี Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก จากนั้นนำมาแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย เช่น สำนักงานเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือศาล

ยื่นเอกสารให้หน่วยงานสโลวาเกีย ต้องแปลเป็นภาษาอะไร

หน่วยงานในสโลวาเกียส่วนใหญ่รับคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศ (รหัสภาษา: sk) และบางหน่วยงานรับภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ คำแปลควรลงนามโดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และเย็บติดกับต้นฉบับพร้อมตราคาบรอยต่อ อย่าแยกชุดคำแปลออกจากต้นฉบับ เพราะเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

ทำเอกสารสำหรับสโลวาเกียควรเผื่อเวลานานแค่ไหน

แนะนำเผื่อรวมทั้งกระบวนการอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แบ่งเป็น คัดเอกสารต้นทางจากหน่วยงานผู้ออก 1–3 วันทำการ แปลและตรวจทาน 1–3 วันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติ 2–3 วันทำการ (แบบด่วนภายในวันเดียวกันมีเงื่อนไขจำกัด) และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากใช้ Apostille จะจบที่ชั้นกรมการกงสุล ทำให้ประหยัดเวลาช่วงสถานทูตไปทั้งหมด หากอยู่ในภูมิภาคยุโรป ควรเผื่อเวลาไปรษณีย์ระหว่างประเทศเพิ่มอีก 5–10 วัน

Related pages

อาคารสถานทูตและช่องบริการรับรองเอกสารสำหรับผู้ยื่นคำร้อง
บางประเทศยังต้องผ่านการรับรองของสถานทูต/สถานกงสุลปลายทางเพิ่มอีกขั้น

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบโดย ทนายจิรศักดิ์ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ตรวจสอบล่าสุด: กรกฎาคม 2569 (2026-07-31)