LICENSED NOTARIAL SERVICES ATTORNEYS × 6
ทีมทนาย Notary Public 6 ท่าน · รับรองโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

คลังคำถามคำแปลรับรองเอกสารกฎหมายเพื่อใช้ต่างประเทศ (ฉบับเต็ม)

อธิบายว่าเอกสารศาลและเอกสารราชการต้องคัดรับรองจากที่ใด ใครลงนามคำรับรองคำแปลได้ และเส้นทางรับรองต่างกันอย่างไรระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮกกับประเทศที่ไม่ใช่ภาคี

แหล่งอ้างอิง: กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · ประเทศไทยเริ่มใช้ Apostille 28 กุมภาพันธ์ 2570

1,032 questions · page 5 of 26

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่จาเมกาได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (MFA) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่จาเมกา ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากจาเมกา ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ (MFA) แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (MFA) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่ตรินิแดดและโตเบโกได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (MFA) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่ตรินิแดดและโตเบโก ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากตรินิแดดและโตเบโก ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ (MFA) แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (MFA) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่เฮติได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่เฮติ ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากเฮติ ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่บาฮามาสได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (MFA) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่บาฮามาส ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากบาฮามาส ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ (MFA) แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (MFA) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่บาร์เบโดสได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (MFA) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่บาร์เบโดส ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากบาร์เบโดส ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ (MFA) แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (MFA) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่เบลีซได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (MFA) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่เบลีซ ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากเบลีซ ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ (MFA) แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (MFA) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่ซูรินามได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (MFA) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่ซูรินาม ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากซูรินาม ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ (MFA) แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (MFA) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่กายอานาได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่กายอานา ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากกายอานา ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่เวียดนามได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่เวียดนาม ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากเวียดนาม ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่อินโดนีเซียได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (Ministry of Law and Human Rights) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่อินโดนีเซีย ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากอินโดนีเซีย ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Ministry of Law and Human Rights) แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (Ministry of Law and Human Rights) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่ฟิลิปปินส์ได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (DFA Philippines) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่ฟิลิปปินส์ ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากฟิลิปปินส์ ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ (DFA Philippines) แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารที่ออกจากประเทศนั้นจะได้รับการรับรองโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของเขาเอง (DFA Philippines) แทนการไล่ตราประทับหลายชั้น ส่วนเอกสารไทยที่ส่งออกไปยังคงใช้เส้นทางรับรองผ่านกรมการกงสุลจนกว่าอนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นคาดว่า Apostille ที่ออกในไทยจะใช้แทนขั้นตอนสถานทูตได้ สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่กัมพูชาได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่กัมพูชา ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากกัมพูชา ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่ลาวได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่ลาว ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากลาว ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่เมียนมาได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่เมียนมา ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากเมียนมา ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่บรูไนได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่บรูไน ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากบรูไน ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่ติมอร์-เลสเตได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่ติมอร์-เลสเต ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากติมอร์-เลสเต ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่ปากีสถานได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่ปากีสถาน ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากปากีสถาน ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่บังกลาเทศได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่บังกลาเทศ ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากบังกลาเทศ ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่เนปาลได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่เนปาล ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากเนปาล ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

คำพิพากษาหรือเอกสารคดีของไทย ต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้ที่ศรีลังกาได้

เริ่มจากขอสำเนาคำพิพากษาที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะสำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราศาลมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ชั้นแรก จากนั้นให้ผู้แปลจัดทำคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนามและประทับตราสำนักงานซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ เพราะประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนกลาง ผู้รับปลายทางจึงอาศัยความสามารถตรวจสอบย้อนกลับนี้แทน เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย ควรเย็บคำแปลติดกับสำเนาที่ใช้แปลไว้เสมอ ห้ามเรียงหน้าใหม่ และสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นที่ศรีลังกา ระยะเวลารวมเป็นช่วงตามคิวคัดสำเนาของศาลและคิวรับรอง ควรเผื่อเวลาก่อนวันนัดหรือวันสัมภาษณ์ แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารที่ออกจากศรีลังกา ต้องทำอะไรก่อนนำมายื่นต่อศาลหรือหน่วยงานไทย

ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองความถูกต้องที่ลงนาม ก่อนนำเสนอต่อหน่วยงานไทยที่จะใช้เอกสาร เนื่องจากประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จึงต้องใช้เส้นทางรับรองเต็มรูปแบบทั้งสองทิศทาง คือ รับรองคำแปล ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงประทับตราจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางที่ประจำในประเทศไทย สิ่งที่ศาลและนายทะเบียนไทยตรวจมี 3 อย่าง คือ ความต่อเนื่องระหว่างต้นฉบับ การรับรอง และคำแปล การถอดชื่อบุคคลและสถานที่ให้ตรงกันทุกหน้า และคำแปลที่ไม่ตัดทอนตราประทับ ข้อความสลักหลัง หรือหมายเหตุริมขอบ หากเอกสารใช้เปลี่ยนสถานะ เช่น สมรส มรดก หรือจดทะเบียนบริษัท ควรถามอายุเอกสารที่ผู้รับยอมรับ เพราะหลายหน่วยงานกำหนดกรอบไม่กี่เดือน แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) · กระทรวงยุติธรรม (moj.go.th) · ตารางสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (hcch.net) · หน่วยงานปลายทางปรับเงื่อนไขเป็นระยะ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง

Related pages

นักแปลกำลังเทียบเอกสารต้นฉบับกับคำแปลบนหน้าจอ พร้อมพจนานุกรมและเอกสารราชการบนโต๊ะ
งานแปลผ่านการเทียบต้นฉบับ–คำแปล และตรวจทานโดยผู้ตรวจอีกชั้นก่อนออกใบรับรองคำแปล

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ตรวจสอบโดย ทนายจิรศักดิ์ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ตรวจสอบล่าสุด: กรกฎาคม 2569 (2026-07-31)