LICENSED NOTARIAL SERVICES ATTORNEYS × 6
ทีมทนาย Notary Public 6 ท่าน · รับรองโดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
ขั้นตอนรับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ

Embassy Legalization: รับรองเอกสารสถานทูต 40+ ประเทศ ที่ต้องรู้ก่อนไป

ตารางค่าธรรมเนียมและระยะเวลาการรับรองของสถานทูต 40 ประเทศ ในกรุงเทพฯ พร้อมเทคนิคจองคิว

ตรวจสอบโดย ทีมบรรณาธิการ NYC Legal & Notary ฝ่ายเนื้อหาและมาตรฐานเอกสาร
ตรวจสอบล่าสุด: 2026-07-01

Embassy Legalization อยู่ตรงไหนของสายการรับรองเอกสาร

Embassy Legalization เป็นเรื่องที่ ผู้ที่ต้องใช้เอกสารในต่างประเทศ ต้องเข้าใจให้ตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางตั้งแต่ต้น เพราะงานเอกสารข้ามประเทศไม่ได้วัดกันที่ความสวยงามของคำแปลหรือความเร็วในการเดินเรื่อง แต่วัดกันที่ “รูปแบบการรับรองตรงกับที่ปลายทางกำหนดหรือไม่” หากเลือกรูปแบบผิดตั้งแต่ขั้นตอนแรก ขั้นตอนที่เหลือทั้งสายจะต้องทำใหม่ทั้งหมด การรับรองของกรมการกงสุลเป็นการรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารหรือผู้แปล ไม่ใช่การรับรองเนื้อหา ทำให้ลำดับขั้นตอนสำคัญมาก — ต้องรับรองต้นทางให้ครบก่อนจึงจะรับรองชั้นถัดไปได้ สำหรับกรณี “รับรองเอกสารเพื่อยื่นต่อประเทศปลายทาง” หน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องได้แก่ กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ (และสำนักงานสาขา) พร้อมสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางในประเทศไทย ซึ่งแต่ละแห่งมีขอบเขตการรับรองของตนเองและไม่รับรองแทนกัน NYC LEGAL & NOTARY SERVICE CO., LTD. เป็นสำนักงานที่ให้บริการด้าน embassy-legalization โดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความ ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบเลขที่ใบอนุญาตของทนายผู้รับรองได้จากหน้า /verify-lawyer-license ของเว็บไซต์นี้ ซึ่งเป็นการยืนยันที่ตรวจสอบซ้ำกับทะเบียนของสภาทนายความได้โดยตรง เราเขียนบทความนี้ในลักษณะคู่มือปฏิบัติ ไม่ใช่บทความโฆษณา จึงจะระบุเฉพาะขั้นตอน เอกสาร และเงื่อนไขที่อ้างอิงได้จากประกาศของหน่วยงานราชการ ส่วนอัตราค่าธรรมเนียมของแต่ละหน่วยงานจะเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงานนั้น จึงแนะนำให้ตรวจสอบจากแหล่งทางการ ณ วันที่ดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราเพื่อขอใบเสนอราคาเป็นรายเคส เนื้อหาต่อจากนี้จะไล่ตั้งแต่โครงสร้างของกระบวนการ เอกสารที่ต้องเตรียม จุดที่มักผิดพลาด ไปจนถึงวิธีวางลำดับเวลาให้ Embassy Legalization จบได้ในรอบเดียว โดยไม่ต้องย้อนกลับไปเริ่มใหม่ที่ต้นทาง

ลำดับชั้นการรับรอง: ต้นทาง → นิติกรณ์ → ปลายทาง

โครงสร้างของ Embassy Legalization แบ่งได้เป็นสี่ช่วงที่ต่อกันเป็นลูกโซ่ ช่วงที่หนึ่งคือ “ต้นทางเอกสาร” — ต้องได้เอกสารฉบับจริงหรือฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออก เพราะการรับรองชั้นถัดไปทั้งหมดอ้างอิงลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสาร ช่วงที่สองคือ “การแปลและการรับรองความถูกต้องของคำแปล” ซึ่งต้องเลือกให้ตรงกับที่ปลายทางยอมรับ บางกรณีใช้ผู้แปลในประเทศไทยพร้อมคำรับรองของทนายความได้ แต่บางประเทศบังคับให้ใช้ผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนในประเทศนั้นเท่านั้น ช่วงที่สามคือ “นิติกรณ์” โดยกรมการกงสุล ซึ่งรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่หรือผู้แปล ไม่ใช่การรับรองเนื้อหาของเอกสาร และช่วงที่สี่คือ “การรับรองโดยหน่วยงานปลายทาง” เช่น สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้ หรือหน่วยงานทะเบียนของประเทศนั้นโดยตรง ตรวจสอบเวลาทำการและระบบนัดหมายของทั้งกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางล่วงหน้า และเผื่อเวลาสำหรับกรณีที่ต้องส่งเอกสารกลับไปแก้ที่ต้นทาง จุดที่คนส่วนใหญ่พลาดคือมองว่าทั้งสี่ช่วงนี้ทำคู่ขนานกันได้ ความจริงคือทำข้ามลำดับไม่ได้ เพราะแต่ละชั้นรับรองสิ่งที่ชั้นก่อนหน้าทำไว้ ในทางปฏิบัติเราจึงเริ่มจากการยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเสมอ แล้วจึงย้อนกลับมาออกแบบลำดับงานให้ตรงกับข้อกำหนดนั้น วิธีนี้ช่วยลดโอกาสที่จะต้องกลับไปคัดเอกสารใหม่ที่ต้นทาง ซึ่งเป็นความล่าช้าที่แก้ไขได้ยากที่สุดเมื่อเกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะกรณี “รับรองเอกสารเพื่อยื่นต่อประเทศปลายทาง” ที่ต้องประสานงานหลายหน่วยงานพร้อมกัน

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับ Embassy Legalization

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับ Embassy Legalization ในกรณี รับรองเอกสารเพื่อยื่นต่อประเทศปลายทาง โดยทั่วไปประกอบด้วย เอกสารราชการไทยฉบับจริงหรือฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออก คำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาปลายทาง และแบบคำร้องนิติกรณ์พร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง นอกจากตัวเอกสารแล้ว สิ่งที่ควรเตรียมควบคู่กันคือข้อมูลประกอบที่ทำให้กระบวนการเดินได้ต่อเนื่อง ได้แก่ ชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษที่สะกดตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร ชื่อและที่อยู่ของหน่วยงานปลายทางที่จะยื่น รูปแบบคำรับรองหรือถ้อยคำเฉพาะที่ปลายทางกำหนด (หากมี) และกำหนดวันยื่นจริงเพื่อใช้คำนวณลำดับเวลาย้อนกลับ ในกรณีที่เอกสารเคยมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล หรือแก้ไขรายการทางทะเบียน ต้องเตรียมหลักฐานการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย เพื่อให้ปลายทางเชื่อมโยงได้ว่าเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลเดียวกัน ข้อควรระวังที่พบบ่อยคือความสดของเอกสาร หลายหน่วยงานปลายทางกำหนดว่าเอกสารต้องออกไม่เกินระยะเวลาหนึ่งนับถึงวันยื่น หากขั้นตอนรับรองใช้เวลานานกว่าที่ประเมินไว้ เอกสารที่คัดไว้ล่วงหน้ามากเกินไปอาจหมดอายุก่อนถึงปลายทาง ทางที่ปลอดภัยกว่าคือกำหนดวันยื่นให้ชัดก่อน แล้วจึงนับถอยหลังว่าควรคัดเอกสารวันใด NYC LEGAL & NOTARY SERVICE CO., LTD. มีเช็คลิสต์ให้ดาวน์โหลดที่หน้า /checklists สำหรับใช้ทวนก่อนเดินเรื่อง และแนะนำให้ส่งภาพถ่ายเอกสารให้ทีมงานตรวจความครบถ้วนก่อนนัดหมาย เพื่อลดโอกาสที่จะต้องเดินทางซ้ำ ทั้งนี้อัตราค่าธรรมเนียมของแต่ละหน่วยงานให้ยึดตามประกาศทางการของหน่วยงานนั้นเป็นหลัก

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับในขั้นนิติกรณ์

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ Embassy Legalization ถูกตีกลับ ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความยากของกฎหมาย แต่เกิดจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้น ในกลุ่มงานลักษณะนี้ ปัญหาที่พบเป็นประจำได้แก่ ยื่นเอกสารที่ยังไม่ได้คัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออก ข้ามลำดับชั้นการรับรอง ใช้คำแปลที่ไม่ผูกกับต้นฉบับ และไม่ได้ตรวจข้อกำหนดเฉพาะของสถานทูตปลายทางซึ่งบางแห่งกำหนดแบบฟอร์มหรือภาษาไว้เป็นการเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีข้อผิดพลาดร่วมที่พบได้ในงานเอกสารข้ามประเทศทุกประเภท เช่น การสะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง การไม่รับรองเอกสารครบทุกหน้ารวมถึงหน้าที่มีเพียงตราประทับ การยึดข้อมูลจากเว็บบอร์ดหรือประสบการณ์ของผู้อื่นแทนประกาศทางการฉบับล่าสุด และการวางแผนเวลาโดยไม่เผื่อรอบทำการของหน่วยงานราชการและวันหยุดของทั้งสองประเทศ วิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือการทวนสอบสองชั้น ชั้นแรกคือทวนกับเช็คลิสต์ทางการของหน่วยงานปลายทาง ชั้นที่สองคือให้ผู้ที่ไม่ได้เตรียมเอกสารเป็นคนตรวจซ้ำ เพราะผู้ที่อ่านเอกสารของตัวเองซ้ำหลายรอบมักมองข้ามความไม่สอดคล้องที่ชัดเจน ในทางปฏิบัติ NYC LEGAL & NOTARY SERVICE CO., LTD. ใช้แนวทางตรวจก่อนรับรองเสมอ คือทนายผู้รับรองจะตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และประเภทคำรับรองกับข้อกำหนดปลายทางก่อนลงนาม หากพบว่าข้อกำหนดปลายทางไม่ชัดเจน เราจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อน แทนที่จะเดาแล้วรับรองไปก่อน เพราะการรับรองผิดรูปแบบมีต้นทุนสูงกว่าการรอคำยืนยันหนึ่งถึงสองวันเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเอกสารต้องผ่านหลายชั้น

กรณีใช้งานจริง: รับรองเอกสารเพื่อยื่นต่อประเทศปลายทาง

ในทางปฏิบัติ กรณี “รับรองเอกสารเพื่อยื่นต่อประเทศปลายทาง” มักเริ่มจากคำถามเดียวกันคือ ต้องเตรียมอะไรบ้างและเรียงลำดับอย่างไร คำตอบขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเป็นหลัก ตัวอย่างรูปแบบการทำงานที่เราใช้กับงานลักษณะนี้คือ ขั้นแรก ตรวจสอบว่าหน่วยงานปลายทางประกาศเช็คลิสต์ไว้อย่างไร และเช็คลิสต์นั้นปรับปรุงล่าสุดเมื่อใด ขั้นที่สอง ตรวจเอกสารที่ผู้ใช้บริการมีอยู่แล้วว่าอยู่ในรูปแบบที่ใช้ได้หรือต้องคัดใหม่ ขั้นที่สาม กำหนดรูปแบบคำแปลและคำรับรองให้ตรงกับที่ปลายทางระบุ ขั้นที่สี่ วางลำดับการรับรองแต่ละชั้นตามเส้นทางที่กล่าวไว้ข้างต้น และขั้นสุดท้าย ทวนชุดเอกสารทั้งหมดอีกครั้งก่อนยื่น สิ่งที่ทำให้กรณี รับรองเอกสารเพื่อยื่นต่อประเทศปลายทาง ต่างจากงานทั่วไปคือ การรับรองของกรมการกงสุลเป็นการรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารหรือผู้แปล ไม่ใช่การรับรองเนื้อหา ทำให้ลำดับขั้นตอนสำคัญมาก — ต้องรับรองต้นทางให้ครบก่อนจึงจะรับรองชั้นถัดไปได้ ดังนั้นการประเมินเอกสารตั้งแต่ต้นจึงมีน้ำหนักมากกว่าการเร่งขั้นตอนปลายทาง สำหรับ ผู้ที่ต้องใช้เอกสารในต่างประเทศ ที่กำลังเริ่มต้น เราแนะนำให้จัดทำแฟ้มเดียวที่รวมเอกสารต้นฉบับ คำแปล และหลักฐานการรับรองแต่ละชั้นไว้ด้วยกัน พร้อมบันทึกวันที่ของแต่ละขั้นตอน เพราะเมื่อหน่วยงานปลายทางสอบถามย้อนกลับ ข้อมูลลำดับเวลาคือสิ่งที่ตอบได้เร็วที่สุดและช่วยให้เรื่องเดินต่อได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ หากต้องการให้ทีมงานช่วยประเมินเอกสารเบื้องต้น สามารถส่งภาพถ่ายเอกสารมาให้เราตรวจก่อนได้ผ่านช่องทางติดต่อบนเว็บไซต์

Apostille กับ Legalization: สถานะปัจจุบันของประเทศไทย

สรุปแนวทางวางแผน Embassy Legalization ให้จบในรอบเดียว: เริ่มจากยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วนับถอยหลังจากวันยื่นจริงเพื่อกำหนดวันคัดเอกสารและวันเข้ารับรองแต่ละชั้น ตรวจสอบเวลาทำการและระบบนัดหมายของทั้งกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางล่วงหน้า และเผื่อเวลาสำหรับกรณีที่ต้องส่งเอกสารกลับไปแก้ที่ต้นทาง ประเด็นที่ต้องระบุให้ถูกต้องเสมอคือสถานะของประเทศไทยต่ออนุสัญญา Apostille — ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961) เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 · ในช่วงก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยยังต้องรับรองตามเส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วจึงรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทาง (ข้อมูล ณ 2026-07-30 · อ้างอิง HCCH) ข้อเท็จจริงนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเอกสาร เพราะหมายความว่าในช่วงเวลาปัจจุบัน เอกสารไทยจำนวนมากยังต้องเดินตามเส้นทาง Legalization ตามเดิม การอ่านข้อมูลเก่าที่ระบุว่าใช้ Apostille ได้แล้วอาจทำให้วางแผนผิดและเสียเวลาทั้งกระบวนการ แหล่งข้อมูลที่ควรยึดเป็นหลักสำหรับงานนี้คือ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และประกาศของสถานทูตปลายทาง รวมถึงเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานปลายทางโดยตรง NYC LEGAL & NOTARY SERVICE CO., LTD. ให้บริการ embassy-legalization โดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ ตรวจสอบเลขที่ใบอนุญาตได้ที่หน้า /verify-lawyer-license และดูขอบเขตบริการพร้อมช่องทางติดต่อได้ที่หน้า /services หากคุณกำลังเตรียม รับรองเอกสารเพื่อยื่นต่อประเทศปลายทาง และยังไม่แน่ใจว่าเอกสารที่มีอยู่ใช้ได้หรือไม่ ให้ส่งภาพถ่ายเอกสารมาให้ทีมงานตรวจก่อนเริ่มเดินเรื่อง การตรวจก่อนหนึ่งครั้งช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าการแก้ไขหลังถูกตีกลับ และทำให้คุณเห็นภาพรวมของขั้นตอน เอกสาร และกรอบเวลาทั้งหมดตั้งแต่ต้น

อ่านต่อ: ขั้นตอนละเอียด แพ็กเกจบริการ และตารางเปรียบเทียบ

บทความนี้สรุปภาพรวม หากต้องการลงรายละเอียดระดับปฏิบัติ ทีมที่ปรึกษาของเรา (ประสบการณ์งานเอกสารข้ามประเทศมากกว่า 15 ปี) ได้จัดทำคู่มือขั้นตอน รายการเอกสาร และการเปรียบเทียบทางเลือกไว้ในหน้าเหล่านี้

คู่มือขั้นตอน (Playbook)

Apostille และรับรองกงสุล

ดูขั้นตอนทั้งหมด

แพ็กเกจบริการที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจงาน Apostille

ดูขอบเขตงานและสิ่งที่ได้รับ

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

ต้องการให้ประเมินเอกสารของคุณก่อนเริ่มเดินเรื่อง? ติดต่อทีมที่ปรึกษา เราจะตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และรูปแบบคำรับรองกับข้อกำหนดปลายทางให้ก่อนลงมือ

คำถามที่พบบ่อย

Embassy Legalization ต้องผ่านหน่วยงานใดบ้าง?

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานลักษณะนี้ได้แก่ กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ (และสำนักงานสาขา) พร้อมสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางในประเทศไทย โดยแต่ละหน่วยงานรับรองคนละส่วนและต้องทำตามลำดับ

ต้องเตรียมเอกสารอะไรสำหรับ Embassy Legalization?

โดยทั่วไปคือ เอกสารราชการไทยฉบับจริงหรือฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออก คำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาปลายทาง และแบบคำร้องนิติกรณ์พร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ทั้งนี้ให้ยึดเช็คลิสต์ฉบับล่าสุดของหน่วยงานปลายทางเป็นหลัก

Embassy Legalization มีค่าใช้จ่ายเท่าไร?

ค่าธรรมเนียมของหน่วยงานราชการเป็นไปตามอัตราที่แต่ละหน่วยงานประกาศ และค่าบริการขึ้นอยู่กับจำนวนเอกสาร ภาษา และรูปแบบคำรับรองที่ปลายทางกำหนด แนะนำให้ส่งภาพถ่ายเอกสารมาให้ประเมินเพื่อขอใบเสนอราคาเป็นรายเคส

ใช้เวลาดำเนินการนานเท่าใด?

ระยะเวลาขึ้นกับรอบทำการของแต่ละหน่วยงานในสายการรับรองและข้อกำหนดของปลายทาง จึงไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขตายตัวได้ ตรวจสอบเวลาทำการและระบบนัดหมายของทั้งกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางล่วงหน้า และเผื่อเวลาสำหรับกรณีที่ต้องส่งเอกสารกลับไปแก้ที่ต้นทาง

ประเทศไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง?

ประเทศไทยฝากตราสารภาคยานุวัติเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961) เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 · ในช่วงก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยยังต้องรับรองตามเส้นทางเดิม คือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วจึงรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทาง (ข้อมูล ณ 2026-07-30 · อ้างอิง HCCH)

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุดคืออะไร?

สำหรับงานกลุ่มนี้คือ ยื่นเอกสารที่ยังไม่ได้คัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออก ข้ามลำดับชั้นการรับรอง ใช้คำแปลที่ไม่ผูกกับต้นฉบับ และไม่ได้ตรวจข้อกำหนดเฉพาะของสถานทูตปลายทางซึ่งบางแห่งกำหนดแบบฟอร์มหรือภาษาไว้เป็นการเฉพาะ

ตรวจสอบได้อย่างไรว่าผู้รับรองมีใบอนุญาตจริง?

ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารต้องได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความ ตรวจสอบเลขที่ใบอนุญาตของทนายผู้รับรองของเราได้ที่หน้า /verify-lawyer-license และตรวจซ้ำกับทะเบียนของสภาทนายความได้โดยตรง

ควรอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งใด?

ให้ยึด กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และประกาศของสถานทูตปลายทาง และเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานปลายทาง เพราะข้อกำหนดปรับปรุงได้ตลอดเวลา

NYC+ ให้บริการ Concierge วีซ่าและเอกสารในไทยครบวงจร — Notary Public / แปลรับรอง / MFA Legalization / วีซ่า / DTV / LTR / Elite / Apostille ทีมทนายและนักแปลขึ้นทะเบียนจริง รองรับเอกสารสำหรับประเทศปลายทางทั่วโลก ตอบกลับภายในเวลาทำการ

3
ภาษาให้บริการ (ไทย/EN/中文)
28
กลุ่มบริการหลัก
จ–ศ
เวลาทำการ (นัดหมายล่วงหน้าได้)
24h
เป้าหมายเวลาตอบกลับในวันทำการ

ขั้นตอนการใช้บริการ

  1. 1

    ปรึกษาเบื้องต้น

    ส่งเอกสาร/คำถามผ่าน LINE หรือฟอร์ม — ทีมประเมินและติดต่อกลับในเวลาทำการ

  2. 2

    ยืนยันแพ็กเกจ

    ทีมส่งใบเสนอราคาและ checklist พร้อมกำหนดวันรับงาน

  3. 3

    ดำเนินการ + จัดส่ง

    แปล/รับรอง/ยื่นสถานทูต ครบวงจร ส่งกลับพร้อม tracking

เลือกผู้ให้บริการอย่างไรให้เอกสารไม่ถูกตีกลับ

  1. 1

    เลือกชนิดการรับรองให้ตรงกับผู้รับปลายทาง

    งานแปลแต่ละแบบใช้คนละมาตรฐาน เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย, Sworn Translator สำหรับบางสถานทูตในยุโรป และนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงยุติธรรมสำหรับงานศาลไทย

    วิธีตรวจสอบ: แจ้งชื่อหน่วยงานผู้รับให้ผู้ให้บริการยืนยันมาตรฐานที่ต้องใช้

  2. 2

    ตรวจสถานะผู้รับรอง/ผู้แปลได้จริง

    ผู้ให้บริการควรระบุชื่อผู้รับรองหรือผู้แปลที่รับผิดชอบงานของคุณ พร้อมเลขทะเบียนหรือหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนไว้

    วิธีตรวจสอบ: ขอชื่อ-เลขทะเบียน แล้วตรวจกับเว็บไซต์ของหน่วยงานต้นทางก่อนตัดสินใจ

  3. 3

    ระบุปลายทางของเอกสารก่อนเริ่มงาน

    วิธีรับรองที่ถูกต้องขึ้นกับประเทศปลายทางและหน่วยงานผู้รับ ไม่ใช่ชนิดเอกสารเพียงอย่างเดียว การเลือกผิดขั้นตอนคือสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด

    วิธีตรวจสอบ: ถามผู้ให้บริการว่าเอกสารจะผ่านกี่ขั้น และแต่ละขั้นอยู่ที่หน่วยงานใด

  4. 4

    มีการตรวจทานสองชั้นก่อนยื่น

    งานแปลและงานรับรองควรผ่านผู้ตรวจทานคนที่สอง โดยเฉพาะการสะกดชื่อ วันเดือนปี และเลขเอกสารที่ต้องตรงกับพาสปอร์ต

    วิธีตรวจสอบ: ขอดูขั้นตอน QC เป็นลายลักษณ์อักษร หรือขอไฟล์ร่างให้ตรวจก่อนพิมพ์จริง

  5. 5

    แจ้งกรอบเวลาแต่ละขั้นแยกกัน

    กรอบเวลาที่เชื่อถือได้ต้องแยกเป็น เวลาแปล / เวลารับรองหน่วยงานราชการ / เวลาขนส่ง เพราะขั้นที่อยู่กับหน่วยงานราชการควบคุมไม่ได้

    วิธีตรวจสอบ: ขอไทม์ไลน์รายขั้น และถามว่าอะไรคือสมมติฐานที่อาจทำให้ล่าช้า

  6. 6

    ระบุขอบเขตความรับผิดชอบเมื่อเอกสารถูกตีกลับ

    ผู้ให้บริการที่ทำงานตรงไปตรงมาจะระบุชัดว่ากรณีใดแก้ไขให้โดยไม่คิดเพิ่ม และกรณีใดอยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น การเปลี่ยนระเบียบของหน่วยงานปลายทาง

    วิธีตรวจสอบ: ขอเงื่อนไขการแก้ไขงานเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนชำระเงิน

ใครควรใช้บริการนี้

ผู้ยื่นวีซ่า / ย้ายถิ่นฐาน

ต้องใช้เอกสารแปลและรับรองประกอบคำร้องที่สถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองปลายทาง

สิ่งที่ต้องเตรียม: พาสปอร์ต เอกสารต้นฉบับ และชื่อหน่วยงานผู้รับ

นักเรียน / ผู้สมัครเรียนต่อ

สถาบันการศึกษาต่างประเทศขอเอกสารการศึกษาฉบับแปลและรับรองตามรูปแบบที่กำหนด

สิ่งที่ต้องเตรียม: ทรานสคริปต์ ใบปริญญาบัตร และหนังสือตอบรับ (ถ้ามี)

คู่สมรส / ครอบครัวข้ามชาติ

ใช้ประกอบการจดทะเบียนสมรส การรับรองบุตร หรือการยื่นวีซ่าติดตามครอบครัว

สิ่งที่ต้องเตรียม: ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หรือใบสำคัญการหย่า

บริษัท / ผู้บริหารต่างชาติ

ใช้กับงานจดทะเบียน สัญญา หรือการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศ

สิ่งที่ต้องเตรียม: หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และหนังสือมอบอำนาจ

คำถามที่พบบ่อย

ใช้เวลากี่วันจึงจะได้เอกสาร?

ส่วนใหญ่ 1–3 วันทำการสำหรับ Notary/แปลรับรอง และ 5–10 วันทำการสำหรับ MFA Legalization + สถานทูต (ระยะเวลาโดยประมาณ ขึ้นกับคิวและดุลพินิจของหน่วยงาน)

ค่าบริการคิดอย่างไร?

ประเมินรายเคส เพราะขึ้นกับประเภทเอกสาร จำนวนหน้า ภาษา ประเทศปลายทาง และความเร่งด่วน — สอบถามและขอใบเสนอราคาได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ส่วนค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศ

รับงานเร่งด่วนไหม?

รับ — มีบริการ Same-Day / Rush ตามคิวที่ว่างและกรอบเวลาที่หน่วยงานราชการเปิดรับ

ยื่นเอกสารแทนได้หรือไม่?

ได้ — รับเป็นผู้แทนโดยมีหนังสือมอบอำนาจ ยื่นกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางแทนลูกค้า

ครอบคลุมประเทศไหนบ้าง?

รองรับเอกสารสำหรับประเทศปลายทางทั่วโลก ทั้งกลุ่ม EU, สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, จีน, ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง ตามข้อกำหนดของสถานทูตแต่ละแห่ง

หลังไทยเข้า Apostille แล้วเปลี่ยนอะไรบ้าง?

อนุสัญญา Hague Apostille จะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (อ้างอิง HCCH) หลังจากนั้นเอกสารที่ใช้ระหว่างรัฐภาคีจะใช้ตรา Apostille ใบเดียว ไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังใช้นิติกรณ์กงสุลตามเดิม

ข้อมูลอ้างอิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • กระทรวงการต่างประเทศ (MFA)(GovernmentOrganization)Wikidata
  • สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์(GovernmentOrganization)
  • Hague Apostille Convention(Law)Wikidata

แหล่งอ้างอิง

หน่วยงานราชการ

เอกสารและกรณีจริงจากเรา

บริการที่เกี่ยวข้อง

เอกสารที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์พร้อมตราประทับของหน่วยงานราชการ
การรับรองนิติกรณ์เอกสารดำเนินการที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ตามระเบียบที่ประกาศไว้

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานทางการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 — ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับต้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล