คำแปล NAATI vs คำแปลรับรองทั่วไป — ใช้กับออสเตรเลียแบบไหน
หน่วยงานออสเตรเลียหลายแห่งกำหนดผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI เปรียบเทียบกับคำแปลรับรองทั่วไปก่อนยื่น
ตัวเลือก A
คำแปล NAATI
แปลโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI พร้อมตราประทับและหมายเลข
ตัวเลือก B
คำแปลรับรองทั่วไป
แปลโดยนักแปลอาชีพพร้อมใบรับรองความถูกต้อง
| หัวข้อ | คำแปล NAATI | คำแปลรับรองทั่วไป |
|---|---|---|
| หน่วยงานที่มักกำหนด | หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานรับรองวุฒิของออสเตรเลีย | หน่วยงานในไทยและงานเอกชนทั่วไป |
| สิ่งที่ปรากฏบนเอกสาร | ตราประทับ ชื่อผู้แปล หมายเลขรับรอง และวันหมดอายุการรับรอง | ใบรับรองของผู้แปลหรือบริษัทแปล |
| การตรวจสอบย้อนกลับ | ตรวจสอบหมายเลขผู้แปลได้ | ตรวจสอบผ่านผู้ออกใบรับรองโดยตรง |
| ระยะเวลาโดยประมาณ | ประมาณ 1–5 วันทำการ | ประมาณ 1–3 วันทำการ |
| การรับรองเพิ่ม | โดยทั่วไปยื่นได้เลยเมื่อปลายทางระบุ NAATI | อาจต้องต่อกงสุลหรือสถานทูตแล้วแต่ปลายทาง |
สรุปคำแนะนำ
ถ้าเอกสารมุ่งไปยังหน่วยงานออสเตรเลียและเงื่อนไขระบุคำว่า NAATI ให้เลือกคำแปล NAATI ตั้งแต่ต้น การเปลี่ยนภายหลังมักเท่ากับแปลใหม่ทั้งชุด
เลือก คำแปล NAATI ถ้า:
วีซ่า การรับรองวุฒิ และการขึ้นทะเบียนวิชาชีพในออสเตรเลีย
เลือก คำแปลรับรองทั่วไป ถ้า:
การใช้งานในไทยหรือปลายทางที่ไม่ได้ระบุ NAATI
NYC+ ให้บริการ Concierge วีซ่าและเอกสารในไทยครบวงจร — Notary Public / แปลรับรอง / MFA Legalization / วีซ่า / DTV / LTR / Elite / Apostille ทีมทนายและนักแปลขึ้นทะเบียนจริง รองรับเอกสารสำหรับประเทศปลายทางทั่วโลก ตอบกลับภายในเวลาทำการ
ขั้นตอนการใช้บริการ
- 1
ปรึกษาเบื้องต้น
ส่งเอกสาร/คำถามผ่าน LINE หรือฟอร์ม — ทีมประเมินและติดต่อกลับในเวลาทำการ
- 2
ยืนยันแพ็กเกจ
ทีมส่งใบเสนอราคาและ checklist พร้อมกำหนดวันรับงาน
- 3
ดำเนินการ + จัดส่ง
แปล/รับรอง/ยื่นสถานทูต ครบวงจร ส่งกลับพร้อม tracking
เลือกผู้ให้บริการอย่างไรให้เอกสารไม่ถูกตีกลับ
- 1
เลือกชนิดการรับรองให้ตรงกับผู้รับปลายทาง
งานแปลแต่ละแบบใช้คนละมาตรฐาน เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย, Sworn Translator สำหรับบางสถานทูตในยุโรป และนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงยุติธรรมสำหรับงานศาลไทย
วิธีตรวจสอบ: แจ้งชื่อหน่วยงานผู้รับให้ผู้ให้บริการยืนยันมาตรฐานที่ต้องใช้
- 2
ตรวจสถานะผู้รับรอง/ผู้แปลได้จริง
ผู้ให้บริการควรระบุชื่อผู้รับรองหรือผู้แปลที่รับผิดชอบงานของคุณ พร้อมเลขทะเบียนหรือหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนไว้
วิธีตรวจสอบ: ขอชื่อ-เลขทะเบียน แล้วตรวจกับเว็บไซต์ของหน่วยงานต้นทางก่อนตัดสินใจ
- 3
ระบุปลายทางของเอกสารก่อนเริ่มงาน
วิธีรับรองที่ถูกต้องขึ้นกับประเทศปลายทางและหน่วยงานผู้รับ ไม่ใช่ชนิดเอกสารเพียงอย่างเดียว การเลือกผิดขั้นตอนคือสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
วิธีตรวจสอบ: ถามผู้ให้บริการว่าเอกสารจะผ่านกี่ขั้น และแต่ละขั้นอยู่ที่หน่วยงานใด
- 4
มีการตรวจทานสองชั้นก่อนยื่น
งานแปลและงานรับรองควรผ่านผู้ตรวจทานคนที่สอง โดยเฉพาะการสะกดชื่อ วันเดือนปี และเลขเอกสารที่ต้องตรงกับพาสปอร์ต
วิธีตรวจสอบ: ขอดูขั้นตอน QC เป็นลายลักษณ์อักษร หรือขอไฟล์ร่างให้ตรวจก่อนพิมพ์จริง
- 5
แจ้งกรอบเวลาแต่ละขั้นแยกกัน
กรอบเวลาที่เชื่อถือได้ต้องแยกเป็น เวลาแปล / เวลารับรองหน่วยงานราชการ / เวลาขนส่ง เพราะขั้นที่อยู่กับหน่วยงานราชการควบคุมไม่ได้
วิธีตรวจสอบ: ขอไทม์ไลน์รายขั้น และถามว่าอะไรคือสมมติฐานที่อาจทำให้ล่าช้า
- 6
ระบุขอบเขตความรับผิดชอบเมื่อเอกสารถูกตีกลับ
ผู้ให้บริการที่ทำงานตรงไปตรงมาจะระบุชัดว่ากรณีใดแก้ไขให้โดยไม่คิดเพิ่ม และกรณีใดอยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น การเปลี่ยนระเบียบของหน่วยงานปลายทาง
วิธีตรวจสอบ: ขอเงื่อนไขการแก้ไขงานเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนชำระเงิน
ใครควรใช้บริการนี้
ผู้ยื่นวีซ่า / ย้ายถิ่นฐาน
ต้องใช้เอกสารแปลและรับรองประกอบคำร้องที่สถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองปลายทาง
สิ่งที่ต้องเตรียม: พาสปอร์ต เอกสารต้นฉบับ และชื่อหน่วยงานผู้รับ
นักเรียน / ผู้สมัครเรียนต่อ
สถาบันการศึกษาต่างประเทศขอเอกสารการศึกษาฉบับแปลและรับรองตามรูปแบบที่กำหนด
สิ่งที่ต้องเตรียม: ทรานสคริปต์ ใบปริญญาบัตร และหนังสือตอบรับ (ถ้ามี)
คู่สมรส / ครอบครัวข้ามชาติ
ใช้ประกอบการจดทะเบียนสมรส การรับรองบุตร หรือการยื่นวีซ่าติดตามครอบครัว
สิ่งที่ต้องเตรียม: ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หรือใบสำคัญการหย่า
บริษัท / ผู้บริหารต่างชาติ
ใช้กับงานจดทะเบียน สัญญา หรือการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศ
สิ่งที่ต้องเตรียม: หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และหนังสือมอบอำนาจ
คำถามที่พบบ่อย
ใช้เวลากี่วันจึงจะได้เอกสาร?
ส่วนใหญ่ 1–3 วันทำการสำหรับ Notary/แปลรับรอง และ 5–10 วันทำการสำหรับ MFA Legalization + สถานทูต (ระยะเวลาโดยประมาณ ขึ้นกับคิวและดุลพินิจของหน่วยงาน)
ค่าบริการคิดอย่างไร?
ประเมินรายเคส เพราะขึ้นกับประเภทเอกสาร จำนวนหน้า ภาษา ประเทศปลายทาง และความเร่งด่วน — สอบถามและขอใบเสนอราคาได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ส่วนค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศ
รับงานเร่งด่วนไหม?
รับ — มีบริการ Same-Day / Rush ตามคิวที่ว่างและกรอบเวลาที่หน่วยงานราชการเปิดรับ
ยื่นเอกสารแทนได้หรือไม่?
ได้ — รับเป็นผู้แทนโดยมีหนังสือมอบอำนาจ ยื่นกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางแทนลูกค้า
ครอบคลุมประเทศไหนบ้าง?
รองรับเอกสารสำหรับประเทศปลายทางทั่วโลก ทั้งกลุ่ม EU, สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, จีน, ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง ตามข้อกำหนดของสถานทูตแต่ละแห่ง
หลังไทยเข้า Apostille แล้วเปลี่ยนอะไรบ้าง?
อนุสัญญา Hague Apostille จะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (อ้างอิง HCCH) หลังจากนั้นเอกสารที่ใช้ระหว่างรัฐภาคีจะใช้ตรา Apostille ใบเดียว ไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ส่วนก่อนวันดังกล่าวยังใช้นิติกรณ์กงสุลตามเดิม
