หนังสือค้ำประกัน (Guarantor Letter / Letter of Guarantee) ต้อง Notary Public ในไทยไหม และทำอย่างไร
ต้องใช้เมื่อผู้รับเอกสารในต่างประเทศกำหนดให้มีการรับรองโดย Notarial Services Attorney เช่นกรณี ค้ำนักเรียนที่ไปเรียนต่อ (Financial Guarantor for Student Visa) · ค้ำการเช่าอพาร์ทเมนต์ต่างประเทศ · ค้ำการทำงานของครอบครัว (Employment Sponsor) ขั้นตอนคือเตรียมร่างเอกสารให้ครบถ้วน นำบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางตัวจริงมาลงนามต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรอง จากนั้นทนายจะบันทึกรายการลงสมุดทะเบียน ประทับตราและลงนามรับรอง โดยทั่วไปใช้เวลา 1-3 วันทำการ หากต้องใช้ในต่างประเทศ ควรวางแผนขั้นรับรองกรมการกงสุลและสถานทูตต่อทันที
หนังสือค้ำประกันใช้เวลากี่วัน และต้องมาด้วยตนเองหรือไม่
งานลักษณะนี้ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการนับจากเอกสารครบ ผู้ลงนามต้องแสดงตนต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองเสมอ เพราะสาระสำคัญของการรับรองคือการยืนยันตัวบุคคลและความสมัครใจในการลงนาม กรณีอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ สามารถส่งร่างล่วงหน้าให้ตรวจก่อน แล้วนัดวันเข้าลงนามเพียงครั้งเดียวเพื่อลดจำนวนรอบ
หนังสือค้ำประกันต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
เตรียม (1) ร่างหนังสือค้ำประกันฉบับสมบูรณ์ ระบุคู่กรณี ขอบเขตอำนาจหรือข้อความรับรองให้ชัด (2) บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางตัวจริงของผู้ลงนามทุกคน (3) เอกสารอ้างอิงประกอบ เช่น โฉนด หนังสือรับรองบริษัท ทะเบียนบ้าน ตามลักษณะเรื่อง และ (4) ข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับเอกสารปลายทาง หากผู้รับกำหนดถ้อยคำเฉพาะไว้ ต้องใช้ถ้อยคำนั้นตรงตัวเพื่อไม่ให้เอกสารถูกตีกลับ
หนังสือค้ำประกันที่รับรองในไทย ใช้ในต่างประเทศได้เลยไหม
ตราของทนายผู้ทำคำรับรองมีผลยืนยันการลงนามต่อหน้า แต่หน่วยงานต่างประเทศส่วนใหญ่ต้องการชั้นรับรองต่อ คือรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และรับรองที่สถานทูตประเทศปลายทาง เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่ส่งไปประเทศภาคีจะใช้ Apostille ใบเดียวแทนชั้นสถานทูตได้ ควรยืนยันรูปแบบที่ผู้รับต้องการก่อนเริ่มดำเนินการทุกครั้ง
หนังสือค้ำประกันเป็นภาษาอังกฤษหรือสองภาษาดีกว่ากัน
หากผู้รับอยู่ต่างประเทศ แนะนำจัดทำเป็นภาษาอังกฤษหรือสองภาษาไทย-อังกฤษในฉบับเดียว เพราะทนายผู้ทำคำรับรองต้องเข้าใจข้อความที่ตนรับรอง และผู้รับปลายทางอ่านได้ทันทีโดยไม่ต้องแปลซ้ำ ถ้าปลายทางใช้ภาษาอื่น ให้แปลและรับรองคำแปลเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง แล้วเย็บติดกับต้นฉบับโดยไม่แยกชุดออกจากกัน
หนังสือค้ำประกันถูกตีกลับบ่อยเพราะอะไร
สาเหตุที่พบมากคือ ชื่อสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ขอบเขตอำนาจหรือข้อความรับรองเขียนกว้างเกินไปจนผู้รับไม่ยอมรับ ไม่มีพยานตามที่ปลายทางกำหนด วันที่ในเอกสารกับวันที่รับรองไม่สอดคล้องกัน และการถ่ายสำเนาแยกแผ่นทำให้ตราคาบรอยต่อขาด แนะนำส่งร่างให้ผู้รับปลายทางยืนยันก่อนหนึ่งรอบ จะลดการทำใหม่ได้มากที่สุด
หนังสือค้ำประกันมีอายุการใช้งานนานเท่าไร
ตัวคำรับรองของทนายไม่มีวันหมดอายุตามกฎหมายไทย แต่หน่วยงานผู้รับมักกำหนดอายุเอกสารเอง โดยทั่วไปอยู่ที่ 3–6 เดือนนับจากวันที่รับรอง ธนาคาร ศาล และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองหลายแห่งเข้มกว่านั้น จึงควรดำเนินการให้ครบทุกชั้นรับรองแล้วยื่นภายในกรอบเวลาที่ผู้รับกำหนด ไม่ควรรับรองทิ้งไว้ล่วงหน้านานหลายเดือน
หนังสือค้ำประกันสำหรับนิติบุคคล ผู้ลงนามต้องเป็นใคร
ต้องเป็นกรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองบริษัทที่คัดไม่เกิน 30 วัน หรือผู้รับมอบอำนาจที่มีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ถูกต้อง โดยต้องแนบหนังสือรับรองบริษัท บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ลงนาม และตราประทับหากข้อบังคับกำหนดให้ใช้ กรณีอำนาจลงนามเป็นแบบสองคนร่วมกัน ต้องมาลงนามพร้อมกันทั้งสองคนต่อหน้าทนาย
รับรองข้อเท็จจริง (Notarial Attestation of Facts) ต้อง Notary Public ในไทยไหม และทำอย่างไร
ต้องใช้เมื่อผู้รับเอกสารในต่างประเทศกำหนดให้มีการรับรองโดย Notarial Services Attorney เช่นกรณี รับรองการประชุมผู้ถือหุ้น (Meeting Attestation) · รับรองการส่งมอบเอกสาร/สินค้า · รับรอง Signing Ceremony สัญญา M&A ขั้นตอนคือเตรียมร่างเอกสารให้ครบถ้วน นำบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางตัวจริงมาลงนามต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรอง จากนั้นทนายจะบันทึกรายการลงสมุดทะเบียน ประทับตราและลงนามรับรอง โดยทั่วไปใช้เวลา 1 วันทำการ หากต้องใช้ในต่างประเทศ ควรวางแผนขั้นรับรองกรมการกงสุลและสถานทูตต่อทันที
รับรองข้อเท็จจริงใช้เวลากี่วัน และต้องมาด้วยตนเองหรือไม่
งานลักษณะนี้ใช้เวลาราว 1 วันทำการนับจากเอกสารครบ ผู้ลงนามต้องแสดงตนต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองเสมอ เพราะสาระสำคัญของการรับรองคือการยืนยันตัวบุคคลและความสมัครใจในการลงนาม กรณีอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ สามารถส่งร่างล่วงหน้าให้ตรวจก่อน แล้วนัดวันเข้าลงนามเพียงครั้งเดียวเพื่อลดจำนวนรอบ
รับรองข้อเท็จจริงต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
เตรียม (1) ร่างรับรองข้อเท็จจริงฉบับสมบูรณ์ ระบุคู่กรณี ขอบเขตอำนาจหรือข้อความรับรองให้ชัด (2) บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางตัวจริงของผู้ลงนามทุกคน (3) เอกสารอ้างอิงประกอบ เช่น โฉนด หนังสือรับรองบริษัท ทะเบียนบ้าน ตามลักษณะเรื่อง และ (4) ข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับเอกสารปลายทาง หากผู้รับกำหนดถ้อยคำเฉพาะไว้ ต้องใช้ถ้อยคำนั้นตรงตัวเพื่อไม่ให้เอกสารถูกตีกลับ
รับรองข้อเท็จจริงที่รับรองในไทย ใช้ในต่างประเทศได้เลยไหม
ตราของทนายผู้ทำคำรับรองมีผลยืนยันการลงนามต่อหน้า แต่หน่วยงานต่างประเทศส่วนใหญ่ต้องการชั้นรับรองต่อ คือรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และรับรองที่สถานทูตประเทศปลายทาง เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่ส่งไปประเทศภาคีจะใช้ Apostille ใบเดียวแทนชั้นสถานทูตได้ ควรยืนยันรูปแบบที่ผู้รับต้องการก่อนเริ่มดำเนินการทุกครั้ง
รับรองข้อเท็จจริงเป็นภาษาอังกฤษหรือสองภาษาดีกว่ากัน
หากผู้รับอยู่ต่างประเทศ แนะนำจัดทำเป็นภาษาอังกฤษหรือสองภาษาไทย-อังกฤษในฉบับเดียว เพราะทนายผู้ทำคำรับรองต้องเข้าใจข้อความที่ตนรับรอง และผู้รับปลายทางอ่านได้ทันทีโดยไม่ต้องแปลซ้ำ ถ้าปลายทางใช้ภาษาอื่น ให้แปลและรับรองคำแปลเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง แล้วเย็บติดกับต้นฉบับโดยไม่แยกชุดออกจากกัน
รับรองข้อเท็จจริงถูกตีกลับบ่อยเพราะอะไร
สาเหตุที่พบมากคือ ชื่อสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ขอบเขตอำนาจหรือข้อความรับรองเขียนกว้างเกินไปจนผู้รับไม่ยอมรับ ไม่มีพยานตามที่ปลายทางกำหนด วันที่ในเอกสารกับวันที่รับรองไม่สอดคล้องกัน และการถ่ายสำเนาแยกแผ่นทำให้ตราคาบรอยต่อขาด แนะนำส่งร่างให้ผู้รับปลายทางยืนยันก่อนหนึ่งรอบ จะลดการทำใหม่ได้มากที่สุด
รับรองข้อเท็จจริงมีอายุการใช้งานนานเท่าไร
ตัวคำรับรองของทนายไม่มีวันหมดอายุตามกฎหมายไทย แต่หน่วยงานผู้รับมักกำหนดอายุเอกสารเอง โดยทั่วไปอยู่ที่ 3–6 เดือนนับจากวันที่รับรอง ธนาคาร ศาล และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองหลายแห่งเข้มกว่านั้น จึงควรดำเนินการให้ครบทุกชั้นรับรองแล้วยื่นภายในกรอบเวลาที่ผู้รับกำหนด ไม่ควรรับรองทิ้งไว้ล่วงหน้านานหลายเดือน
รับรองข้อเท็จจริงสำหรับนิติบุคคล ผู้ลงนามต้องเป็นใคร
ต้องเป็นกรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองบริษัทที่คัดไม่เกิน 30 วัน หรือผู้รับมอบอำนาจที่มีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ถูกต้อง โดยต้องแนบหนังสือรับรองบริษัท บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ลงนาม และตราประทับหากข้อบังคับกำหนดให้ใช้ กรณีอำนาจลงนามเป็นแบบสองคนร่วมกัน ต้องมาลงนามพร้อมกันทั้งสองคนต่อหน้าทนาย
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่ออสเตรเลีย ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในออสเตรเลีย (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1995) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตออสเตรเลียประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งออสเตรเลียคือ DFAT — Department of Foreign Affairs and Trade ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่นิวซีแลนด์ ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในนิวซีแลนด์ (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 2001) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งนิวซีแลนด์คือ DIA — Department of Internal Affairs ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่สหรัฐอเมริกา ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในสหรัฐอเมริกา (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1981) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งสหรัฐอเมริกาคือ US Department of State — Office of Authentications ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่สหราชอาณาจักร ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในสหราชอาณาจักร (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1965) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตสหราชอาณาจักรประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งสหราชอาณาจักรคือ FCDO — Legalisation Office ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่แคนาดา ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในแคนาดา (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 2024) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตแคนาดาประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งแคนาดาคือ Global Affairs Canada + Provincial Authorities ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่เยอรมนี ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในเยอรมนี (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1966) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตเยอรมนีประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งเยอรมนีคือ Bundesverwaltungsamt / Regierungspräsidien / Landgerichte ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่ฝรั่งเศส ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในฝรั่งเศส (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1965) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตฝรั่งเศสประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งฝรั่งเศสคือ Cour d'Appel ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่อิตาลี ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในอิตาลี (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1978) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตอิตาลีประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งอิตาลีคือ Procura della Repubblica / Prefettura ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่สเปน ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในสเปน (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1978) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตสเปนประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งสเปนคือ Ministerio de Justicia / Colegios Notariales ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่เนเธอร์แลนด์ ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในเนเธอร์แลนด์ (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1965) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งเนเธอร์แลนด์คือ Rechtbank (District Court) ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่สวิตเซอร์แลนด์ ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในสวิตเซอร์แลนด์ (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1973) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งสวิตเซอร์แลนด์คือ Chancery of each Canton ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่สวีเดน ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในสวีเดน (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1999) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตสวีเดนประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งสวีเดนคือ Notarius Publicus ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่นอร์เวย์ ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในนอร์เวย์ (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1983) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตนอร์เวย์ประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งนอร์เวย์คือ Statsforvalteren (County Governor) ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่เดนมาร์ก ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในเดนมาร์ก (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 2007) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตเดนมาร์กประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งเดนมาร์กคือ Ministry of Foreign Affairs (Legalisation Office) ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่ฟินแลนด์ ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในฟินแลนด์ (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1985) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตฟินแลนด์ประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งฟินแลนด์คือ Notarius Publicus (Digital and Population Data Services Agency) ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่ออสเตรีย ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในออสเตรีย (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1968) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตออสเตรียประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งออสเตรียคือ Bundesministerium für europäische und internationale Angelegenheiten ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่เบลเยียม ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในเบลเยียม (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1976) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตเบลเยียมประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งเบลเยียมคือ FPS Foreign Affairs — Legalisation Office ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่ญี่ปุ่น ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในญี่ปุ่น (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1970) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตญี่ปุ่นประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งญี่ปุ่นคือ Ministry of Foreign Affairs Japan (Consular Affairs Bureau) ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่เกาหลีใต้ ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในเกาหลีใต้ (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 2007) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตเกาหลีใต้ประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งเกาหลีใต้คือ MOFA Korea / Ministry of Justice ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่จีน ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในจีน (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 2023) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตจีนประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งจีนคือ MFA of the PRC + Provincial Foreign Affairs Offices ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่ไต้หวัน ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) ไต้หวันยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารจึงต้องผ่านเส้นทาง Legalization เต็มรูปแบบเสมอ คือ Notary (ถ้าเอกสารต้องการ) → รับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → รับรองต่อที่สถานทูตไต้หวันที่ดูแลเขตอาณาประเทศไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่ฮ่องกง ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในฮ่องกง (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 1965) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตฮ่องกงที่รับผิดชอบประเทศไทย (ไม่มีสถานทูตประจำกรุงเทพฯ จึงต้องส่งไปยังสถานทูตในประเทศที่ดูแลเขตอาณา) หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งฮ่องกงคือ High Court of Hong Kong SAR ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่สิงคโปร์ ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในสิงคโปร์ (ภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี 2021) จะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูตได้ ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือ รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตสิงคโปร์ประจำกรุงเทพฯ หน่วยงานที่ออก Apostille ฝั่งสิงคโปร์คือ Singapore Academy of Law (SAL) ซึ่งใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศนั้น ส่วนเอกสารที่ออกในไทยจะได้รับ Apostille จากกรมการกงสุลของไทย ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ
หนังสือมอบอำนาจเพื่อใช้ที่มาเลเซีย ต้องรับรองกี่ชั้น
เริ่มจากลงนามหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองในไทย (ใช้เวลาราว 1-3 วันทำการ) มาเลเซียยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารจึงต้องผ่านเส้นทาง Legalization เต็มรูปแบบเสมอ คือ Notary (ถ้าเอกสารต้องการ) → รับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → รับรองต่อที่สถานทูตมาเลเซียประจำกรุงเทพฯ ควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดถ้อยคำหรือรูปแบบคำแปลเฉพาะ